
ADVANC เปิดแผนปี 67 ยกระดับบริการ เป้ารายได้โต 13-15% งบลงทุน 2.5-2.6 หมื่นลบ.
ADVANC กางแผนปี 67 เดินหน้ายกระดับการให้บริการทุกกลุ่มธุรกิจต่อเนื่อง ตั้งเป้ารายได้บริการหลักโต 13-15% วางงบลงทุน 2.5-2.6 หมื่นล้านบาท ขยายโครงข่ายสื่อสาร-เน็ตบ้านครอบคลุมทุกพื้นที่ หลังปี 66 มีกำไร 29,086 ล้านบาท จ่ายปันผลครึ่งหลัง 4.61 บาท/หุ้น ขึ้น XD 19 ก.พ.นี้
นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC เปิดเผยว่า แนวโน้มและกลยุทธ์ในปี 2567 บริษัทคาดการณ์รายได้การให้บริการหลักเติบโต 13-15% จากการรับรู้รายได้จากการซื้อกิจการ บริษัท ทริปเปิลทรี บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTTBB ผู้ให้บริการ 3BB ร่วมกับการรักษาแนวโน้มการเติบโตของการดำเนินงานปกติ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะสามารถขยายตัวได้และภาวะการแข่งขันที่ทรงตัว
โดยบริษัทมุ่งเน้นสร้างการเติบโตด้วยการนำเสนอบริการแบบหลอมรวม (convergence) ระหว่างบริการหลักด้านต่างๆ เพื่อผลักดันให้ผู้ใช้บริการได้รับคุณค่ามากขึ้นจากการใช้งานหลากหลายผลิตภัณฑ์ (multi-product proposition) ควบคู่กับพัฒนาความสัมพันธ์กับผู้ใช้งานอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ตั้งเป้าหมายกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษีและค่าเสื่อมราคา (EBITDA) เติบโตประมาณ 14-16% จากการมุ่งเน้นที่ความสามารถในการทำกำไร และวางงบลงทุนไว้ที่ 25,000-26,000 ล้านบาท เพื่อรักษาคุณภาพภายใต้ความเหมาะสม โดยคาดการณ์สัดส่วนงบลงทุนสำหรับธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ 60% ธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้าน 28% ส่วนที่เหลือสำหรับธุรกิจบริการลูกค้าองค์กรและอื่นๆ
“ในปีนี้เรายังคงเดินหน้ายกระดับการให้บริการในทุกกลุ่มธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายโครงข่ายสื่อสารและโครงข่ายเน็ตบ้านให้มีความครอบคลุมทุกพื้นที่การใช้งานของคนไทย ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างโอกาสใหม่ให้กับประเทศสามารถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและเติบโตได้อย่างยั่งยืนของประเทศในทุกมิติ” นายสมชัย กล่าว
สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2566 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 29,086 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อน และมี EBITDA อยู่ที่ 93,371 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.1% จากปีก่อน เป็นผลจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งทุกธุรกิจ ร่วมกับการพัฒนาประสิทธิภาพกระบวนการทำงาน ด้วยระบบโครงข่ายอัตโนมัติ (Autonomous Network) และระบบไอทีอัจฉริยะที่ยกระดับประสบการณ์การใช้งาน
ทั้งนี้ บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 188,873 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% จากปีก่อน เนื่องจากได้รับประโยชน์จากการเริ่มรับรู้รายได้ TTTBB เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้าน โดยรายได้จากการให้บริการหลัก ไม่รวมค่าเชื่อมโยงโครงข่ายและรายได้จากการเป็นพันธมิตรกับ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT อยู่ที่ 138,569 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2% จากปีก่อน จากการรวมผลการดำเนินงานของ TTTBB การเพิ่มขึ้นของรายได้ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ และการเติบโตรายได้การให้บริการอินเทอร์เน็ตบ้านและบริการลูกค้าองค์กร
ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ มีรายได้อยู่ที่ 118,130 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% โดยมีจำนวนลูกค้าโทรศัพท์เคลื่อนที่รวม 44.6 ล้านเลขหมาย โดยยังคงมุ่งเน้นการส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่เหนือกว่าให้กับลูกค้าบนศักยภาพของโครงข่าย 5G ซึ่งปัจจุบันมีความครอบคลุมพื้นที่การให้บริการใกล้เคียง 90% ของพื้นที่ประชากร โดยมีจำนวนผู้ใช้บริการรวมแล้วกว่า 9.2 ล้านเลขหมาย
ธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง มีรายได้อยู่ที่ 13,621 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% โดยพร้อมให้บริการแล้วทั้ง AIS FIBRE3 และ 3BB FIBRE3 ด้วยความครอบคลุมและเข้าถึงได้มากกว่า 13.3 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ รวมถึงนวัตกรรมเน็ตบ้านและโซลูชันที่จะตอบโจทย์ทุกความต้องการของทุกบ้าน ทุกร้าน ทุกธุรกิจ และการส่งมอบประสบการณ์ความสุขและมาตรฐานการให้บริการที่รู้ใจ ทำให้ปัจจุบัน AIS 3BB FIBRE3 มีฐานลูกค้ากว่า 4.7 ล้านครัวเรือน
ธุรกิจบริการลูกค้าองค์กร สามารถตอบโจทย์ภาคธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านบริการโครงข่าย ดิจิทัลโซลูชัน คลาวด์ และ บริการดาต้าเซ็นเตอร์ ที่พร้อมเชื่อมต่อในทุกการทำงาน สำหรับลูกค้าองค์กร โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมหลักของประเทศอย่าง กลุ่มอุตสาหกรรมการผลิต กลุ่มธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ ธุรกิจผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีก ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศที่มีส่วนสำคัญต่อการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจของประเทศ
ธุรกิจบริการดิจิทัล ยังคงร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ที่มีความแข็งแกร่งตามแนวคิด Ecosystem Economy เพื่อสร้างการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นการจับมือกับพาร์ทเนอร์ด้านคอนเทนต์ความบันเทิงระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น Netflix HBO และล่าสุดกับ Prime รวมถึงบริการดิจิทัลเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์อย่างรอบด้าน อาทิ บริการประกันดิจิทัลจาก AIS Insurance Service หรือแม้แต่ เกมแพลตฟอร์มอย่าง Game On ศูนย์รวมบริการเกมที่ครบทุกความต้องการของกลุ่มเกมเมอร์
ขณะที่ผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2566 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 7,003 ล้านบาท ลดลง 4.9% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน จากผลการดำเนินที่ขาดทุนของ TTTBB การตั้งสำรองด้อยค่าสินทรัพย์และการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินจากการควบรวมกิจการ และลดลง 14% จากไตรมาสก่อน จากการรับรู้กำไรพิเศษครั้งเดียวจากการจำหน่ายเงินลงทุนในแรบบิทไลน์เพย์ (RLP) เมื่อไตรมาส 3/2566 การตั้งสำรองด้อยค่าสินทรัพย์ในไตรมาส 4/2566 และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น แม้จะถูกชดเชยโดยกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ส่วน EBITDA อยู่ที่ 23,945 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 1.4% จากไตรมาสก่อน
สำหรับรายได้รวมในไตรมาส 4/2566 อยู่ที่ 51,318 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.4% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 11% จากไตรมาสก่อน โดยรายได้จากการให้บริการหลัก อยู่ที่ 37,055 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.5% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 8.7% จากไตรมาสก่อน จากปัจจัยตามฤดูกาลในธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และการเติบโตที่แข็งแกร่งของธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้าน รวมทั้งการรับรู้รายได้ของ TTTBB เป็นเวลา 46 วัน
“แม้ในปี 2566 จะเป็นอีกปีที่เราต้องเผชิญกับความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจโลกส่งผลให้ภาพรวมการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยไม่เป็นไปตามเป้า เรายังคงเดินหน้าพัฒนาเครือข่ายคุณภาพ ทั้งโทรศัพท์เคลื่อนที่ และ บรอดแบนด์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่คนไทย รวมถึงภาคอุตสาหกรรม ที่จะสะท้อนไปถึงเศรษฐกิจดิจิทัลในภาพรวม ตลอดจนการสร้าง ECOSYSTEM ECONOMY ร่วมกับพาร์ทเนอร์ชั้นนำจากหลายภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตแบบร่วมกันอย่างยั่งยืน อันจะส่งมอบประโยชน์ให้แก่ประเทศไทยในท้ายที่สุด” นายสมชัย กล่าว
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 6 ก.พ.2567 มีมติจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดจากงวดดำเนินงานวันที่ 1 ก.ค.-31 ธ.ค.2566 ในอัตรา 4.61 บาท/หุ้น โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 19 ก.พ.2567 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 17 เม.ย.2567 เมื่อรวมกับการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล เมื่อวันที่ 5 ก.ย.2566 ในอัตรา 4.00 บาท/หุ้น ทำให้ทั้งปี 2566 จ่ายเงินปันผลในอัตรา 8.61 บาท/หุ้น







