posttoday

สงครามภาษีสหรัฐฯ-ยุโรป ปั่นโลก! 9 หุ้นไทย 'นิคมฯ-ส่งออก-อาหาร' รับทรัพย์

19 มกราคม 2569

เกมการค้าโลกกลับมาตึงเครียด หลังทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีนำเข้ายุโรปสูงสุด 25% เสี่ยงกดดันเศรษฐกิจโลกและสินทรัพย์เสี่ยง บล.เอเซีย พลัส มองบวกต่อหุ้นไทย เมื่อห่วงโซ่อุปทานโลกมีแนวโน้มย้ายฐานมายังประเทศต้นทุนต่ำและความเสี่ยงน้อยกว่า อานิสงส์หุ้นนิคมอุตสาหกรรม WHA–AMATA รับ FDI ไหลเข้า กลุ่มชิ้นส่วน DELTA กลุ่มยานยนต์ SAT–AH และอาหารแปรรูป CPF–TU–ITC–TFG

KEY

POINTS

  • เกมการค้าโลกกลับมาตึงเครียด หลังทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีนำเข้ายุโรปสูงสุด 25% เสี่ยงกดดันเศรษฐกิจโลกและสินทรัพย์เสี่ยง
  • บล.เอเซีย พลัส มองบวกต่อหุ้นไทย เมื่อห่วงโซ่อุปทานโลกมีแนวโน้มย้ายฐานมายังประเทศต้นทุนต่ำและความเสี่ยงน้อยกว่า
  • อานิสงส์หุ้นนิคม WHA–AMATA รับ FDI ไหลเข้า กลุ่มชิ้นส่วน DELTA กลุ่มยานยนต์ SAT–AH อาหารแปรรูป CPF–TU–ITC–TFG

ความตึงเครียดของสงครามการค้ากลับมาก่อตัว ท่ามกลางความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ร้อนแรง โดยล่าสุดทรัมป์ระบุว่าจะเริ่มเก็บภาษี 10% กับสินค้าจากยุโรป 8 ประเทศ เดนมาร์ก, นอร์เวย์, สวีเดน, ฝรั่งเศส, เยอรมนี อังกฤษ, เนเธอร์แลนด์, ฟินแลนด์ ตั้งแต่ 1 ก.พ.69

และจะเพิ่มเป็น 25% ในเดือน มิ.ย.69 หากไม่ยอมเปิดทางให้สหรัฐฯ ซื้อเกาะกรีนแลนด์จากเดนมาร์ก

ขณะที่ EU กำลังพิจารณาเก็บภาษีสินค้าสหรัฐฯ มูลค่า 93 พันล้านยูโร ราว 108 พันล้านดอลลาร์ หากทรัมป์เดินหน้าตามคำขู่ นอกจากนี้ ยังมีการหารือถึงความเป็นไปได้ในการใช้เครื่องมือป้องกันการบีบบังคับทางเศรษฐกิจ (ANTI-COERCION INSTRUMENT) เปิดทางให้ EU จำกัดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในวงกว้าง

และอาจสร้างรอยร้าวระหว่างพันธมิตร NATO และเนื่องจากสหรัฐฯ นำเข้าสินค้าจาก EU สูงสุด มีสัดส่วนราว 20.2%อาจทำให้กลุ่มสินค้าชิ้นส่วนฯ,รถยนต์, ยา, น้ำมัน มีราคาสูงขึ้น กดดันทำให้เงินเฟ้อสหรัฐฯ

ล่าสุดที่ 2.7% ลดลงได้ยาก รวมถึงมีโอกาสกดดัน GDP โลก เพราะ TOTAL TRADE ของสหรัฐฯ ไปยุโรปคิดเป็น 18% ของทั้งหมด ยุโรปไปสหรัฐฯ 7% ของทั้งโลก

สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ผลที่ตามมาทำให้การใช้นโยบายการคลังและการเงินค่อนข้างตึงตัว ทั้งการทุ่มงบประมาณทหารมหาศาลไปกับการป้องกันประเทศ ปี 2567 พุ่งสู่ 2.7 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 9.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YOY) สูงสุดนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามเย็น

รวมทั้งการเดินหน้าปรับลดดอกเบี้ยยากขึ้น หากแนวโน้มเงินเฟ้อไม่ชะลอตัวลงสู่กรอบเป้าหมาย สังเกตจาก BOND YIELD 10 ปี สหรัฐสูงสุดในรอบเกือบ 4 เดือน 4.23% ส่วนราคาทองคำทำจุดสูงสุดใหม

ประเทศไทยได้อะไร? หากสหรัฐฯ-ยุโรปทะเลาะกัน

เอเซีย พลัส ระบุว่า หากสหรัฐฯและยุโรป ขัดแย้งกัน เช่น สงครามการค้า หรือการกีดกันทางภาษี สินค้าจากยุโรปจะเข้าอเมริกาแพงขึ้น และสินค้าอเมริกาจะเข้ายุโรปยากขึ้น ทำให้ทั้งสองฝ่ายจะต้องหาแหล่งนำเข้าใหม่ที่ราคาถูกกว่าและไม่ถูกกำแพงภาษี

ไทยซึ่งมีฐานการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์, ยานยนต์, อาหารแปรรูป จะกลายเป็นตัวเลือกหลักในการส่งออกสินค้าไปทดแทน จากภาพจะเห็นตัวเลขมูลค่าการค้าของไทยกับ 2 ประเทศ

  • สหรัฐฯ (UNITED STATES) : มูลค่าประมาณ 83,019.50 ล้านดอลลาร์ สัดส่วน 12.90%
  • สหภาพยุโรป (EUROPEAN UNION) : มูลค่าประมาณ 49,070.60 ล้านดอลลาร์ สัดส่วน 7.63%

เมื่อรวมกันแล้ว ตลาดสหรัฐฯ และยุโรป มีสัดส่วนประมาณ 20.5% ของการค้าไทย มูลค่ารวมกว่า 1.3 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่าจีนที่เป็นคู่ค้าไทยอันดับ 1 เสียอีก

ขณะที่ไทยจะได้ประโยชน์จากการดึงดูดเม็ดเงินลงทุน (FDI) เพราะฝ่ายวิเคราะห์มีความสัมพันธ์ทางการค้าที่ดีกับทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งเป็นภูมิภาคที่กำลังเติบโตและต้นทุนต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัด

ดังนั้นหุ้นที่คาดได้ SENTIMENT เชิงบวกจากประเด็นดังกล่าว คือ 

  • กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม: บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA, บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA 
  • กลุ่มชิ้นส่วนฯ: บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA 
  • กลุ่มยานยนต์: บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SAT, บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน) หรือ AH 
  • กลุ่มอาหารแปรรูป: บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF,บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU, บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC, บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG เป็นต้น.

ข่าวล่าสุด

กกต.ย้ำต้านซื้อเสียง คาดเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 คนใช้สิทธิทะลุ 75%