
กับดัก"บาทแข็งค่าเร็ว" คลังเร่งปิดจุดเสี่ยง-โผหุ้น'ได้-เสีย'ประโยชน์
เงินบาทแข็งค่าเร็ว ล่าสุด 32.5-32.6 บาทต่อดอลลาร์แข็งสุดรอบ 20 เดือน โหมซัดส่งออกฉุดภาพรวมเศรษฐกิจ "คลัง"เร่งปรึกษา"แบงก์ชาติ"หาทางออก ด้าน 3 โบรกสแกนหุ้น"ได้-เสีย"ประโยชน์ พร้อมเชียร์ซื้อ
เมื่อ "ค่าเงินบาทแข็งค่าเร็ว" อัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันแตะระดับ 32.5 บาทต่อดอลลาร์ จาก 36 บาทต่อดอลลาร์ ถือว่าปรับแข็งค่าขึ้น 3.8% ตั้งแต่ต้นปี และในไตรมาส 3/2567จัดอยู่ในกลุ่มที่ค่าเงินแข็งเร็วนำสกุลภูมิภาค ตามการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯหลังเฟดประกาศหั่นดอกเบี้ยมากกว่าคาด บวกต่างชาติกลับเข้ามาลงทุนในสินทรัพย์ไทยตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม รวมถึงราคาทองคำขยับขึ้นสูงสุดใหม่ที่ 2,670 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
"กระทรวงการคลัง" ถึงขั้นจับตาดูว่าระดับดังกล่าว "ไหว" หรือไม่กับสถานการณ์ค่าเงินที่เป็นอยู่ ด้าน "ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)"ก็เช่นกัน เกาะติดสถานการณ์การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด พร้อมเข้าดูแลทันทีหากเงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนมากผิดปกติ ด้วยหวั่นว่าหากยังแข็งค่าต่อเนื่องจะฉุดธุรกิจตัวจริงจนอาจจะล้มเป็นโดมิโนได้
แม้ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์รายงานยอดส่งออก เดือน ส.ค.67 เพิ่มขึ้น 7%y-y บวกติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 และดีกว่าตลาดคาดการณ์โต 6%y-y ยอดนำเข้า ส.ค. ออกมา 8.9% สูงกว่าตลาดคาดไว้ที่ 6.5%y-y และพลิกกลับมาเกินดุลการค้า 625 ล้านเหรียญฯ แต่อย่าลืมว่าค่าเงินบาทในเดือนดังกล่าวไม่ได้"แข็งค่า"เบอร์นี้
"ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเฉลี่ยทุกๆ 1% อาจกระทบรายได้ผู้ส่งออกเกือบ 1 แสนล้านบาท คิดเป็นกว่า 0.5% ของ Nominal GDP แต่สะท้อนเฉพาะผลในขั้นแรกที่เกิดจากการแปลงรายได้ในรูปเงินตราต่างประเทศของผู้ส่งออกมาเป็นเงินบาทเท่านั้น"
ส่งออกไทยเสี่ยงติดขัด
ฝ่ายวิจัย บล. เอเซีย พลัส ระบุว่า เงินบาทแข็งค่าเร็ว 5% สู่ 33.94 บาท/เหรียญฯในสิ้นเดือน ส.ค.67 ท่ามกลางเงินบาทที่แข็งค่ารวดเร็ว -10.5% นับตั้งแต่ปลาย 2Q67 สู่ระดับ 32.6 บาท/เหรียญฯ ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงกดดันให้ภาคการส่งออกมีแนวโน้มเติบโตได้ต่ำลง ซึ่งหากเปรียบเทียบมูลค่าส่งออกต่อ GDP ในกลุ่มประเทศเอเชีย พบว่า “ไทย” พึ่งพาการส่งออกคิดเป็นสัดส่วน 69% ต่อ GDP (ข้อมูลปี 2023)สูงสุดในภูมิภาค
กรณีเงินบาทยังคงแข็งค่าต่อเนื่อง อาจทำให้ภาคการส่งออกที่เป็นองค์ประกอบสำคัญต่อเติบโตเศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบหนักและกดดันภาพรวมในท้ายที่สุด ซึ่งคาดหวังว่าจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ กนง. นำไปพิจารณาในการปรับลดดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งในช่วงที่เหลือของปีน
สรุป ภาคการส่งออกถือเป็นองค์ประกอบสำคัญต่อเติบโตเศรษฐกิจไทย แต่เงินบาทแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องและรวดเร็วสู่ระดับ 32.6 บาท/เหรียญฯเพิ่มแรงกดดันต่อภาคการส่งออกไทยที่อาจมีแนวโน้มเติบโตต่ำลง ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นปัจจัยที่ กนง. นำไปพิจารณาในการปรับลดดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งในช่วงที่เหลือของปีนี้
"GPSC-AAV"ได้ประโยชน์บาทแข็ง
ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า เงินบาท/ดอลลาร์แข็งค่าที่สุดในรอบ 2 ปี ล่าสุด 32.6 บาท หุ้นเริ่ม Outperform ทั้ง GPSC เพิ่มขึ้น 1.62% , AAV เพิ่มขึ้น 1.52% มองแนวรับสำคัญทางเทคนิคค่าเงินบาทที่ 32.55 / 32.186 บาทต่อดอลลาร์ แนวต้าน 33.17 / 33.34 บาท เป็นจิตวิทบวกต่อ Fund Flow
และบวกต่อหุ้นไทยช่วงไตรมาส 4/2567 คงเป้าดัชนี ณ สิ้นปี 2567 ที่ 1,540 จุด และบวกต่อหุ้นกลุ่มได้ประโยชน์ค่าเงินบาทแข็งค่า อาทิ โรงไฟฟ้า GULF, GPSC กลุ่มสายการบิน AAV กลุ่มอาหาร TVO กลุ่ม Mid Small อาทิ MOSHI , TAN , ICHI
กลยุทธ์เน้นหุ้น GPSC ราคาเป้าหมาย 54.1 บาท มองแนวรับ 45.25 / 44.5 บาท แนวต้าน 47.75 / 49.25 บาท Stop Loss หากหลุด 44 บาท ทุกๆ 1 บาทที่แข็งค่าเป็น Upside ต่อกำไรราว 4%
และ หุ้น AAV ราคาเป้าหมายปี 68 ที่ 2.96 บาท มองแนวรับ 2.58 / 2.52 บาท แนวต้าน 2.72 / 2.8 บาท Stop Loss หากหลุด 2.48 บาท ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่แข็งค่ามากที่สุดในกลุ่ม ทุกๆ 1 บาทที่แข็งค่าเป็น Upside ต่อกำไรราว 1,000 ล้านบาท (จากคาดการณ์กำไรปี 67 ราว 54%)
"ค่าเงินบาทที่แข็งค่าเร็วและกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อสัปดาห์หน้าอาจนำมาสู่กระแสตลาดมองไปถึงโอกาสลดดอกเบี้ย อาจเก็งกำไรหุ้นที่ได้ประโยชน์ดอกเบี้ยขาลง ทั้ง โรงไฟฟ้า GULF, GPSC หนี้สูง MINT, TRUE เช่าซื้อ MTC, JMT ผลตอบแทนสูง ADVANC บวกกลุ่ม REIT และ Property Fund รวมถึงกลุ่มอสังหาฯที่เริ่มมีปัจจัยเร่งเข้ามาฝั่งโอกาสพิจารณาออกมาตรการกระตุ้นเน้น AP, SIRI, SPALI"
10 หุ้นได้อานิสงส์
บล.ทิสโก้ ระบุว่า เงินบาทล่าสุดแกว่ง 32.5-32.6 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าสุดใหม่ในรอบ 20 เดือน ยังหนุนเงินทุนไหลเข้า โดยหุ้นได้ประโยชน์บาทแข็ง คือ BGRIM, EGCO, GPSC, TOP, PTT, IVL, PTTGC, TOA, COM7, SYNEX
แต่หากบาทวกกลับมาอ่อนค่าจะช่วยกระตุ้นราคาหุ้นส่งออกฟื้นตัว เด่น ทั้ง HANA, KCE, SVI, AAI, ITC, SAPPE
เจาะลึก 15 หุ้น หลังบลูมเบิร์กอัพเป้าหุ้นเดือนกันยายน 2567 อนาคตดี น่าซื้อ?







