SET แกว่งตัวขึ้น จับตาผลประชุมเฟดคืนนี้ คาดคงดอกเบี้ย
SET แกว่งตัวขึ้น ต่างชาติซื้อสุทธิ 4 พันล้านบาท ติดตามผลประชุมเฟดคืนนี้ คาดคงดอกเบี้ย และยังไม่ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยเร็ว กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ TOP และ CPN
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นไทย (SET) ปรับตัวขึ้น หลังมีแรงซื้อสุทธิจากนักลงทุนต่างชาติกว่า 4 พันล้านบาท
- นักลงทุนกำลังจับตาผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในคืนนี้ ซึ่งตลาดคาดการณ์ว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม
- ปัจจัยภายนอกที่สำคัญคือการส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยของเฟดในอนาคต ส่วนปัจจัยในประเทศคือการไหลเข้าของเงินทุน (Fund Flow)
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า ตลาดแกว่งตัวขึ้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิกว่า 4 พันล้านบาท แม้จะเป็นการขึ้นที่นำโดย DELTA แต่ยังมีโอกาสที่จะมีแรงซื้อกระจายในกลุ่มอื่น ๆ ต่อ หลังเงินทุนไหลเข้าสูง ปัจจัยภายนอก ตลาดติดตามผลการประชุมเฟดที่จะทราบผลในคืนนี้ เบื้องต้น คาดเฟดยังคงดอกเบี้ยต่อและคาดว่าจะยังไม่ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยเร็ว ส่วนการหยุดหน่วยงานราชการสหรัฐฯ ติดตามวุฒิสภาผ่านกฎหมายก่อน 30 ม.ค.นี้ ทางเทคนิค มีโอกาสแกว่งตัวขึ้นต่อหลังทำจุดสูงสุดใหม่ แนวต้านประเมินที่ 1345/1360
ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวในกรอบ 1270-1360 จุด ปัจจัยในประเทศ ติดตามการไหลเข้าของ Fund Flow หลังกลับมาซื้อสุทธิในสัปดาห์ก่อน การทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ของหุ้น Real Sector, นโยบายหาเสียงด้านเศรษฐกิจของพรรคการเมือง ซึ่งจะมีผลต่ออุตสาหกรรมและหุ้นที่เกี่ยวข้อง
ส่วนปัจจัยภายนอกติดตามผลการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวันที่ 28-29 ม.ค. แม้ตลาดคาดเฟดจะคงดอกเบี้ยแต่จับตาการส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยในระยะถัดไป, ความไม่แน่นอนเชิงนโยบาย ของ ปธน.ทรัมป์ ที่มีต่อต่างประเทศ (ตะวันออกกลาง, ยุโรปและจีน) ซึ่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ "Selective Buy" ใน 2 ธีมหลัก และ 3 ธีมเทรดดิ้ง ดังนี้
1. หุ้น Earnings Play ซึ่งคาดกำไรไตรมาส 4/2568 จะเติบโตเด่นเกิน 10%YoY และเราแนะนำ Outperform จากพื้นฐานธุรกิจมั่นคงและมีโมเมนตัมกำไรที่ดี แนะนำ ADVANC BGRIM CHG GPSC GULF OR PRM
2. หุ้นปันผลคุณภาพดีเพื่อสร้างกระแสเงินสดและลดความผันผวนให้แก่พอร์ตลงทุน แบ่งเป็น 1) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะยาว (กำไรแต่ละปีมั่นคง, ผันผวนต่ำ, ฐานะการเงินแข็งแกร่ง, มี SET ESG Ratings A-AAA และจ่ายปันผลสม่ำเสมอ โดยคาดให้ Div. Yield สูงเกินปีละ 5%) แนะนำ AP DIF KTB PTT TISCO และ 2) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะสั้น 6 เดือน (กำไรปี 2568 มั่นคง, ผันผวนต่ำ, คาดมีเงินปันผลจากการปี 2568 ที่เหลือจ่ายหลังหักเงินปันผลที่ประกาศจ่ายระหว่างกาลไปแล้ว ซึ่งได้ Div. Yield เกิน 5%) แนะนำ BAM KBANK SAT THANI TLI
3. Trading Idea นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ (1) หุ้น Laggard Play เพื่อรับอานิสงส์จากการหนุนกลุ่มเล่นของ Fund Flow โดยเลือกหุ้น SET 50 ซึ่งราคาหุ้นปรับขึ้น YTD ต่ำกว่า SET และ Valuation ถูก โดยมี PBV และ PER 2569F < -1SD อีกทั้งมีพื้นฐาน ดี แนะนำ CENTEL CPALL CPN HMPRO SAWAD WHA 2) หุ้นที่คาดจะได้ประโยชน์จาก Election Rally เพราะมีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบนเศรษฐกิจในช่วงหาเสียงก่อนเลือกตั้ง กลุ่มพาณิชย์ (CPALL BJC CPN) กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม (GFPT OSP) กลุ่มสินเชื่อ (MTC SAWAD TIDLOR) และ 3) หุ้นที่ภาคจะได้อานิสงส์จากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางจากความไม่แน่นอนที่สูงของนโยบาย ปธน. ทรัมป์ โดยจะเน้นเก็งกำไรตามรอบข่าว แนะนำ PTTEP PTT
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ TOP มีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากราคาพาราไซลีน (PX) ในเอเชียปรับขึ้นจนแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 17 เดือน ในขณะที่โครงการ CFP มีความคืบหน้าการส่งมอบงาน จากผู้รับเหมา EPC รายเดิมไปยัง EPC รายใหม่ในไตรมาส 4/2568 เสร็จสิ้นแล้ว ส่วนกำไรปกติไตรมาส 4/2568 คาดจะปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ราคาเป้าหมายระยะสั้นที่ 43.50 บาท
CPN ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากบรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้ง กำไรครึ่งแรกปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งจากการโอนโครงการ Dusit Residences และฐานต่ำในครึ่งแรกปี 2568 และคาดเติบโตต่อเนื่องในครึ่งหลังปี 2569 จากการขายสินทรัพย์ให้ CPNREIT Valuation น่าสนใจ PE 2569F ที่ 14.8x ต่ำกว่าช่วง Pre-COVID ที่ 28.0x เป้าหมายระยะสั้น 59.50 บาท


