
BPP สู้ศึกแข่งเดือด! เร่งปรับแผนใหม่ทรานฟอร์มธุรกิจไฟฟ้า
"บ้านปู เพาเวอร์(BPP)" ปรับแผนสู้! ทรานฟอร์มธุรกิจไฟฟ้าแห่งอนาคตคาดชัดเจน พฤศจิกายนนี้ หวังโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯขยายตัวดีเสริมแกร่งอนาคต พร้อมอัดฉีดงบลงทุน 3 ปีราว 500-700 ล้านเหรียญสหรัฐฯรองรับแผนซื้อกิจการ
จุดเปลี่ยนที่ไม่หยุดนิ่งด้านพลังงานสะอาดในอนาคตอันใกล้ พร้อมกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่ปรับเปลี่ยน "บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP" บริษัท Holding Company ด้านการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง จึงต้องเร่งทรานฟอร์มองค์กร รวมถึงสถานะการเงินให้พร้อมรับมือกับสภาวะการณ์โลกปัจจุบัน
"บริษัทอยู่ระหว่างปรับแผนงานใหม่ เน้นแผนระยะยาวและเป้าหมายกำลังการผลิตไฟฟ้าปีพ.ศ. 2568-2573 จากเป้ากำลังผลิตเดิมไม่ต่ำกว่า 5,300 เมกะวัตต์ ซึ่งปัจจุบันทำได้ 3,656 เมกะวัตต์ พร้อมหาโอกาสลงทุนพลังงานไฮโดรเจน หรือ แอมโมเนีย หรือเทคโนโลยีพลังงาน เทคโนโลยี AI ในการบริหารโรงไฟฟ้าแบบยกกลุ่ม เป็นต้น ซึ่งในเบื้องต้นอาจศึกษาและทดลองใช้ในกลุ่มบริษัทก่อน รวมถึงศึกษาแผนงานต่างๆเพิ่มขึ้น คาดว่าจะมีความชัดเจนในเดือน พ.ย.นี้"นายอิศรา นิโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BPP
แผนงานเปลี่ยน เงินลงทุนเปลี่ยน ?
บริษัทตั้งงบลงทุนปีพ.ศ.2567-2569 วางกรอบ 500-700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ถือเป้นเม็ดเงินที่มีความยืดหยุ่นในการลงทุน ซึ่งหลักการลงทุนของบริษัทคงเน้นการลงทุนที่มีความคุ้มค่า ให้ผลตอบแทนที่ดี ภายใต้เงินลงทุนที่เหมาะสม ปัจจุบันมีหนี้สินต่อทุน(D/E) 0.51 เท่า แต่หากมีโอกาสที่น่าสนใจลงทุน บริษัทจะพยายามรักษาระดับ D/E ไม่เกิน 1 เท่า
"เงินลงทุนส่วนใหญ่คาดว่ามากกว่า 90% เน้นโฟกัสโรงไฟฟ้า CCGT ในสหรัฐฯ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการทำ Due Diligence ตรวจสอบสถานะ ประเมินทรัพย์สินต่างๆหากมีความชัดเจนจะชี้แจงในทันที"
สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 คาดว่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ จากการรับรู้รายได้โรงไฟฟ้าในสหรัฐเข้ามาหนุนโดยเฉพาะในไตรมาส 3/67ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซันของโรงไฟฟ้า ส่วนความสามารถในการทำกำไรปกติในปีนี้คาดว่าจะใกล้เคียงปีที่ผ่านมา
"ปีที่ผ่านมา BPP มีกำไรพิเศษกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์ราว 1,300 ล้านบาทเข้ามาทำให้ตัวเลขกำไรเพิ่มขึ้นแตะระดับ 4,000 ล้านบาทถือว่ามากกว่าปกติ แต่หากดูจากตัวเลขกำไรปกติเพียงกว่า 3 พันล้านบาท ซึ่งตัวเลขในช่วงครึ่งปีแรกถือว่าทำได้มาครึ่งทางแล้วและทั้งปีนี้น่าจะใกล้เคียงกำไรปกติจากปีก่อน ซึ่งในช่วงครึ่งปีหลังกลุ่มธุรกิจโรงไฟฟ้ายังคงเดินเครื่องตามแผน แต่ด้วยโรงไฟฟ้าที่อเมริกาค่อนข้างผันผวน แต่เรามีแผนขยายกำลังการผลิต และดีลซื้อกิจการเพิ่ม หากมีความชัดเจนจะแจ้งรายละเอียดทันที ส่วนการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (Commercial Operation Date : COD)ในช่วงที่เหลือของปีนี้ยังไม่มีการรับรู้อะไรใหม่ๆเข้ามา"
สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 มีกำไรสุทธิ 1,659 ล้านบาท และมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) รวม 4,030 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 995 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ผลจากปริมาณการขายไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้นของโรงไฟฟ้าแฝด Temple l และ Temple ll ในสหรัฐอเมริกา รวมถึงรับรู้รายได้จากการเดินเครื่องที่มีประสิทธิภาพและมีค่าความพร้อมจ่ายไฟ (Equivalent Availability Factor: EAF) ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องของโรงไฟฟ้าเอชพีซี (HPC) ใน สปป.ลาว และโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี (BLCP) ในไทย อีกทั้งโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมในจีนยังรายงานผลการดำเนินงานที่ดีจากการบริหารต้นทุนเชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ
ล่าสุดบริษัทติดตั้งโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Ponder Solar ขนาด 2.5 MW ตั้งอยู่ในพื้นที่แหล่งก๊าซธรรมชาติ บาร์เนตต์ในรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา มีกำหนดเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์เมื่อ 19 ส.ค.2567 นับเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการขยายธุรกิจพลังงานหมุนเวียนของ BPP ในสหรัฐฯ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน







