posttoday

SET แกว่งตัว จับตาเศรษฐกิจไทย ไตรมาส 3/68 คาดโต 1.0-1.5% YoY

17 พฤศจิกายน 2568

SET แกว่งตัว จับตาเศรษฐกิจไทย ไตรมาส 3/68 คาดโต 1.0-1.5%YoY กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ CENTEL และ SAWAD

KEY

POINTS

  • ตลาดหุ้นไทย (SET) อยู่ในภาวะแกว่งตัว โดยนักลงทุนรอติดตามปัจจัยใหม่ โดยเฉพาะตัวเลขเศรษฐกิจ
  • ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาคือการรายงานตัวเลข GDP ของไทยในไตรมาส 3 ปี 2568
  • มีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3/68 จะเติบโตที่ 1.0-1.5% ซึ่งเป็นการชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อนหน้า

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า ตลาดแกว่งตัว อาจเห็นการรีบาวด์ได้บ้าง คาดแรงขายในหุ้นงบไตรมาส 3/2568 ด่ำคาดน่าจะเริ่มชะลอลง ขณะที่การเจรจาการค้า ไทย-สหรัฐฯ ล่าสุดไม่หยุดชะงักน่าจะช่วยคลายกังวล แต่แนะนำรอติดตามการยืนยันจากรัฐบาลอีกครั้ง วันนี้ติดตามสภาพัฒน์ รายงาน GDP ไตรมาส 3/2568 คาดโต 1.0-1.5%YoY ชะลอตัวลงจากขยายตัว 2.8%YoY ในไตรมาส 2/2568 ทางเทคนิคดัชนีร่วงลงมาทดสอบ 1265 หากยังไหลลงต่อจะมีแนวรับถัดไป 1250/1235 แต่หากไม่หลุดมีโอกาสรีบาวด์ระยะสั้น แนวต้านที่ 1280/1285

ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET มีโอกาสพักตัวหรือแกว่งตัวลง หลังตลาดเริ่มขาดปัจจัยบวกใหม่ โดยทางเทคนิคหลังดัชนีหลุดต่ำกว่าแนวรับสำคัญ 1285 ทำให้มี โอกาสแกร่งลงไปที่บริเวณ 1265/1240 ส่วนปัจจัยในประเทศที่ต้องติดตาม ได้แก่ GDP ไตรมาส 3/2568 ซึ่งคาดเติบโต 1.0-1.5%YoY ชะลอตัวลงจาก +2.8%YoY ในไตรมาส 2/2568 ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ซึ่งอาจกระทบต่อจิตวิทยาการลงทุนในระยะสัน แม้คาดจะมีผลกระทบจำกัดต่อผลประกอบการ บจ. ไทยโดยรวม 

รวมทั้งการประชุม ครม. คาดจะมีการพิจารณามาตรการแก้หนี้เสียรายย่อย, รถไฟฟ้าสายสีม่วง-สีแดง 40 บาท ตลอดสาย และเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม 

ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศที่ต้องติดตาม ได้แก่ FOMC Minutes, ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญทั้งภาคแรงงาน NFPS และภาคเงินเฟ้อ PCE CPI หากหน่วยงานราชการ กลับมาเปิด

ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ "Selective Buv" ใน 3 ธีมหลัก และ 2 ธีมเทรดดิ้ง ดังนี้

1. หุ้น Defensive ซึ่งผลการดำเนินงานสามารถต้านทานความผันผวนภายนอก โดยเราคาดไตรมาส 4/2568 กำไรยังเติบโตดี YoY และแนะนำ Outperform จากแนวโน้มธุรกิจดี แนะนำ ADVANC BDMS BCPG BEM BGRIM PTT

2. หุ้นปันผลคุณภาพดียิ่งมี SET ESG Ratings A-AAA เพื่อสร้างกระแสเงินสดให้แก่พอร์ตระยะสั้น โดยคาดจะมีเงินปันผลจ่ายจากกำไรปี 2568 หลังหักเงินปันผลจ่ายระหว่างกาลแล้ว ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5% และเราแนะนำ Outperform ได้แก่ BAM KTB AP SIRI TOP BLA

3. หุ้นที่คาดได้ประโยชน์จากเข้าสู่วัฏจักรดอกเบี้ยขาลง โดยเราคาด กนง. จะมีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายปีนี้อีก 1 ครั้งในเดือน ธ.ค. และปีหน้า 2 ครั้งในช่วงครึ่งแรกปี 2569 อาทิ หุ้นที่จะมีต้นทุนการเงินลดลง เพราะมีภาระหนี้สิน ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยลอยตัวสูง แนะนำ CENTEL GPSC TRUE และหุ้นที่จะมีต้นทุนการดำเนินการลดลง หรือกำลังซื้อผู้บริโภคดีขึ้น แนะนำ AP MTC รวมทั้ง หินกลุ่ม REITs แนะนำ DIF FTREIT LHHOTEL

4. Trading Idea: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ 1) หุ้นที่คาดได้ประโยชน์จากรัฐเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ แนะนำกลุ่มท่องเที่ยว (CENTEL ERW) จากมาตรการเกี่ยวดีมีคืน, กลุ่มไฟแนนซ์ (BAM MTC) จากมาตรการพักหนี้และให้สินเชื่อรายย่อย 2) หุ้นที่คาดมีโอกาสได้ประโยชน์จากสถานการณ์น้ำท่วมขังเฉพาะจุด แนะนำ TASCO HMPRO GLOBAL ขณะที่แนะนำหลีกเลี่ยงหุ้นที่อาจจะได้รับผลกระทบจิตวิทยา หากสถานการณ์ความตึงเครียดไทย-กัมพชาบานปลายรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่าง CBG SAV

สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ CENTEL มองราคาหุ้นมีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากกำไรไตรมาส 3/2568 ออกมาดีกว่าคาด แรงหนุนจากธุรกิจโรงแรมมีผลขาดทุนลดลงและธุรกิจอาหารแข็งแกร่ง อีกทั้งเรามีมุมมองบวกต่อประกาศเข้าลงทุนในลัคกี้สุกี้และลัคกี้บาร์บีคิว ซึ่งคาดจะช่วยขยายพอร์ตธุรกิจอาหารและหมุนการเติบโตกำไรในระยะยาว เป้าหมายระยะสั้น 32.50 บาท

SAWAD มองราคาหุ้นมีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากกำไรที่จะดีขึ้น โดยไตรมาส 3/2568 คาดกำไรเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ ส่วนปี 2568 แม้คาดกำไรหดตัว 9.4%YoY แต่จะพลิกเติบโต 12%YoY ในปี 2569 แรงหนุนจากการกลับมาขยายสินเชื่อ NIM ที่เพิ่มขึ้นและ Credit Cost ที่ลดลง Valuation น่าสนใจ PER 2569F ที่ 7.73x เป้าหมายระยะสั้น 27.25 บาท

ข่าวล่าสุด

5 ภาคส่วน เซ่นพิษสงคราม SCB EIC หั่นเป้า GDP ไทยปีนี้เหลือโต 1.4%