ก.ล.ต. ผนึกกำลัง ตลท.- OECD จัดงานยกระดับบรรษัทภิบาลและพัฒนาตลาดทุนไทย เริ่ม 27 พฤศจิกายนนี้
ก.ล.ต. ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ฯ และ OECD จัดงานประชุม OECD-Asia Roundtable on Corporate Governance 2025 วันที่ 27–28 พฤศจิกายน 2568 เวทีเสวนากำกับดูแลกิจการที่ดี การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และความยั่งยืนของกิจการ พร้อมเปิดตัว OECD Capital Market Review of Thailand 2025 เสริมความแข็งแกร่งบรรษัทภิบาลของบริษัทจดทะเบียน พร้อมยกระดับการพัฒนาตลาดทุนไทย
KEY
POINTS
- ก.ล.ต. ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ฯ และ OECD
- จัดงานประชุม OECD-Asia Roundtable on Corporate Governance 2025 วันที่ 27–28 พฤศจิกายน 2568
- เวทีเสวนากำกับดูแลกิจการที่ดี การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และความยั่งยืนของกิจการ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ได้ร่วมกันจัดงานประชุม OECD-Asia Roundtable on Corporate Governance 2025 ซึ่งเป็นเวทีระดับภูมิภาคระหว่างประเทศในเอเชียและ OECD เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเชิงนโยบายด้านบรรษัทภิบาล การระดมทุนและความยั่งยืนของภาคธุรกิจ
โดยการประชุมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 150 คน จาก 23 ประเทศ ประกอบไปด้วย ผู้บริหารระดับสูงและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่ดีในการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืนขององค์กร
ทั้งนี้ ภายในงานมีการเปิดตัว รายงานการศึกษาทบทวนตลาดทุนไทย (OECD Capital Market Review of Thailand 2025) บทวิเคราะห์เชิงลึกซึ่งมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการเสริมสร้างระบบนิเวศตลาดทุนไทยในแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ข้อเสนอแนะสำคัญโดยสังเขป ได้แก่
- ยกระดับด้านบรรษัทภิบาลและความโปร่งใส ส่งเสริมให้ผู้มีส่วนร่วมในตลาดทุนมีบทบาทความรับผิดชอบมากขึ้น ปรับปรุงคู่มือการกำกับดูแลกิจการที่ดีและแนวปฏิบัติที่ดีในการเปิดเผยข้อมูล และเสริมสร้างความเป็นอิสระของคณะกรรมการบริษัท รวมทั้งพัฒนาการกำกับดูแลธุรกรรมที่เกี่ยวโยงกันและการคุ้มครองผู้ถือหุ้นรายย่อย
- ส่งเสริมการเข้าถึงและสภาพคล่องในตลาดทุน เสนอให้มีการปรับขั้นตอนการอนุมัติ IPO ให้กระชับขึ้น อำนวยความสะดวกในการเสนอขายหุ้นในตลาดรองและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตลาดทุนของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ผ่านตลาดหลักทรัพย์ mai และ LiVEx รวมทั้งสนับสนุนงานวิจัยตลาดทุน
- สนับสนุนการระดมทุนระยะยาวอย่างยั่งยืน ส่งเสริมการระดมทุนด้วยตราสารหนี้ภาคเอกชน ซึ่งรวมถึงตราสารเพื่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน พร้อมทั้งปรับปรุงขั้นตอนการพิจารณาคุณสมบัติผู้ลงทุนเพื่อเพิ่มความคุ้มครองผู้ลงทุน และสนับสนุนให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเข้าถึงตลาดตราสารหนี้ได้สะดวกยิ่งขึ้น
- ยกระดับการระดมทุนของภาคเอกชน ส่งเสริมการลงทุนผ่านธุรกิจจัดการร่วมลงทุน (venture capital) และกิจการเงินร่วมลงทุน (private equity: PE) ปรับปรุงโครงสร้างกองทุนและการเสนอขายหลักทรัพย์แก่กรรมการหรือพนักงานบริษัทจดทะเบียน (ESOP) ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น รวมทั้งสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการสนับสนุนธุรกิจใหม่
- การขยายฐานนักลงทุนและเสริมสร้างเงินออมภาคครัวเรือน OECD เสนอแนะให้มีการออกแบบโครงการออมเงินโดยขยายความคุ้มครองของเงินบำนาญ เพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ลงทุนสถาบันในตลาดทุน และส่งเสริมความรู้และทักษะด้านการเงินแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง
ก.ล.ต. ให้ความสำคัญกับการประเมินตามมาตรฐานมาอย่างต่อเนื่อง รายงานการศึกษาทบทวนตลาดทุนไทยจึงไม่ใช่เพียงโอกาสในการประเมิน แต่เป็นกระบวนการเรียนรู้ ปรับแนวทางให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และยืนยันความมุ่งมั่นในการยกระดับการกำกับดูแลที่ดี เพื่อสร้างตลาดทุนไทยให้แข็งแกร่ง มีความสามารถในการแข่งขัน และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว
ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ประธานกรรมการ ก.ล.ต. กล่าวว่า ความร่วมมือเป็นส่วนสำคัญในกระบวนการกำหนดนโยบายของ ก.ล.ต. เสมอมา การสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเปิดกว้างกับองค์การ OECD และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทำให้มั่นใจได้ว่ารายงานฉบับนี้สะท้อนถึงความต้องการในโลกความเป็นจริง
และความมุ่งมั่นร่วมกันในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ก.ล.ต. ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อมุมมองที่หลากหลายซึ่งมีส่วนช่วยหล่อหลอมผลการศึกษาครั้งนี้ให้เป็นข้อเสนอที่ปฏิบัติได้จริง และสร้างผลลัพธ์ที่คาดการณ์ไปถึงอนาคตได้
นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า “ผลการศึกษาเชิงลึกนี้เป็นมากกว่าข้อเสนอแนะ แต่เป็นประเด็นนโยบายสำคัญที่ ก.ล.ต. กำลังดำเนินการอยู่แล้ว เรามุ่งมั่นที่จะสานต่อพลังขับเคลื่อนนี้
โดยร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อทำให้ตลาดทุนของเรามีความคล่องตัว เข้าถึงได้ และแข็งแกร่งยิ่งขึ้น เราเชื่อว่ารายงานการศึกษาทบทวนตลาดทุนไทยของ OECD จะนำไปสู่โอกาสในการปฏิรูปอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความยั่งยืนและขีดความสามารถในการแข่งขันของตลาดทุนไทยต่อไป”
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า “รายงานการทบทวนตลาดทุนไทยประจำปี 2568 โดย OECD ฉบับนี้ ชี้ให้เห็นประเด็นที่สำคัญที่ควรได้รับการพัฒนาในตลาดทุนไทย ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
โดยการประสานความร่วมมือนี้ถือเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนโอกาสการพัฒนา พร้อมยกระดับธรรมาภิบาล และผลักดันให้ตลาดทุนไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนต่อไป
Carmine Di Noia, OECD Director for Financial Affairs กล่าวว่า “การปฏิรูปตลาดทุนไทยที่ผ่านมา และความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการพัฒนามาตรฐานการกำกับดูแลกิจการที่ดี สะท้อนให้เห็นถึงภาวะผู้นำที่แข็งแกร่งในการส่งเสริมตลาดทุนที่โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และเปิดกว้าง
ซึ่งสอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการของ G20/OECD ความร่วมมือระหว่าง OECD กับ ก.ล.ต. มีคุณค่าอย่างยิ่ง และเราเชื่อว่ารายงานการศึกษาทบทวนตลาดทุนไทยครั้งนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสนับสนุนบรรยากาศการลงทุนและพลวัตโดยรวมของเศรษฐกิจไทย
อย่างไรก็ดี "องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD (Organisation for Economic Co-operation and Development)" ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2504 เป็นเวทีและศูนย์กลางความรู้ด้านข้อมูล การวิเคราะห์ และแนวปฏิบัติที่ดีทางด้านนโยบายสาธารณะ OECD ทำงานร่วมกับ 100 กว่าประเทศทั่วโลก เพื่อสร้างสรรค์สังคมที่เข้มแข็ง เป็นธรรม และสะอาดยิ่งขึ้น โดยมีส่วนร่วมในการเสนอแนะแนวนโยบายเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.oecd.org
OECD-Asia Corporate Governance Programme โครงการส่งเสริมบรรษัทภิบาลระหว่าง OECD และประเทศในเอเชีย จัดขึ้นร่วมกับประเทศเจ้าภาพเป็นประจำทุกปี เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างประเทศในเอเชียและ OECD เพื่อเสริมสร้างการพัฒนาแนวปฏิบัติที่ดีระดับสากลที่สอดคล้องกัน
งานประชุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการส่งเสริมบรรษัทภิบาลระหว่าง OECD และประเทศในเอชีย ซึ่งสะท้อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพที่มุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการที่ดี และการพัฒนาตลาดทุนไทยอย่างยั่งยืน.


