
SET ต่ำกว่า 1,360 จุด เป็นลบต่อ แนะ “Selective Buy” ชู PTTEP และ ADVANC
SET หากต่ำกว่า 1,360 จุด เป็นสัญญาณลบต่อ ในภาพรวมที่เป็นลบ ทำให้การฟื้นตัวยังถูกจำกัด กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ PTTEP และ ADVANC
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET สัญญาณยังอ่อนแรง ล่าสุดลงมาใกล้แนวรับบริเวณ 1,360 จุด หากต่ำกว่า จะเป็นสัญญาณลบต่อ และมีแนวรับถัดไปที่ 1,354 จุด ขณะที่สัญญาณเทคนิคในภาพรวมที่เป็นลบ ทำให้การฟื้นตัวยังถูกจำกัด โดยมีกรอบบนบริเวณแนวต้าน 1,370 และ 1,375 จุด ตามลำดับ
ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET ยังแกว่งตัวในกรอบ หลังไร้ปัจจัยชี้นำ โดยในประเทศติดตามการประชุม ครม. ศก. นัดแรก นัดแรกยังไม่มีการออกมาตรการใดๆ และตัวเลข ศก. คาดยังมีแนวโน้มชะลอตัวลง ส่วนปัจจัย ตปท. ดัชนี PCE เม.ย. สหรัฐคาดสะท้อนอยู่ในราคาไปแล้ว และดัชนี PMI ภาคการผลิตขึ้นคาดปรับตัวดีขึ้น หลังออกมาตรการ กระตุ้น ศก. ต่อเนื่อง ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 1/2567 ของ บจ. ทั่วโลกยังค่อนข้างดี แม้ บจ. ไทยจะเติบโตได้น้อยในไตรมาส 1/2567 แต่ คาดไตรมาส 2/2567 จะเติบโตดีขึ้น ช่วยหนุน SET Index ปรับขึ้นได้ ตั้งแต่ไตรมาส 3/2567 ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ "Selective Buy" ใน 3 ธีมหลัก ดังนี้
1) หุ้นที่คาดได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของการผลิต (โดยเฉพาะจีน) และผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ขณะที่ราคาหุ้นยังไม่ได้สะท้อนปัจจัยบวก ดังกล่าว เลือก KCE SCGP PTTGC
2) หุ้นที่คาดไตรมาส 2/2567 กำไรจะยังสามารถเติบโตทั้ง YoY และ QoQ อีกทั้ง Valuation ยังไม่แพง เลือก MINT ADVANC TU BEM CPF BTG OSP TILDOR
3) สถานการณ์ในตะวันออกกลางเริ่มเบาบางลง ทำให้ราคาน้ำมันดิบ Bent ปรับตัวลดลงมาอยู่ในกรอบล่างของช่วง 80-90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งมองยังสามารถมีหุ้นน้ำมันสำหรับป้องกันความเสี่ยง (Hedging) ได้ ดังนั้นนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง จึงยังคงเลือกหุ้นน้ำมันขั้นต้นอย่าง PTTEP ทั้งนี้ติดตาม OPEC+ เตรียมจัดประชุมออนไลน์ 2 มิ.ย.นี้ หารือนโยบายผลิตน้ำมัน
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ PTTEP มองราคาน้ำมันที่แข็งแกร่งในระยะสั้นยังเป็นปัจจัยกระตุ้นราคาหุ้นและยังเป็นหุ้นที่ป้องกันความเสี่ยงจากความกังวลความไม่สงบในตะวันออกกลาง ขณะที่ผลการดำเนินงานและงบดุลยังแข็งแกร่ง โดยไตรมาส 2/2567 คาดกำไรจะดีขึ้นต่อเนื่องจากราคาน้ำมันและปริมาณการขายที่สูงขึ้นเป็นประวัติการณ์
ADVANC ไตรมาส 2/2567 คาดกำไรจะเติบโต YoY จากรายได้ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว และรายได้จากธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งคาดค่าใช้จ่ายในการบริหารจะไม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจาก synergy ด้านต้นทุนเริ่มเห็นผลแล้ว คาดกำไรปี 2567 จะเพิ่มขึ้นสู่ 3.16 หมื่นล้านบาท (+10.9%YoY)







