2569 ปีแห่งการรีสตาร์ทเศรษฐกิจไทย FDI-ท่องเที่ยว-ส่งออก ปลุกชีพตลาดทุน
ตลาดหุ้นไทยปี 2569 จุดเริ่มต้นการฟื้นตัวครั้งใหม่จากแรงขับ FDI ดิจิทัล-อิเล็กทรอนิกส์, การท่องเที่ยวกลับมาคึกคัก และส่งออกพ้นจุดต่ำสุด พร้อม 4 ธีมการลงทุนใหญ่ที่อาจเปลี่ยนเกมตลาดทุนไทย พร้อมนโยบายรัฐบาลใหม่กล้าปฏิรูปโครงสร้างจริงจัง
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นไทยปี 2569 จุดเริ่มต้นการฟื้นตัวครั้งใหม่จากแรงขับ FDI ดิจิทัล-อิเล็กทรอนิกส์
- การท่องเที่ยวกลับมาคึกคัก และส่งออกพ้นจุดต่ำสุด
- 4 ธีมการลงทุนใหญ่ที่อาจเปลี่ยนเกมตลาดทุนไทย พร้อมนโยบายรัฐบาลใหม่กล้าปฏิรูปโครงสร้างจริงจัง
เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายปลายปีพ.ศ.2568 ตลาดหุ้นไทยเงียบงันเหมือนเมืองใหญ่ที่ไฟหรี่ลงครึ่งหนึ่ง SET ร่วงลงไปแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปีที่ 1,056 จุด
เสียงวิจารณ์ดังทุกมุม เศรษฐกิจชะลอ หนี้ครัวเรือนหนัก การเมืองไม่นิ่ง นักลงทุนจำนวนมากตั้งคำถาม...ตลาดไทยยังมีอนาคตหรือไม่ ?
กระทั่ง… "ชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ" กรรมการผู้จัดการ กิจการค้าหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ก้าวขึ้นมาเปิดมุมมองที่ทำให้หลายคนเริ่มมองภาพใหญ่ขึ้นอีกครั้ง
เศรษฐกิจไทยปี 2569 จุดเริ่มการฟื้นตัวรอบใหม่
ชัยพร อธิบายว่า การฟื้นตัวจะไม่ใช่แบบยิงพลุ แต่มาแบบ ทยอยกลับมาทีละส่วน ตั้งแต่ไตรมาส 1/2569
3 แรงขับหลักกำลังผลักไทยให้เดินหน้าอีกครั้ง
- FDI กลุ่มดิจิทัล–อิเล็กทรอนิกส์: "เกมใหม่ของไทยเพิ่งเริ่ม" Data Center และ Semiconductor ที่ยื่นขอ BOI ตั้งแต่ปี 2567 กำลังจะเริ่มลงทุนจริงในปี 2569 วงจรดิจิทัลใหม่กำลังก่อตัว และไทย "ต้องคว้าให้ได้"
- ท่องเที่ยว: เครื่องยนต์เก่า…กำลังติดไฟใหม่ คาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ 34 ล้านคน โดยตลาดอินเดีย รัสเซีย ยุโรปฟื้นแรง ส่วนจีนกำลังกลับมาจากฐานต่ำ รอแค่จุดประกายอีกนิดเดียว
- ส่งออก: ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว พร้อมฟื้นกลับเข้าสู่รอบใหม่ หลังไตรมาส 4/2568 แตะ Bottom ปี 2569 จะเริ่มเห็นตัวเลขเพิ่มขึ้นตามภาคการผลิตโลก
ด้วยเหตุนี้ บัวหลวงยังคงตั้งเป้า SET ปี 2569 ที่ 1,440 จุด EPS 90 บาทต่อหุ้น
แต่ต้องยอมรับว่า ‘ตลาดทุนไทยไม่โดดเด่น’
ในเกมการลงทุนระดับภูมิภาค ไทยกำลังอยู่ในจุดที่ "ปลายแถวของอาเซียน"
- ยังไม่เชื่อมโยงเทรนด์ AI อย่างชัดเจน
- ไม่มีบริษัทระดับโลกด้านชิปหรือแพลตฟอร์ม
- เม็ดเงินยังไหลไปไต้หวัน เกาหลีใต้ จีน
- ในอาเซียน อินโดฯ–เวียดนามยังแซงหน้า
ชัยพรพูดตรงๆว่า "ไทยต้องกระตุ้นตัวเองให้โดดเด่นขึ้น เพื่อดึงดูดนักลงทุนกลับมา"
สิ่งที่อยากฝากถึงรัฐบาลใหม่ มี 5 งานด่วน! ที่ต้องทำให้ได้
- แก้หนี้ครัวเรือนแบบตรงจุด ไม่งั้นการบริโภคจะเดินต่อไม่ได้
- สนับสนุน AI ให้ใช้จริง ไม่ใช่แค่สร้างความปลอดภัยของข้อมูล
- หยุดอัดฉีดเงิน-เริ่มปฏิรูปจริง เช่น Fast Pass BOI, FTA
- ท่องเที่ยวต้องเป็นวาระแห่งชาติ ดึงจีน–อินเดียกลับมาทันที
- จัดการคอร์รัปชัน เพราะความโปร่งใสคือทุนที่มีค่าที่สุดของประเทศ
ภาพตลาดปี 2568 กว่าจะฟื้น ต้องฝ่าพายุใหญ่
ดัชนีตลาดหุ้นไทยในปี 2568 ปรับตัวลดลงกว่า 8% หลายอย่างถาโถมจนตลาดผันผวนหนัก
แต่ในช่วงปลายปี ตลาดเริ่มทรงตัวในกรอบ 1,280 - 1,320 จุด แม้ราคาหุ้นรวมยัง "แพงกว่า" ภูมิภาค ค่า P/E 14.5 เท่า
โครงสร้างใหม่อย่าง FDI ดิจิทัล–ท่องเที่ยวฟื้น–มาตรการกระตุ้น คือสิ่งที่ช่วยไม่ให้ตลาดหลุดจุดต่ำสุดอีกครั้ง
4 ธีมการลงทุนปี 2569
"พิริยพล คงวาณิช" นักกลยุทธ์ปัจจัยพื้นฐาน ฝ่าย Wealth Research บล.บัวหลวง ชู 4 ธีมการลงทุนปี 2569 เมื่อโลกหมุนเร็ว แต่ไทยยังมีของดีให้เก็บ
1) การเติบโตของ Data Center & Digital Transformation
หนุนกลุ่มไฟฟ้า–น้ำ–สื่อสาร
หุ้นเด่น: WHAUP, GULF, ADVANC
2) ฟื้นตัวอุตสาหกรรมโลก–ปิโตรฯ–อาหารสัตว์เลี้ยง
Valuation ถูกมาก ใกล้วิกฤต 2008
หุ้นเด่น: PTTGC, SCC, ITC
3) หุ้นได้แรงหนุนจากรัฐ–กำไรโตต่อเนื่อง
ค้าปลีก–ท่องเที่ยว–การเงิน
หุ้นเด่น: CPN, CENTEL, AOT, MTC, TIDLOR
4) ปันผลสูง–กระแสเงินสดสม่ำเสมอ
ได้ประโยชน์จากมาตรการ TISA
หุ้นเด่น: KTB, SCB
กลยุทธ์ใหญ่ปี 2569 "BARBELL STRATEGY"
กระจายความเสี่ยง 3 สินทรัพย์
- หุ้น 60% (ไทย 10%, ต่างประเทศผ่าน DR 50%)
- ตราสารหนี้ 30%
- ทองคำ 10%
ทั้งนี้ ราคาทองคำ อาจแตะ 5,000 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ปี 2569 และเข้าสู่ Super Cycle ระยะที่ 3
กลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยง คือ กลุ่มอสังหาฯ – ยานยนต์ เพราะเจอแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนสูง ฟื้นตัวช้า
ในปี 2569 จะไม่ใช่ปีที่ไทย "หวังฟลุค" แต่คือปีที่ไทยต้อง "ลงมือเปลี่ยนจริง" ชัยพรทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า "ถ้าไทยอยากโต ต้องกล้าปฏิรูป และทำให้ตลาดทุนกลับมาน่าสนใจอีกครั้งไม่ใช่แค่หวังว่าเศรษฐกิจโลกจะช่วยเรา"
ปีหน้าอาจไม่ใช่ปีที่ง่ายที่สุดแต่อาจเป็นปีที่สำคัญที่สุดสำหรับการวางรากฐานใหม่ของเศรษฐกิจไทยในทศวรรษต่อไป.


