
รอเชื่อมั่น! หุ้นไทยไซด์เวย์ 1,260-1,280 จุด เน้นรอจังหวะซื้อเมื่ออ่อนตัว
บล.ลิเบอเรเตอร์ คาดหุ้นไทย Sideways กรอบ 1,260-1,280 จุด จับตาถ้อยแถลงประธาน FED ต่อสภาสูงคืนนี้ พร้อมตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐคืนวันพรุ่งนี้ ด้านในประเทศอยู่ในช่วงรอฟื้นความเชื่อมั่น แนะรอจังหวะซื้อเมื่ออ่อนตัว เน้นหุ้นแนวโน้มกำไรเติบโตดี เชียร์ “CCET”
KEY
POINTS
- จับตาถ้อยแถลงประธาน FED ต่อสภาสูงคืนนี้ พร้อมตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐคืนวันพรุ่งนี้ ด้านในประเทศอยู่ในช่วงรอฟื้นความเชื่อมั่น
- บล.ลิเบอเรเตอร์ คาดหุ้นไทย Sideways กรอบ 1,260-1,280 จุด
- กลยุทธ์รอจังหวะซื้อเมื่ออ่อนตัว เน้นหุ้นแนวโน้มกำไรเติบโตดี เชียร์ “CCET”
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักกลยุทธ์การลงทุนฝ่ายวิจัย บล.ลิเบอเรเตอร์ กล่าวว่า ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงยังแกว่งตัวค่อนข้างผันผวน ท่ามกลางความกังวลต่อการประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าของสหรัฐฯอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคงเป็นประเด็นที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เช่นเดียวกันกับการรายงานผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนที่ทยอยออกมาต่อเนื่อง
นอกจากนี้สัปดาห์นี้ยังมีประเด็นสำคัญที่ต้องเกาะติด คือ ถ้อยแถลงของนายเจอโรม โพเวล ต่อกรรมาธิการวุฒิสภา และสภาล่าง ในวันที่ 11 และ 12 ก.พ. นี้ ตามลำดับ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคาดการณ์แนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายของ FED ในช่วงถัดไป
ด้านตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ แนะจับตาคืนวันพุธนี้ (12 ก.พ.) จะมีการรายงานตัวเลขเงินเฟ้อ US CPI เดือน ม.ค. คาดทรงตัวที่ระดับ +2.9%y-y และ US Core CPI คาดลดลงเล็กน้อยสู่ระดับ +3.1%y-y จาก เดือน ธ.ค. ที่ +3.2%y-y ซึ่งถือเป็นตัวเลขสำคัญที่ FED ใช้ในประเมินนโยบายทางการเงิน
ส่วนปัจจัยในประเทศ SET ยังอยู่ในช่วงการปรับฐาน และรอการฟื้นความเชื่อมั่น โดยล่าสุดทางด้านตลาดหลักทรัพย์ กำลังหารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อหาแนวทางกระตุ้นตลาดในระยะสั้น เพื่อหวังฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุน คงเป็นประเด็นที่ต้องรอดูเพิ่มเติม โดยกลยุทธ์การลงทุนยังคงรอจังหวะย่อค่อยๆ สะสมหุ้นที่แนวโน้มผลประกอบการแข็งแกร่ง และมี Valuation ที่น่าดึงดูด
คาด SET วันนี้ “Sideways” ในกรอบ 1260-1280 จุด ตลาดจับตาถ้อยแถลงประธาน FED ต่อสภาสูงคืนนี้ และตัวเลขเงินเฟ้อ US ในคืนวันพรุ่งนี้ ขณะที่ในประเทศยังอยู่ในช่วงการรอฟื้นความเชื่อมั่น กลยุทธ์แนะรอจังหวะซื้อเมื่ออ่อนตัว เน้นหุ้นที่คาดแนวโน้มกำไรเติบโตดี
โดยวันนี้แนะนำ “CCET” คาดแนวโน้ม 4Q24 เติบโตดี y-y และทรงตัว q-q หนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นจากการเพิ่มสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูง ผสานดอกเบี้ยที่ลดลง รายงานยอดขายเดือน ม.ค.แข็งแกร่ง ที่ 366 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+4.76%m-m, +18.7%y-y )
ส่วนปี 2025 คาดเติบโตได้ดีจากโรงงานใหม่ที่เพิ่มกำลังการผลิตทั้งที่มหาชัย และเพชรบุรี ซึ่งจะเน้นสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นที่มากขึ้น ขณะที่ราคาหุ้นปรับฐานในระยะสั้น เป็นจังหวะดีในการทยอยสะสม







