posttoday
ตลท. เตรียมยกระดับเรตติ้งความยั่งยืนโดยใช้ FTSE Russell ในปี 2569

ตลท. เตรียมยกระดับเรตติ้งความยั่งยืนโดยใช้ FTSE Russell ในปี 2569

03 ธันวาคม 2567

ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร ชี้มีแค่ 10% ของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ที่ยังไม่รายงานข้อมูลด้านความยั่งยืน จ่อใช้เรตติ้ง FTSE Russell วัดความยั่งยืนเทียบมาตรฐานสากลในปี 69

ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวในหัวข้อ Government's Mechanisms to Achieve SDGs งาน Sustainability Forum 2025 : Synergizing for Driving Business จัดโดยกรุงเทพธุรกิจ  ระหว่างวันที่ 3-4 ธันวาคม 2567 ณ สยามพารากอน ว่า  ตลาดหลักทรัพย์พยายามจะโปรโมทเรื่องความยั่งยืน ให้ฝังอยู่ใน DNA ของตลาดทุน เพราะอยากให้ตลาดทุนเป็นตัวช่วยในการสร้างความยั่งยืน โดยเกี่ยวข้องในสองส่วนด้วยกันคือ ส่วนของผู้ประกอบการ และส่วนของนักลงทุน

ในส่วนของผู้ประกอบการ สิ่งที่สำคัญที่สุดมีสองประเด็นคือ การสร้างการตระหนักรู้ และการสร้างวิธีคิด  ซึ่งในส่วนของการสร้างการตระหนักรู้นั้นไม่มีปัญหาเพราะว่ามีหลายเวทีที่แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นที่บริษัทจะต้องทำในเรื่องของความยั่งยืน แต่ในเรื่องของการสร้างวิธีคิด มักจะมีการคิดว่าความยั่งยืนเป็นเรื่องของบริษัทใหญ่ ซึ่งไม่จริง ความยั่งยืนเป็นเรื่องของทุกคน แต่จะทำอย่างไรให้เหมาะสมกับธุรกิจของตนเอง โดยมองว่าความยั่งยืนนั้นไม่จำเป็นต้องทำทุกเรื่อง แต่ควรเลือกเรื่องที่เหมาะสมกับธุรกิจของตนเอง และหลายอย่างหากมีการทำร่วมกันจะเกิดประโยชน์มากขึ้น

 

ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร

 

เช่น ทางตลาดหลักทรัพย์ก็มีการให้อินเซนทีฟ เพื่อจูงใจให้บริษัททำเรื่องความยั่งยืน มีการให้รางวัลเกี่ยวกับความยั่งยืนในปีที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงบริษัทเล็กๆ ที่เป็น Supply Chain ที่มีส่วนช่วยให้บริษัทใหญ่มีความยั่งยืนมากขึ้นด้วย และอีกส่วนหนึ่งที่ทำคือการให้อินเซนทีฟแก่บริษัทที่รายงานเรื่องข้อมูลด้านความยั่งยืน

 

“ ณ วันนี้ ทางสำนักงานกลต. ให้บริษัทจดทะเบียนรายงานการปล่อยคาร์บอนแล้วนะครับ คือในรายงานประจำปีที่เรียกว่าวันรีพอร์ต ซึ่งมี 850 บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ มี 400 บริษัทที่รายงานคาร์บอนว่าปล่อยเท่าไหร่ มี 200 บริษัทที่รายงานข้อมูลคาร์บอนที่เป็นข้อมูลที่ยืนยันโดยบุคคลที่สามแล้ว และปีที่แล้วมี 64 บริษัทที่รายงานข้อมูลที่ยืนยันแล้วและมีการประกาศ Net Zero ซึ่งจะพบว่าไม่ถึง 10% ของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ปัจจุบันที่ยังไม่มีการรายงานข้อมูล”

 

สำหรับการจะไปถึงระดับ Carbon Market  ได้นั้น จำเป็นต้องรู้ก่อนว่าปล่อยเท่าไหร่ ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ทำ 'เครื่องคิดเลขการปล่อยคาร์บอน' เอาไว้โดยปีนี้มี 20 บริษัทที่ใช้ และปีหน้าจะมีการเปิดให้ใช้บริการทั่วไป และจะเปิดให้กับ Suppy Chain Financing ด้วย โดยจะมีการพูดคุยกับธนาคารบางแห่งเพื่อจะเชื่อมต่อการทำ Financing ของธนาคารโดยใช้ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ เพื่อให้เกิดเป็นมาตรฐาน

 

ตลท. เตรียมยกระดับเรตติ้งความยั่งยืนโดยใช้ FTSE Russell ในปี 2569

 

 

ในส่วนที่สองคือ ฝั่งของนักลงทุน จะทำอย่างไรให้นักลงทุนลงทุนในหุ้นที่ลงทุนในความยั่งยืน ก็ต้องกลับไปที่ข้อมูล และการสร้างเรตติ้งขึ้นมา ตลาดหลักทรัพย์จะยกระดับ ESG เรตติ้งให้เป็นมาตรฐานโลกในปี 2569  โดยร่วมมือกับ FTSE Russell ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ถูกใช้วัดความยั่งยืนแล้วกว่า 8,000 บริษัททั่วโลก ทำให้นักลงทุนทั่วโลกคุ้นชินกับเรตติ้งดังกล่าว และเพื่อให้นักลงทุนมั่นใจว่าข้อมูลที่ได้ของตลาดหลักทรัพย์ไทยเป็นไปตามมาตรฐานของโลก

 

นอกจากนี้  ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร ยังมองว่ามี 3 ปัจจัยทำ 'ยั่งยืน' ให้สำเร็จ ได้แก่

  1. ปัจจัยด้านการตระหนักรู้
  2. ความชัดเจนเรื่องกฎระเบียบ เช่น อินเซนทีฟ เพราะตั้งแต่มี Thai ESG เข้ามาทำให้มีบริษัทที่รายงานคาร์บอนมาขึ้นกว่า 30%
  3. การลดรายจ่าย เพื่อให้บริษัทจดทะเบียนและ Supply Chain ทำเรื่องนี้ได้ง่ายขึ้น

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่