posttoday

เปิดผลตอบแทน 4 หุ้นไอพีโอน้องใหม่ ต.ค.67 ใครปัง-ใครพัง

03 พฤศจิกายน 2567

สแกนผลตอบแทน 4 หุ้นไอพีโอน้องใหม่ เดือน ต.ค.67 “OKJ-TATG-MEDEZE-TMAN” พบ 2 หุ้น ราคายืนเหนือกว่าราคาไอพีโอ และ 2 หุ้น ราคาต่ำกว่าราคาไอพีโอ

          จากการสำรวจข้อมูลหุ้นเข้าใหม่ ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2567 (ม.ค.-ต.ค.) พบว่า มีหุ้นเข้าใหม่รวมทั้งสิ้นจำนวน 27 บริษัท คิดเป็นมูลค่าระดมทุนอยู่ที่ 17,858.89 ล้านบาท มูลค่าเสนอขายอยู่ที่ 26,153.25 ล้านบาท มูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO อยู่ที่ 102,873.42 ล้านบาท    

          โดยแบ่งเป็นหลักทรัพย์ที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จำนวน 12 บริษัท คิดเป็นมูลค่าระดมทุนอยู่ที่ 14,521.62 ล้านบาท มูลค่าเสนอขายอยู่ที่ 22,371.84 ล้านบาท มูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO อยู่ที่ 88,916.82 ล้านบาท 

          ขณะที่หลักทรัพย์ที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) จำนวน 15 บริษัท คิดเป็นมูลค่าระดมทุนอยู่ที่ 3,337.27 ล้านบาท มูลค่าเสนอขายอยู่ที่ 3,781.41 ล้านบาท มูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO อยู่ที่ 13,956.61 ล้านบาท  

          ทั้งนี้ “โพสต์ทูเดย์” จะพามาดูหุ้นเข้าใหม่เฉพาะในเดือน ต.ค.2567 ซึ่งมีจำนวน 4 บริษัท ได้แก่ บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน) หรือ OKJ, บริษัท ไทย ออโต ทูลส์ แอนด์ ดาย จำกัด (มหาชน) หรือ TATG, บริษัท เมดีซ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MEDEZE และ บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน) หรือ TMAN ว่า ราคาหุ้นปัจจุบัน (1 พ.ย.) เมื่อเทียบจากราคาไอพีโอ “ผลตอบแทน หรือ รีเทิร์น” เป็นอย่างไร หุ้นไหนบ้างราคาต่ำกว่าราคาไอพีโอ และหุ้นไหนบ้างราคายืนเหนือกว่าราคาไอพีโอ 

          โดยทั้ง 4 บริษัทดังกล่าว คิดเป็นมูลค่าระดมทุนอยู่ที่ 4,766.61 ล้านบาท มูลค่าเสนอขายอยู่ที่ 5,264.90 ล้านบาท มูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO อยู่ที่ 20,712.36 ล้านบาท

เปิดผลตอบแทน 4 หุ้นไอพีโอน้องใหม่ ต.ค.67 ใครปัง-ใครพัง

          เริ่มกันที่ บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน) หรือ OKJ ประกอบธุรกิจให้บริการและจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพภายใต้คอนเซ็ปท์ “Be Organic from Farm to Table” รวมถึงบริการด้านอาหารและเครื่องดื่มอื่นๆ โดยเน้นการปลูกผัก แบบเกษตรอินทรีย์ (Organic) และนำเสนออาหารและเครื่องดื่มจากวัตถุดิบหลักที่เป็นอินทรีย์ที่มีคุณภาพ
 
         OKJ จดทะเบียนในตลาด SET ในกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร หมวดธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม เมื่อวันที่ 4 ต.ค.2567 ปิดเทรดวันแรก 12.40 บาท ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.70 บาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 85.07% จากราคา IPO ที่ 6.70 บาท และราคาปิด ณ วันที่ 1 พ.ย.2567 อยู่ที่ 13.50 บาท สูงกว่าราคา IPO ถึง 101.49%   

          ส่วน บริษัท ไทย ออโต ทูลส์ แอนด์ ดาย จำกัด (มหาชน) หรือ TATG ประกอบธุรกิจออกแบบและผลิตเครื่องมือสำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์ (Tooling) ครอบคลุมถึงการออกแบบและผลิตแม่พิมพ์สำหรับการปั๊มขึ้นรูปโลหะ (Stamping Dies) อุปกรณ์จับยึดเพื่อการตรวจสอบ (Checking Fixtures) และอุปกรณ์จับยึดเพื่อการประกอบ (Assembly Jigs) และผลิตชิ้นส่วนรถยนต์แบบปั๊มขึ้นรูปโลหะ (Automotive Press Parts)
 
          TATG จดทะเบียนในตลาด mai ในกลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 8 ต.ค.2567 ปิดเทรดวันแรก 1.54 บาท ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.29 บาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 23.20% จากราคา IPO ที่ 1.25 บาท และราคาปิด ณ วันที่ 1 พ.ย.2567 อยู่ที่ 1.46 บาท สูงกว่าราคา IPO 16.80%

          ขณะที่ บริษัท เมดีซ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MEDEZE ประกอบธุรกิจให้บริการตรวจวิเคราะห์ คัดแยกเพาะเลี้ยง และรับฝากเซลล์ต้นกำเนิด และตรวจศักยภาพเซลล์ภูมิคุ้มกัน  
 
          MEDEZE จดทะเบียนในตลาด SET ในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการ หมวดธุรกิจการแพทย์ เมื่อวันที่ 15 ต.ค.2567 ปิดเทรดวันแรก 11.20 บาท ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.20 บาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 24.44% จากราคา IPO ที่ 9.00 บาท แต่ราคาปิด ณ วันที่ 1 พ.ย.2567 อยู่ที่ 8.80 บาท ต่ำกว่าราคา IPO 2.22%

          สุดท้าย บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน) หรือ TMAN ประกอบธุรกิจ(1) ผลิต และ/หรือจัดจำหน่ายเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์ของกลุ่มบริษัท (2) รับจ้างผลิตเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์ของบุคคลภายนอก (3) จัดจำหน่ายเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์ของบุคคลภายนอก 

          TMAN จดทะเบียนในตลาด SET ในกลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค หมวดธุรกิจของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์ เมื่อวันที่ 22 ต.ค.2567 ปิดเทรดวันแรก 16.40 บาท ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.10 บาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 0.61% จากราคา IPO ที่ 16.30 บาท แต่ราคาปิด ณ วันที่ 1 พ.ย.2567 อยู่ที่ 15.80 บาท ต่ำกว่าราคา IPO 3.07%

          ปรากฎว่ามีหุ้นที่มีผลตอบแทนเป็นบวก หรือราคายืนเหนือกว่าราคา IPO จำนวน 2 บริษัท ได้แก่ OKJ และ TATG ส่วนหุ้นที่มีผลตอบแทนเป็นลบ หรือราคาต่ำกว่าราคา IPO มีจำนวน 2 บริษัท ได้แก่ MEDEZE และ TMAN

ข่าวล่าสุด

กรณ์ จี้รัฐสอบโรงกลั่น ไม่ใช่ขอบริจาคกำไรส่วนเกิน ต้องใช้กฎหมายจัดการ