
ลุ้นเฟดลดดอกเบี้ย 0.25% ปลุกโมเมนตัมบวก หุ้นไทยแกว่งรอ 1,290-1,320 จุด
คืนชี้ชะตาตลาดโลก! ลุ้นเฟดหั่นดอกเบี้ย 0.25% เหลือ 4-4.25% ตอบรับเศรษฐกิจสหรัฐฯแผ่วแรงงานอ่อน-เงินเฟ้อคุมได้ ดันบรรยากาศลงทุนสดใส ไทยจับตา "โผ ครม.อนุทิน" มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ บล.ลิเบอเรเตอร์แนะกลยุทธ์ทยอยเก็บหุ้นเด่น ค้าปลีก-ไฟแนนซ์-เครื่องดื่ม-โรงพยาบาล ปักธงหุ้น SGC รับอานิสงส์บวกเต็มๆ
KEY
POINTS
- คืนชี้ชะตา! ลุ้นเฟดหั่นดอกเบี้ยเหลือ 4-4.25% ตอบรับเศรษฐกิจสหรัฐฯแผ่วแรงงานอ่อน-เงินเฟ้อคุมได้ ดันบรรยากาศลงทุนสดใส
- จับตา "โผ ครม.อนุทิน" มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
- บล.ลิเบอเรเตอร์แนะกลยุทธ์ทยอยเก็บหุ้นเด่น ค้าปลีก-ไฟแนนซ์-เครื่องดื่ม-โรงพยาบาล ปักธงหุ้น SGC รับอานิสงส์บวกเต็มๆ
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักกลยุทธ์การลงทุนฝ่ายวิจัย บล.ลิเบอเรเตอร์ กล่าวว่า ประเด็นสำคัญสำหรับคืนนี้ติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) โดยคาดจะปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ลงสู่กรอบ 4 - 4.25% ตอบรับตัวเลขภาคแรงงานที่อ่อนแอและเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับที่ควบคุมได้
นอกจากนี้ยังแนะจับตาการรายงาน Dot plot ซึ่งคาดว่ากราฟรอบนี้น่าจะมีความชันที่มากขึ้นกว่ารอบก่อน สะท้อนโอกาสในการปรับลดดอกเบี้ยในช่วงถัดไปมากกว่าคาดเดิม ซึ่งจะเป็นโมเมนตัมบวกมากยิ่งขึ้น
อีกทั้งถ้อยแถลงของนายเจอโรม โพเวล ก็จะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของดัชนีเพิ่มเติม แนะติดตามใกล้ชิด
ปัจจัยในประเทศ วานนี้ตอนช่วงเย็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มีการนำทูลเกล้าฯ รายชื่อคณะรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว โดยคงต้องติดตามรายชื่อทั้งหมดอย่างใกล้ชิดว่าจะมีชื่อรัฐมนตรีที่มีความเสี่ยงต่อการถูกร้องด้านจริยธรรมหรือไม่ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลได้
ส่วนประเด็นถัดไปคงต้องติดตามการประกาศนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งจะเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยกระตุ้นโมเมนตัมการลงทุนเพิ่มมากยิ่งขึ้น
กลยุทธ์เรายังแนะทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานดี ที่แนวโน้มกำไรขยายตัวเด่นในช่วงครึ่งหลัง โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าสนใจ แนะนำ กลุ่มค้าปลีก, ไฟแนนซ์, เครื่องดื่ม และโรงพยาบาล เด่น
คาด SET วันนี้ Sideways ในกรอบ 1,290-1,320 จุด แกว่งรอผลประชุม FED โดยคาดลดดอกเบี้ย 0.25% ส่วนกราฟ Dot Plot มีโอกาสชันมากกว่าเดิม สะท้อนโอกาสลดดอกเบี้ยในช่วงถัดไปมากยิ่งขึ้น ส่วนในประเทศเก็งอานิสงส์บวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม กลยุทธ์ตั้งรับหุ้นที่คาดกำไรครึ่งปีหลังเด่น
โดยวันนี้แนะสะสม "SGC" ราคาเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 1.54 บาท คาดแนวโน้มผลประกอบการในช่วงถัดไปยังเติบโตต่อเนื่องทั้งจากไตรมาสก่อนหน้า (q-q) และช่วงเดียวกันกับปีก่อน (y-y) จากการขยายพอร์ตสินเชื่อ Lock phone และโอกาสต่อยอดขยาย Brand ใหม่ๆ เพิ่มเติม ท่ามกลาง NPL ที่ยังสามารถควบคุมได้ดี
ลุ้นได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐฯ ซึ่งล่าสุดมีโอกาสที่จะนำมาตรการ Easy-e-receipt กลับมาใช้อีกครั้ง.







