posttoday

จับตาจุดจบ “กรีนแลนด์” หลังทรัมป์เบรกภาษียุโรป ป่วน ศก.-สินทรัพย์ทั่วโลก

22 มกราคม 2569

ทรัมป์สั่งเบรกภาษี Tariffs ยุโรป หลังบรรลุดีลกรีนแลนด์ผ่านเลขาฯ NATO “ดร.กอบศักดิ์” ชี้จับตากรีนแลนด์ประท้วงหลังถูกเจรจาข้ามหัว นักวิเคราะห์ มองข้อตกลงไม่ชัดเจน มีโอกาสเกิดความผันผวนรอบใหม่

KEY

POINTS

  • ทรัมป์ประกาศยกเลิกแผนการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากยุโรป หลังเจรจากับเลขาธิการ NATO ที่ให้คำมั่นว่าจะช่วยให้ความต้องการของสหรัฐฯ เกี่ยวกับกรีนแลนด์เป็นจริง
  • ข้อตกลงดังกล่าวเป็นการเจรจาข้ามหัวเดนมาร์กและกรีนแลนด์ ซึ่งอาจทำให้สหรัฐฯ ได้สิทธิในการใช้พื้นที่และทรัพยากรธรรมชาติบนเกาะกรีนแลนด์เป็นการแลกเปลี่ยน
  • การยุติความขัดแย้งทางการค้า ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกดีดตัวขึ้น แต่ยังคงสร้างความผันผวนและความไม่แน่นอนต่อสินทรัพย์ทั่วโลก โดยเฉพาะความเชื่อมั่นในพันธบัตรสหรัฐฯ

ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปกำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศเจตจำนงในการเข้าครอบครองเกาะกรีนแลนด์จากเดนมาร์ก โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงเพื่อสกัดกั้นอิทธิพลของรัสเซียและจีน รวมถึงความพยายามในการครอบครองซัพพลายแร่หายาก (Rare Earth) สถานการณ์ดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงความขัดแย้งทางการทูต แต่ได้ลุกลามไปสู่การตั้งกำแพงภาษีและการยกระดับทางทหารที่อาจเปลี่ยนโฉมหน้าความสัมพันธ์ของพันธมิตร NATO

มาตรการตอบโต้ทางการค้า กำแพงภาษีและเครื่องมือต่อรอง

เพื่อบีบให้ยุโรปยินยอมตามข้อเสนอ สหรัฐฯ ได้ประกาศแผนเก็บภาษี 10-25% กับสินค้าจาก 8 ประเทศในยุโรป และยกระดับการกดดันฝรั่งเศสด้วยการขู่เก็บภาษีไวน์และแชมเปญสูงถึง 200% เพื่อกดดันให้ประธานาธิบดีมาครงเข้าร่วมคณะกรรมการสันติภาพ

ในขณะเดียวกัน ฝั่งสหภาพยุโรปไม่ได้นิ่งเฉย โดยมีการพิจารณาเก็บภาษีตอบโต้สินค้าสหรัฐฯ มูลค่าสูงถึง 93 พันล้านยูโร (ราว 108 พันล้านดอลลาร์) หากทรัมป์ยังเดินหน้าตามคำขู่ แม้ฝรั่งเศสจะพยายามผลักดันการใช้เครื่องมือป้องกันการบีบบังคับทางเศรษฐกิจ (Anti-Coercion Instrument) แต่การบังคับใช้ยังคงมีข้อจำกัด เนื่องจากต้องอาศัยเสียงสนับสนุนส่วนใหญ่ (Qualified Majority Voting) ซึ่งอาจใช้เวลาในการดำเนินการ

ยกระดับทางทหาร-เตรียมพร้อมในพื้นที่

ผลกระทบจากความขัดแย้งนี้ส่งผลให้เกิดการป้องปรามทางทหารอย่างเข้มข้น โดยเดนมาร์กและชาติพันธมิตร NATO อีก 7 ประเทศ ได้เริ่มปฏิบัติการ "ARCTIC ENDURANCE" และขยายการซ้อมรบในพื้นที่อาร์กติกให้เป็นตลอดทั้งปี

ทางด้าน Jens-Frederik Nielsen นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ ได้ออกมาเตือนประชาชนให้เตรียมพร้อมต่อความเป็นไปได้ในการถูกรุกรานทางทหาร โดยมีการจัดตั้งคณะทำงานพิเศษด้านความมั่นคง และให้คำแนะนำแก่ประชาชนให้สำรองอาหารไว้สำหรับ 5 วัน เพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น

ทรัมป์ถอยสงครามการค้า EU แลกสิทธิเหนือกรีนแลนด์

แต่แล้วประธานาธิบดีทรัมป์ ได้สร้างความตกตะลึงไปทั่วโลกผ่าน Truth Social โดยประกาศว่า จะไม่เก็บภาษี Tariffs กับยุโรป ตามที่เคยแจ้งไว้ว่าจะเริ่มในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ สาเหตุสำคัญมาจากผลการเจรจากับ Mr. Mark Rutte เลขาธิการ NATO ที่ให้คำมั่นว่าจะทำให้ความต้องการของทรัมป์เกี่ยวกับ กรีนแลนด์ เป็นจริง ซึ่งเป็นการยุติความเสี่ยงของการเผชิญหน้าทางสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปที่เคยขู่ไว้ก่อนหน้านี้

เจรจาข้ามหัวเดนมาร์ก ยึดสิทธิกรีนแลนด์แบบ Infinite

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) และกรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า Trump +1,000 จุด 

“ผมไม่ขึ้นภาษี Tariffs กับยุโรปแล้ว” !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
เพราะผมจะได้ตามที่ผมต้องการ 
หลังจากคุยเจรจากับ Mr. Mark Rutte, เลขาธิการ NATO 
ผู้ส่งข้อความสัญญาไว้ก่อนหน้าว่า

“ผมจะทำให้ความตั้งใจของท่านประธานาธิบดีเกี่ยวกับ Greenland เป็นจริง…เฝ้ารอที่จะเจอท่านประธานาธิบดีที่ดาวอสครับ”

President Trump แจ้งทั้งโลกผ่าน Truth Social ทันทีว่า

 “จากการประชุมที่มีผลอย่างยิ่ง กับเลขาธิการ NATO Mark Rutte เราได้วางกรอบความตกลงในอนาคตเกี่ยวกับกรีนแลนด์ และจะครอบคลุมไปถึงภูมิภาคอาร์กติกทั้งหมด ซึ่งหากข้อตกลงนี้บรรลุผล จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อสหรัฐอเมริกาและสมาชิก NATO ทุกประเทศ

จากข้อตกลงเบื้องต้นร่วมกันนี้ ผมจะไม่เก็บ Tariffs ที่เคยแจ้งไว้ว่าจะขึ้นในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ โดยเรากำลังหารือเพิ่มเติมเพื่อสร้าง The Golden Dome ในส่วนที่อยู่บนพื้นที่กรีนแลนด์ และจะให้ทุกคนทราบในช่วงต่อไป”

กลายเป็นหมัดฮุคที่ 2 ของคืน ส่งดัชนี Dow Jones เพิ่มอีกรอบ ทำให้ระหว่างคืนเพิ่ม 1,000 จุด จาก 48,500 เป็น 49,500 ก่อนจะย่อลงมา

ส่วนทองคำ เมื่อความเสี่ยงของการเผชิญหน้าของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและ EU ได้ลดลง (แบบมวยต้มล้มคนดู) ก็กลับลงมาต่ำกว่า 4,800 ดอลลาร์เล็กน้อยเมื่อเช้านี้ 

มาดูกันต่อไปครับว่า สุดท้ายจะเจรจาสำเร็จดังที่ท่านประธานาธิบดีแจ้งไหม

Denmark และ Greenland ผู้เป็นเจ้าของเกาะ ต้องเสียอะไรบ้าง ทั้งเรื่องสิทธิการใช้พื้นที่แบบถาวร สิทธิการขุดทรัพยากรธรรมชาติ และสิทธิอื่นๆ

ทั้งหมด แม้จะดูว่าเป็น “มวยล้ม ต้มคนดู” ไม่ได้ก่อสงครามการค้าตามที่โหมโรงเอาไว้ ตามที่ผู้นำสหภาพยุโรป รวมแคนาดา เรียงตัวกันออกมาพูดข่มขู่ จะใช้ Trade Bazooka ตัดพ้อ ต่อว่า ว่าเป็นการย้อนยุค ล้าสมัย เป็นลัทธิอนานิคม 4.0 เรียกร้องให้คนตัวเล็กอย่างเรา รวมตัวกันสู้

ซึ่งการจบแบบหักมุมแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ ภายใต้ระเบียบโลกใหม่ ใต้ระบบกำปั้น Might is always Right

ไทยเราเคยโดนมาแล้ว ปี 2436 หรือ รศ. 112 ฝรั่งเศสแสดงแสนยานุภาพ ส่งเรือเข้ามาปิดแม่น้ำ สุดท้าย ล้นเกล้า รัชกาลที่ 5 ต้องยอมเสียดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง ชดใช้ค่าเสียหายและจ่ายเงินรวม 3 ล้านฟรังก์ ลงนามในสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส รศ. 112 เพื่อรักษาส่วนที่เหลือไว้

มาตามดูกันครับว่า รายละเอียดทั้งหมดเมื่อตกลงแล้วจะเป็นอย่างไร จะได้ตามใจท่าน DEALMAKER-IN-CHIEF ทุกสิ่งอย่างหรือไม่ จะเป็น “REALLY FANTASTIC DEAL” และสิทธิที่ไม่มีเงื่อนเวลา “Infinite” “No time limit” ตามตอบนักข่าวไหม

สุดท้าย เมื่อเจอแบบนี้ คน Greenland จะประท้วงไหม เพราะทั้งหมดเป็นการเจรจา “ข้ามหัว” โดยคน Greenland ไม่ได้เกี่ยวด้วย !!!

ผลกระทบต่อตลาดเงินและเศรษฐกิจโลก

ฝ่ายวิจัยฯ บล.เอเซีย พลัส มองว่า ประธานาธิบดีทรัมป์กลับลำ กล่าวยืนยันว่าสหรัฐฯ จะไม่เข้าครอบครองกรีนแลนด์ด้วยการใช้กำลังทหาร พร้อมยกเลิกแผนเก็บภาษีนำเข้ายุโรปเพิ่มเติม 10% ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 และ 25% ในวันที่ 1 มิถนายน 2569 นอกจากนี้ยังมีกรอบข้อตกลงเบื้องต้นกับ NATO ทำให้นักลงทุนคลายความกังวลทันที

อย่างไรก็ดี ข้อตกลง FRAMEWORK ที่ไม่ชัดเจน อาจทำให้เกิดความผันผวนรอบใหม่ได้ทุกเมื่อ ขณะที่เดนมาร์กประกาศชัดว่าไม่เจรจายกเกาะให้สหรัฐฯ 

ความขัดแย้งนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นในสินทรัพย์ของสหรัฐฯ ซึ่งสิ่งที่ต้องจับตา คือ

  • ตลาดพันธบัตร: Bond Yield 10 ปีของสหรัฐฯ พุ่งขึ้นสู่ระดับ 4.3% หลังจากกองทุนบำนาญ AkademikerPension ของเดนมาร์กประกาศแผนเทขายพันธบัตรสหรัฐฯ ทั้งหมด ภายในสิ้นปี 2568 เนื่องจากมองว่านโยบายของทรัมป์จะทำให้การคลังระยะยาวไม่ยั่งยืนและเกิดความเสี่ยงด้านเครดิต
  • สถานะสินทรัพย์ปลอดภัย: ยุโรปเริ่มทบทวนบทบาทของสหรัฐฯ ในฐานะแหล่งพักเงินที่ปลอดภัย (Safe Haven) ในขณะที่ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์จากความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์
  • เงินเฟ้อ และ GDP: สหรัฐฯ นำเข้าสินค้าจากยุโรปสูงถึง 20.2% ซึ่งความขัดแย้งนี้อาจทำให้ราคาสินค้ากลุ่มชิ้นส่วนรถยนต์, ยา และน้ำมันสูงขึ้น ส่งผลให้เงินเฟ้อสหรัฐฯ (ล่าสุดอยู่ที่ 2.7%) ลดลงได้ยาก และอาจฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจโลก หนุนเม็ดเงินไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำ และเกิดแรงเทขายสินทรัพย์เสี่ยง ตามมาด้วยตลาดหุ้นร่วงลงแรงได้

กลยุทธ์การลงทุนในยุคทรัมป์ 2.0 ทำโลก Uncertainty

ฝ่ายวิจัยฯ บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่า สถานการณ์นี้เป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นในระยะสั้น ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงมีความผันผวน และสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำ ราคาได้ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจนทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ 

อย่างไรก็ตาม เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์กลับลำ กล่าวยืนยันว่าสหรัฐฯ จะไม่เข้าครอบครองกรีนแลนด์ด้วยการใช้กำลังทหาร พร้อมยกเลิกแผนเก็บภาษีนำเข้ายุโรป ตลาดหุ้นมีสัญญาณ Rebound กลับมา

กลยุทธ์ในการลงทุน แนะนำลงทุนใน หุ้นกลุ่ม LUXURY คาดจะได้รับแรงหนุนจากการยกเลิกเก็บภาษีของทรัมป์ ในฝั่งยุโรป หลังจากก่อนหน้านี้ ราคาหุ้น LUXURY ปรับตัวลงแรงทั้งกลุ่ม หลังจากทรัมป์ประกาศจะเก็บภาษียุโรป (18 ม.ค.2569) 

นอกจากนี้ รายได้ในกลุ่ม LUXURY ของจีนในไตรมาส 4 มีแนวโน้มแข็งแกร่งจากยอดนำเข้ากระเป๋าหนังจากฝรั่งเศสในเดือนพฤศจิกายน พลิกกลับมาเติบโตที่ระดับ 15% YoY ซึ่งเป็นการเติบโตในระดับ Double Digit ครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2566 โดยยอดนำเข้ากระเป๋าหนังและยอดขายสินค้า LUXURY ในจีนมีค่า Correlation สูงถึง 86%

ข่าวล่าสุด

เกาหลีใต้บังคับใช้กฎหมาย AI ครบวงจร สตาร์ตอัพหวั่นฉุดนวัตกรรม