posttoday

ย้อนรอยรัฐบาลสหรัฐฯ ชัตดาวน์ กระทบเศรษฐกิจ-แรงงาน-ตลาดการเงิน

02 ตุลาคม 2568

ย้อนอดีตรัฐบาลสหรัฐฯ ชัตดาวน์ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ตลาดแรงงาน และตลาดการเงินแค่ไหน ขณะที่นักลงทุนไม่กังวล ฟันด์โฟลว์ไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยงต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดหุ้นเอเชีย เป็นเซนติเมนต์บวกต่อตลาดหุ้นไทย

KEY

POINTS

  • การชัตดาวน์ของรัฐบาลสหรัฐฯ เกิดจากความขัดแย้งทางการเมืองเรื่องงบประมาณ ส่งผลให้หน่วยงานรัฐที่ไม่จำเป็นหยุดทำการชั่วคราวและพนักงานจำนวนมากถูกพักงาน
  • ผลกระทบทางเศรษฐกิจจะรุนแรงขึ้นตามระยะเวลาที่ชัตดาวน์ยาวนาน โดยในอดีตเคยทำให้ GDP ชะลอตัวและเกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจหลายพันล้านดอลลาร์
  • ตลาดการเงินได้รับผลกระทบจากความผันผวนในระยะสั้น แต่สถิติในอดีตชี้ว่าตลาดหุ้นมักฟื้นตัวและปรับตัวสูงขึ้นได้หลังสถานการณ์คลี่คลาย
  • นักลงทุนไม่กังวล ฟันด์โฟลว์ไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยงต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดหุ้นเอเชีย เป็นเซนติเมนต์บวกต่อตลาดหุ้นไทย   

รัฐบาลสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะชัตดาวน์ครั้งแรกในรอบ 7 ปี ซึ่งภาวะชัตดาวน์ คือ การที่รับบาลสหรัฐหยุดทำงานชั่วคราว เพราะไม่มีงบประมาณในการดำเนินการต่อเนื่อง โดยสาเหตุเกิดจากความขัดแย้งของ 2 พรรคการเมือง 

สำหรับการชัตดาวน์ครั้งนี้พรรครีพับลิกันพยายามผลักดันร่างกฎหมายจัดสรรเงินทุนรัฐบาลโดยไม่มีโครการริเริ่มอื่นๆ หรือ Clean CR เพื่อให้หน่วยงานเดินหน้าต่อไปได้ชั่วคราว แต่พรรครีพับลิกันมีเสียงในสภาเพียง 53 เสียง ไม่ถึง 60 เสียง ตามกติกา ทำให้ต้องพึ่งเสียงจากพรรคเดโมแครต ขณะที่พรรคเดโมแครต เรียกร้องนโยบายด้านสุขภาพ เช่น ต่ออายุเงินอุดหนุนประกันสุขภาพ ทำให้เจรจาไม่กันไม่ลงตัว 

อย่างไรก็ตาม การชัตดาวน์นี้ ไม่กระทบกับหน่วยงาน เช่น การป้องกันชายแดน โรงพยาบาล และการควบคุมการบิน แต่กระทบกับหลายส่วน อาทิ โครงการอาหารช่วยเหลือ โรงเรียนอนุบาลที่ได้รับเงินช่วยเหลือ และการเปิดบริการในอุทยานแห่งชาติ 

ในส่วนของพนักงานที่มีหน้าที่จำเป็นยังต้องทำงานต่อไป แม้จะไม่ได้รับค่าจ้าง แต่หลังจบชัตดาวน์รัฐบาลจะจ่ายเงินเดือนย้อนหลังให้ ขณะที่พนักงานที่มีหน้าที่ไม่จำเป็น จะถูกพักงาน

ทั้งนี้ การเข้าสู่ภาวะชัตดาวน์ของรัฐบาลสหรัฐฯ ในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก 

ดังนั้น “โพสต์ทูเดย์” จึงได้หยิบยก บทวิเคราะห์ของ บล.เอเซีย พลัส ซึ่งได้ย้อนรอยผลกระทบ GOVERNMENT SHUTDOWN ของสหรัฐฯ ในอดีตที่ผ่านมา ต่อเศรษฐกิจ ตลาดแรงงาน และตลาดการเงิน

ย้อนรอยรัฐบาลสหรัฐฯ ชัตดาวน์ กระทบเศรษฐกิจ-แรงงาน-ตลาดการเงิน

โดยผลกระทบ GOVERNMENT SHUTDOWN ของสหรัฐฯ ในอดีตที่ผ่านมา แบ่งออกเป็น ดังนี้ 

14 พ.ย.-19 พ.ย.1995 (Clinton vs. Republican Congress)

  • ระยะเวลา : 5 วัน 
  • สาเหตุหลัก : ขัดแย้งงบประมาณเรื่องการลดการใช้จ่ายรัฐบาล
  • ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ : เศรษฐกจิสะดุดเล็กน้อย แต่จำกด
  • ผลกระทบต่อตลาดแรงงาน : พนกังานรัฐบาลถูกพักงาน ประมาณ 800,000 คน
  • ผลกระทบต่อตลาดการเงิน : หุ้นผันผวนเล็กน้อย

16 ธ.ค.1995-6 ม.ค.1996 (Clinton vs. Republican Congress)

  • ระยะเวลา : 21 วัน 
  • สาเหตุหลัก : ต่อเนื่องจากรอบแรก, ขัดแย้งเรื่อง Medicare, การใช้จ่ายรัฐ
  • ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ : GDP ไตรมาสนั้นชะลอตัว
  • ผลกระทบต่อตลาดแรงงาน : พนักงานถูกพักงานจำนวนมาก
  • ผลกระทบต่อตลาดการเงิน : ตลาดการเงินแกว่งตัวระยะสั้น

1 ต.ค.-16 ต.ค.2013 (Obama vs. Republican House)

  • ระยะเวลา : 16 วัน 
  • สาเหตุหลัก : ขัดแย้งเรื่องงบประมาณและ Obamacare
  • ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ : สูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกจิ ประมาณ 24 พันล้านดอลลาร์, GDP ลดลง ประมาณ 0.3%
  • ผลกระทบต่อตลาดแรงงาน : พนักงานประมาณ 850,000 คน พักงาน, ค่าจ้างล่าช้า
  • ผลกระทบต่อตลาดการเงิน : หุ้น S&P 500 ผันผวน, พันธบตัรสหรัฐฯ ถูกจับตามากขึ้น

22 ธ.ค.2018-25 ม.ค.2019 (Trump vs. Democrats)

  • ระยะเวลา : 35 วัน (ยาวนานสุด)
  • สาเหตุหลัก : ขัดแย้งเรื่องงบประมาณ “กำแพงชายแดนเมก็ซิโก” 
  • ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ : ความเสียหาย ประมาณ 11 พันล้านดอลลาร์ (สูญเสียถาวร ประมาณ 3 พันล้านดอลลาร์), GDP ไตรมาส 1 ชะลอ
  • ผลกระทบต่อตลาดแรงงาน : พนักงาน ประมาณ 800,000 คน ไม่ได้รับค่าจ้าง กระทบครัวเรือน
  • ผลกระทบต่อตลาดการเงิน :  ตลาดหุ้นผันผวนสูง แต่ได้แรงหนุนจาก Fed หยุดขึ้นดอกเบี้ยปลายปี 2018 

Shutdown ย่อย (1976-1990) หลายครั้ง

  • ระยะเวลา : ส่วนใหญ่ 1-3 วัน 
  • สาเหตุหลัก : ความขัดแย้งงบประมาณเล็กๆ ระหว่างสภาคองเกรสกับประธานาธิบดี
  • ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ : ผลกระทบต่อเศรษฐกิจค่อนข้างจำกัด
  • ผลกระทบต่อตลาดแรงงาน : พนักงานบางส่วนพักงานชั่วคราว
  • ผลกระทบต่อตลาดการเงิน : ตลาดการเงินไม่สะท้อนมาก

จะเห็นได้ว่า ระยะเวลาการ SHUTDOWN ที่ยาวนาน จะส่งผลต่อการชะลอตัวของ GDP ชัดเจน โดยเฉพาะ 2013 และ 2018-2019 ขณะที่ตลาดแรงงาน พนักงานรัฐบาลหลายแสนคนถูกพักงาน และค่าจ้างล่าช้า ทำให้กระทบการบริโภค ส่วนตลาดการเงิน สร้างความผันผวนระยะสั้นต่อหุ้นและพันธบัตร แต่ส่วนใหญ่ฟื้นตัวเร็วหลังมีข้อตกลง

ในแง่มุมของตลาดหุ้นช่วงที่เกิด GOVERNMENT SHUTDOWN ตั้งแต่ปี 1976-2019 ดัชนี S&P500 ปรับตัวสูงขึ้นเฉลี่ย 0.3% ขณะที่ SHUTDOWN ครั้งก่อน (2018-2019) ปรับตัวสูงขึ้นราว 10.3% เนื่องจากได้แรงหนุนจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) หยุดขึ้นดอกเบี้ยปลายปี 2018 อย่างไรก็ดี ค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัวราว 2% นอกจากนี้สถิติดัชนี S&P500 หลังจากที่เกิด GOVERNMENT SHUTDOWN 12 เดือน มีแนวโน้มขยับขึ้นเฉลี่ย 12.3% 

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนไม่กังวลต่อประเด็น GOVERNMENT SHUTDOWN มากนัก และเม็ดเงินไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยงต่อเนื่องสะท้อนได้จาก FUND FLOW จาก ETF วานนี้ (1 ต.ค.) ยังไหลเข้าตลาดหุ้นทุกทวีป 1.6 หมื่นล้านเหรียญ โดยเห็นน้ำหนักเอนเอียงมาที่ตลาดหุ้นเอเชียมากขึ้น 1.8 พันล้านเหรียญ (ยอดซื้อสุทธิ 1 เดือน 2.1 หมื่นล้านเหรียญ เป็นสัดส่วน 1 ใน 3 ของยอดซื้อสะสมทั้งปีนี้ที่ 6.1 หมื่นล้านเหรียญ YTD) คาดเป็น SENTIMENT บวกต่อตลาดหุ้นไทยด้วย ที่ย่อตัวลงมาพอสมควร

ย้อนรอยรัฐบาลสหรัฐฯ ชัตดาวน์ กระทบเศรษฐกิจ-แรงงาน-ตลาดการเงิน
 

ข่าวล่าสุด

บอลวันนี้ โปรแกรมบอล ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันจันทร์ที่ 16 มี.ค. 69