posttoday

ดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุน 3 เดือนหน้า “ทรงตัว” หวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหนุน

03 ธันวาคม 2568

FETCO เผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน 3 เดือนข้างหน้า (ก.พ.69) อยู่ในเกณฑ์ “ทรงตัว” เศรษฐกิจถดถอยและสถานการณ์การเมืองในประเทศฉุด จับตาแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ-ดอกเบี้ย กนง.

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) ผลสำรวจในเดือนพฤศจิกายน 2568 (สำรวจระหว่างวันที่ 21-30 พฤศจิกายน 2568)  พบว่า “ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index: ICI) ในอีก 3 เดือนข้างหน้า (กุมภาพันธ์ 2569) ปรับลดมาอยู่ที่ระดับ 101.55 ลงมาอยู่ในเกณฑ์ “ทรงตัว” 

ผลสำรวจเดือนพฤศจิกายน 2568 รายกลุ่มนักลงทุน พบว่า ความเชื่อมั่นกลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ปรับลด 9.1% อยู่ที่ระดับ 125.00 อยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรง” ส่วนกลุ่มนักลงทุนบุคคล ปรับลด 23.7% อยู่ที่ระดับ 94.89 กลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ ปรับลด 23.2% อยู่ที่ระดับ 118.18 และกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศ ปรับลด 28.6% อยู่ที่ระดับ 100.00 อยู่ในเกณฑ์ “ทรงตัว”

ทั้งนี้ นักลงทุนมองว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นมากที่สุด รองลงมา คือ อัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน  (กนง.) และสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ 

ในขณะที่ปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด ได้แก่ การถดถอยของเศรษฐกิจในประเทศ รองลงมา คือ สถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ และการนำเข้า-ส่งออก
 
ขณะเดียวกัน หมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือ ธนาคาร (BANK) ส่วนหมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดแฟชั่น (FASHION)

ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน 3 เดือนข้างหน้า (กุมภาพันธ์ 2569)

ในเดือนพฤศจิกายน 2568 ดัชนี SET เคลื่อนไหวผันผวนและปรับลดลงต่อเนื่องจนหลุดกรอบ 1,300 จุด ท่ามกลางปัจจัยกดดันจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว อีกทั้งได้รับผลกระทบจากมหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ซึ่งส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของภาคเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว รวมถึงปัจจัยทางการเมืองที่ส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาล โดยมีปัจจัยสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐผ่านโครงการคนละครึ่งพลัสและเที่ยวดีมีคืน 

โดย SET Index ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2568 ปิดที่ 1,256.69 ปรับตัวลดลง 3.80% จากเดือนก่อนหน้า ปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในเดือนพฤศจิกายน 2568 อยู่ที่ 34,323 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 12,559 ล้านบาท โดยตั้งแต่ต้นปี 2568 นักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิรวม 113,298 ล้านบาท 

ทางด้านปัจจัยต่างประเทศที่น่าติดตาม ได้แก่ การประกาศนโยบายการเงินของ FED ซึ่งตลาดคาดการณ์ว่าอาจไม่ลดดอกเบี้ยเนื่องจากขาดข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่เพียงพอ สถานการณ์ความตึงเครียดทางการทูตระหว่างประเทศญี่ปุ่นและจีน และสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ยังไม่คลี่คลาย 

ในส่วนของปัจจัยในประเทศที่น่าติดตาม ได้แก่ แนวโน้มการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมของ กนง. ในการประชุมเดือนธันวาคม รวมถึงทิศทางทางการเมืองไทยจากการจัดประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญในวันที่ 12 ธ.ค.2568 รวมถึงเม็ดเงินจากกองทุนประหยัดภาษี เช่น Thai ESG และ RMF ที่จะเข้ามากระตุ้นตลาดทุนไทยในช่วงเดือนสุดท้ายของปี

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด กาลาตาซาราย พบ ลิเวอร์พูล ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก วันนี้ 10 มี.ค.69