posttoday

'PTTEP-GPSC' ส่งสัญญาณปี 69 โตต่อ! M&A ดันกำไร-ปันผลสวย

12 พฤศจิกายน 2568

ปี 2569 พลังงานไทยไม่แผ่ว! PTTEP ดีลควบรวมและโครงการใหม่หนุน ด้าน GPSC เดินหน้าโรงไฟฟ้าต่างประเทศ แม้เผชิญต้นทุนการเงินสูงและราคาก๊าซผันผวน มั่นใจรักษาฐานกำไรและเงินปันผลแกร่ง

KEY

POINTS

  • ปี 2569 พลังงานไทยไม่แผ่ว!
  • PTTEP ดีลควบรวมและโครงการใหม่หนุน
  • ด้าน GPSC เดินหน้าโรงไฟฟ้าต่างประเทศ แม้เผชิญต้นทุนการเงินสูงและราคาก๊าซผันผวน มั่นใจรักษาฐานกำไรและเงินปันผลแกร่ง

ท่ามกลางกระแสพลังงานโลกที่ยังสั่นไหว ทั้งสงคราม ราคาก๊าซ และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด!

สองยักษ์พลังงานในเครือ ปตท. อย่าง "บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP" และ "บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC" กำลังขยับหมากสำคัญเพื่อรักษาการเติบโตในปี 2569

"เสริมศักดิ์ สัจจะวรรณกุล" ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการเงิน บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP เผยในงาน Opportunity Day ว่า ทิศทางการเติบโตในปี 2569 คาดการณ์ปริมาณการผลิตจะยังคงมีการเติบโตเพิ่มขึ้น

ปัจจัยหลักมาจากการเข้าทำธุรกรรม M&A หรือการซื้อและควบรวมกิจการ ซึ่งจะส่งผลให้มีปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นเต็มปีในปีหน้า รวมถึงปริมาณที่จะเพิ่มเข้ามาจากโครงการในภูมิภาคตะวันออกกลาง อนึ่ง แผนงานสำหรับปี 2569 นั้นกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาทบทวน และจะมีการประกาศให้ตลาดรับทราบในช่วงประมาณเดือนธันวาคม

ภาพ PTTEP

ในฐานะผู้เล่นในตลาดพลังงาน PTTEP ยังคงติดตามความเคลื่อนไหวในตลาดพลังงานโลกอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะ "ตลาด LNG" (ก๊าซธรรมชาติเหลว) ปัจจุบันตลาด LNG ทั่วโลกยังคงมีปริมาณอุปทาน (Supply) ที่มากกว่าความต้องการ (Demand) อยู่เล็กน้อย โดยมีปริมาณประมาณ 420 ล้านตันต่อปี

อย่างไรก็ตาม หากมองไปในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ความต้องการจะเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของเศรษฐกิจที่ผ่อนคลายมากขึ้น แต่ด้วยจะมี Supply ใหม่ๆของโรงงาน LNG ที่จะขึ้นมาด้วย ทำให้คาดการณ์ว่าใน 2-3 ปีข้างหน้า อาจมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดภาวะ Oversupply (อุปทานส่วนเกิน)ได้ แต่จะไม่สูงนัก โดยปริมาณรวมของการเติบโตจะอยู่ในช่วง 450-500 ล้านตัน ซึ่งถือว่ามีอุปทานที่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด

ขณะที่ ความต้องการใช้พลังงานจาก Data Center นั้น บริษัทอาจจะยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน แต่เนื่องจากประเทศไทยปัจจุบันเป็น Net Import LNG อยู่แล้ว หากมีการใช้ไฟฟ้าพลังงานสูงจาก Data Center จริง ก็คงจะต้องอาศัยการนำเข้า LNG เพิ่มเติม

ด้าน "ต้นทุนทางการเงิน" ที่เป็นส่วนหนึ่งของ Unit Cost ได้มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น ผลจากการบันทึกเพิ่มเติมในส่วนของ Accretion ของอัตราดอกเบี้ยที่เกี่ยวกับการเช่าทรัพย์สินประเภท ROU (Right-of-Use assets) เช่น การใช้แท่นขุดเจาะและเครื่องมือต่างๆ ซึ่งการบันทึกนี้เป็นไปตามระยะเวลาของสัญญา อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถรักษา Average cost of debt ไว้ที่ 3.94 ได้คงที่ และ Interest bearing debt per equity ก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

แนวโน้มอัตรากำไรที่ก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายได้ (EBITDA Margin) ปี 2568 คาดว่าจะรักษาระดับอยู่ในช่วง 70-75%

ปริมาณยอดขายน้ำมันเฉลี่ยทั้งปีนี้คาดอยู่ในช่วง 510,000 - 515,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน (BOE/D) จากปีก่อนที่ระดับ 489,000 BOE/D โดยปริมาณที่เพิ่มขึ้นมาจากโครงการแปลง G1/61 ที่สามารถรับรู้ได้เต็มปี

หลังจากเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่มี.ค. 67, การเข้าซื้อหุ้นของเชฟรอนเพื่อขยายการลงทุนในแปลงก๊าซธรรมชาติ A-18, การรับรู้การลงทุนในโครงการสินภูฮ่อม, การเพิ่มปริมาณการขายก๊าซธรรมชาติต่อวันตามสัญญา (Daily Contract Quantity หรือ DCQ) ที่แหล่งก๊าซธรรมชาติอาทิตย์

ภาพ PTTEP

สำหรับนโยบายเงินปันผลในช่วงครึ่งหลังปี 2568 นั้น บริษัทคงนโยบายการจ่ายเงินปันผลไว้ที่ไม่ต่ำกว่า 30% ของกำไรสุทธิ ซึ่งนักลงทุนจะเห็นว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา รวมถึงเงินปันผลระหว่างกาลที่ผ่านมา บริษัทมักจะจ่ายอยู่ในระดับ 50% ของกำไรสุทธิ

GPSC เดินหน้าลุยโครงการต่างประเทศ

ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ GPSC กล่าวเช่นกันว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานของ GPSC ในไตรมาสที่ 4/2568 คาดว่าจะยังคงทรงๆหรืออยู่ในระดับที่มั่นคง โดยบริษัทยังคงรักษาฐานะที่แข็งแรงไว้ได้ แม้จะมีความผันผวนเล็กน้อยตามฤดูกาลของการลงทุนในพลังงานสะอาดของบริษัทลูก กำไรหลักของบริษัทยังคงคาดว่าจะสามารถดำเนินการไปได้ตามที่วางแผนไว้

แม้จะเป็นช่วงปลายปี แต่มีปัจจัยสำคัญที่เข้ามาช่วยหนุนผลประกอบการในไตรมาส 4 เนื่องจากเป็นช่วง High Season ฤดูกาลที่มีความต้องการสูง สำหรับการลงทุนในโรงไฟฟ้าของบริษัทลูก ทั้ง CFXD ฉังฟาง โรงไฟฟ้าที่ไต้หวัน และ Ashvin การดำเนินงานของทั้ง CFXD และ Ashvin คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 4/2568

ภาพ GPSC

แต่ด้วย "ค่า FT" หรือ Fuel Adjustment Charge คือค่าไฟฟ้าผันแปร และ "ราคาก๊าซ" คาดว่าจะมีการปรับตัวลดลงเล็กน้อย โดยค่า FT ในไตรมาส 4/68 คาดว่าจะอยู่ที่ 15.72 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งเป็นการปรับลดลงตามที่รัฐบาลประกาศ คาดค่า FT เฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 24.05 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งปรับตัวลดลงจากปีก่อนหน้าตามนโยบายภาครัฐที่ประกาศออกมา ขณะที่ราคาก๊าซในไตรมาสที่ 4 ก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน เนื่องจากราคา LNG ในตลาดโลกปรับตัวลดลง 

ความต้องการไอน้ำ (Steam) และไฟฟ้า (Power) ของลูกค้าในไตรมาสที่ 4 มีแนวโน้มปรับตัวลดลงตามฤดูกาล เนื่องจากไตรมาสที่ 3 ถือเป็นช่วง High Season ขณะที่ราคาถ่านหิน ในไตรมาสที่ 4 คาดว่าจะทรงตัว ส่วนผลตอบแทนจากการลงทุนในเขื่อนจะเข้าสู่ช่วง Low Season โดยไตรมาสที่ 3 ได้ผ่านจุดสูงสุดของปีมาแล้ว อัตราแลกเปลี่ยนโดยรวมยังคงทรงตัว

ทิศทางธุรกิจในปี 2569

ภาพรวมของปี 2569 บริษัทเชื่อว่ายังคงดำเนินธุรกิจต่อไปได้ โดยเน้นการบริหารจัดการต้นทุนเป็นหลัก พร้อมดำเนินการ rebalancing portfolio เพื่อให้บริษัทสามารถบรรลุผลตอบแทน (return) ตามที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ 

การลงทุนในอนาคตนั้น บริษัทจะยังคงติดตามและให้ความสำคัญกับการลงทุนใหม่ ๆ ทั้งในระยะสั้น (short term) และระยะกลาง (medium term) หากมีการลงทุนใหม่ๆ เกิดขึ้นตามแผนที่บริษัทได้แจ้งไว้ คาดว่าการลงทุนเหล่านั้นจะเป็นผลดีต่อบริษัท.

ภาพ GPSC

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด แอสตัน วิลล่า พบ ซันเดอร์แลนด์ พรีเมียร์ลีก วันนี้ 19 เม.ย.69