posttoday

หุ้นไทยปิดเช้าย่อตัว บวก 2.37 จุด หลังศาลนัดพิจารณาคุณสมบัตินายกฯ 24 ก.ค.นี้

10 กรกฎาคม 2567

ตลาดหุ้นไทยปิดช่วงเช้าย่อตัวเหลือบวก 2.37 จุด โบรกฯ ชี้ศาล รธน. ยังไม่นัดวินิจฉัย คดี 40 สว. ยื่นถอดถอนนายกฯ ปมตั้ง พิชิต เป็นรัฐมนตรี เรียกข้อมูลเพิ่มเติม นัดพิจารณาอีกครั้ง 24 ก.ค.นี้ สร้างแรงกดดันเล็กน้อยต่อบรรยากาศการลงทุน จากการ Overhang ปัจจัยการเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ (10 ก.ค.) ปิดช่วงเช้า เวลา 12.30 น. ปรับเพิ่มขึ้น 2.37 จุด หรือปรับเพิ่มขึ้น 0.18% มาอยู่ที่ 1,322.29 จุด มูลค่าการซื้อขาย 16,960.74 ล้านบาท โดยระหว่างวันทำระดับต่ำสุด 1,319.52 จุด และระดับสูงสุด 1,327.16 จุด โดยดัชนีย่อตัวลงจากเปิดช่วงเช้า 

หุ้นไทยปิดเช้าย่อตัว บวก 2.37 จุด หลังศาลนัดพิจารณาคุณสมบัตินายกฯ 24 ก.ค.นี้

หลังจากศาลรัฐธรรมนูญ ยังไม่สรุปคดีที่ 40 สว. ยื่นคำร้องขอให้นิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และนายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวหรือไม่ จากกรณีแต่งตั้ง นายพิชิต เป็นรัฐมนตรีทั้งที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามเนื่องจากเคยถูกศาลฎีกามีคำสั่งจำคุก 

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณาให้เรียกข้อมูลเพิ่มเติมและรอคำชี้แจงและพยานหลักฐานจากหน่วยงานหรือบุคคล ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเรียกไปก่อนหน้านี้ จึงกำหนดนัดพิจารณาคดีต่อไป ในวันที่ 24 ก.ค. เวลา 9.30 น.

นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บล.พาย เปิดเผยว่า ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่วินิจฉัยคดีนายกฯ เศรษฐา เพราะต้องการหลักฐานเพิ่มเติม โดยจะพิจารณาอีกครั้งในวันที่ 24 ก.ค.2567 อาจสร้างแรงกดดันเล็กน้อยต่อบรรยากาศการลงทุน จากการ Overhang ปัจจัยการเมือง 

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่านักลงทุนเริ่มให้น้ำหนักประเด็นนี้น้อยลง และมองถึงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ รวมถึงมาตรการต่างๆ มากกว่า หากเกิดการปรับฐานจากปัจจัยข้างต้นมองเป็นโอกาสสะสมมากกว่า

ขณะที่ นักวิเคราะห์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า ประเด็นการเมืองยังทำให้การฟื้นตัวของ SET INDEX เป็นไปอย่างจำกัด แต่ Downside ก็ไม่เปิดกว้าง เพราะถูกจำกัดด้วย Uptick Rule และ Earning Season  

ฝ่ายวิเคราะห์คาด SET INDEX แกว่ง Sideway จนกว่าจะมีความชัดเจน เน้นกลุ่มที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว และงบไตรมาส 2/2567 จะออกมาดี เช่น ค้าปลีก โรงไฟฟ้า เกษตรอาหาร เป็นต้น