posttoday
"วิกฤติหุ้นกู้"ยังไม่จบ! จับตา"หุ้นกู้อสังหาฯ"จ่อระเบิดเร็วๆนี้

"วิกฤติหุ้นกู้"ยังไม่จบ! จับตา"หุ้นกู้อสังหาฯ"จ่อระเบิดเร็วๆนี้

09 มกราคม 2567

ระวัง! วิกฤติหุ้นกู้ปีมังกรบานปลาย จาก "รับเหมาฯ" ส่งไม้ต่อ "อสังหาฯ" โดยเฉพาะเรตติ้งต่ำกว่า "BBB" ส่อระเบิดหลายลูก

     คำว่า "วิกฤติหุ้นกู้" ในปี 2567 เดือดขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากปีที่ผ่านมา "ITD"สร้างแรงกระเพื่อมความกังวลว่าเสี่ยงที่จะผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้ที่ครบไถ่ถอน ซึ่ง ITD เป็นหุ้นรับเหมาติดอันดับ 1 ใน 3 รายใหญ่ในไทย ที่ไม่มีใครไม่รู้จัก แต่ล่าสุด ITD เตรียมประชุมผู้ถือหุ้นกู้ในวันที่ 17 ม.ค.นี้เพื่อขอเลื่อนชำระหนี้เงินต้นไปอีก 2 ปี 

     จุดกระแสความกังวลเพิ่มขึ้นอีกว่า บริษัทที่ออกหุ้นกู้รายอื่นๆจะเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้อีกหรือไม่ ?

     แน่นอนว่า นายกรัฐมนตรี "เศรษฐา ทวีสิน" ไม่รอช้า เตรียมจับเข่าคุยกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และ ผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ในวันพรุ่งนี้(10 ม.ค. 2567) เพื่อหาทางออกให้กับหุ้นกู้เอกชนไทย ก่อนลุกลามบานปลายไปมากกว่านี้ รวมถึงคาดว่าจะมีเรื่องดอกเบี้ยที่จะหยิบยกมาในการพบเจอครั้งนี้เช่นกัน 

"วิกฤติหุ้นกู้"ยังไม่จบ! จับตา"หุ้นกู้อสังหาฯ"จ่อระเบิดเร็วๆนี้      "หุ้นกู้ ITD ถือเป็นเรื่องเฉพาะบริษัท และเป็นหุ้นกู้ที่ต่ำกว่า Investment Grade ได้เรตติ้งระดับ BB+ นั่นหมายความว่าจะขายได้เฉพาะนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่ (High Net Worth) ซึ่งนักลงทุนทั่วไปคงไม่ได้ซื้อจึงไม่ได้รับผลกระทบมากนัก

ขณะที่ธนาคารพาณิชย์ที่ปล่อยกู้ให้กับ ITD จะได้รับผลกระทบมากกว่า ส่วนตัวไม่ทราบว่ามีแบงก์ไหนปล่อยกู้ ITD บ้าง และปล่อยกู้ในสัดส่วนเท่าไหร่ ต้องรอทางแบงก์ออกมาชี้แจง แต่แบงก์นั้นอาจเสี่ยงที่จะตั้งสำรองเพิ่มขึ้น" นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด กล่าวกับ "โพสต์ทูเดย์"

จับตาระเบิด "หุ้นกู้อสังหา"

"วิกฤติหุ้นกู้"ยังไม่จบ! จับตา"หุ้นกู้อสังหาฯ"จ่อระเบิดเร็วๆนี้      จากการตรวจสอบตัวเลข "หุ้นกู้" ที่จะครบกำหนดไถ่ถอนในปี 2567 นี้พบว่ามีมากกว่าแสนล้านบาท

     แต่..หุ้นกู้ที่มีเรทติ้งต่ำกว่าระดับ “BBB” จะมีครบกำหนดทุกไตรมาสราว 20,000-30,000 ล้านบาท ซึ่งเท่าที่ดูจะมีเพียงหุ้นกู้บางบริษัทเท่านั้นที่น่าจะมีปัญหาไม่ใช่ทุกบริษัท

     อย่างไรก็ดี จากการประเมินหุ้นกู้ที่มีความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ นอกจากเคสดังกล่าวข้างต้น ที่น่าจับตาก็คือ "หุ้นกู้กลุ่มอสังหาริมทรัพย์" ทั้งที่ขายหุ้นกู้เรียบร้อยแล้วและที่กำลังเตรียมเสนอขาย โดยเฉพาะ อสังหาฯที่มีเรตติ้งต่ำกว่า "BBB" น่าจะมีปัญหาอีกหลายราย มูลค่าความเสียหายหลายพันล้านบาท แต่ผลกระทบไม่ได้ขยายวงกว้าง กระทบเพียงกองทุนที่เข้ามาลงทุนเท่านั้น แต่หากพิจารณาหุ้นกู้ที่คาดว่ามีปัญหารวมกันในปีนี้น่าจะมากกว่า 10,000 ล้านบาท

     "จุดสังเกตุ หุ้นกู้ที่มีปัญหา ทั้งที่ออกขายหรือเตรียมออกขาย มักจะเป็นหุ้นกู้ที่ไม่ขอเรตติ้ง หรือไม่มีการให้เรตติ้ง ซึ่งต้องระวังในการเข้าลงทุน และล่าสุดเห็นว่ามีบางบริษัทที่ทำอสังหาฯทั้งที่อยู่ในตลาดหุ้นและนอกตลาดเตรียมขายหุ้นกู้หลายพันล้านบาท เท่าที่ดูมี 2 บริษัทในตลาดที่มีเรตติ้งต่ำกว่า BBB น่าจะมีปัญหาอีก มูลค่าความเสียหายหลักพันล้านบาท แต่ผลกระทบไม่ได้ขยายวงกว้าง กระทบเพียงกองทุนที่เข้ามาลงทุนเท่านั้น"

ทริคดู "หุ้นกู้"

     สำหรับนักลงทุน อยากให้ระมัดระวังหุ้นกู้หรือบริษัทที่มีหนี้ภาระสูงๆ ดูได้ที่การจ่ายดอกเบี้ย ถ้ามากกว่า 5% นั่นแสดงว่ามีความเสี่ยง เพราะส่วนใหญ่หุ้นกู้ที่ให้ดอกเบี้ยระดับ 5% ขึ้นไป มักจะเป็นหุ้นกู้ที่อาจจะไม่มีเครดิตเรตติ้งที่ดีมากนัก

     ส่วนบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังจะออกหุ้นกู้ใหม่ก็อาจจะทำได้ลำบากมากขึ้น หรือแลกมาด้วยดอกเบี้ยที่สูงขึ้นเพื่อจูงใจในการซื้อ 

ทางรอด..หุ้นอสังหาฯ

     สิ่งที่ผู้ประกอบการอสังหาฯทำได้คือ ต้องเร่งยอดขาย ต้องเก็บเงินสดให้มากที่สุด ต้องเอาโครงการเก่าออกมาขายเร็วให้มากที่สุด

     ส่วนนักลงทุน สิ่งที่ทำได้คือดูฐานะการเงิน เพราะมีบางบริษัทที่ใช้เงินกู้ในการขยายการเติบโต ซึ่งเราต้องดูงบการเงินว่าเขามีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขนาดไหน แม้จะก่อหนี้แต่ก็ต้องดูยอดขายว่าได้ตามเป้าหมายหรือไม่ เพราะบางทีเขาใช้เงินกู้ไม่ได้ใช้เงินทุนในการที่จะเติบโต แต่หากเขาทำได้ ไม่มีปัญหาทุกอย่างก็จะดำเนินต่อไป แต่ก็เป็นความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องติดตาม เพราะเขาจะทำได้ไม่นาน เติบโตโดยใช้เงินกู้ได้ไม่นาน โดยเฉพาะช่วงดอกเบี้ยสูงแบบนี้ มันก็เหนื่อย ถ้าจะเลือกหุ้นอสังหาที่จ่ายปันผลดีๆ ที่ไม่ได้ดูแค่เงินปันผลเท่านั้นแต่ต้องดูฐานะการเงินในแง่ของอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน(D/E)สูงมากกว่า 2 เท่า ก็ต้องระวัง เพราะบริษัทอสังหาที่มักจะมีปัญหาส่วนใหญ่ D/E มักจะมากกว่า 2 เท่า 

     นอกจากนี้ ต้องดูอัตราส่วนแสดงสภาพคล่องของบริษัทอสังหาฯนั้นๆว่ามีกระแสเงินสดมากน้อยแค่ไหน อย่างน้อยกระแสเงินสดไม่ควรติดลบ เพราะมีหุ้นบางบริษัทมีกระแสเงินสดจากกิจกรรมการดำเนินงาน (Operating Cash Flow)ติดลบ หรือผันผวนมากๆ เพราะตามจริงกระแสเงินสดควรเป็นบวก แต่หากมีบริษัทที่ติดลบก็ต้องพึงระวังในการลงทุนมากๆ

อสังหารายใหญ่ไม่มีปัญหา ?

     ส่วนตัวมองว่าอสังหารายใหญ่ๆจะไม่มีปัญหาอะไรก็ย่อมได้ แต่ก็มีบางอสังหาฯที่มีเรื่องคดีความ เช่น ลูกบ้านฟ้องร้อง มีการยกเลิกทางเข้า ซึ่งกรณีนี้ต้องระมัดระวังอย่างมาก อันที่จริงบริษัทที่เข้าข่ายนี้ต้องระวังมานานแล้ว ส่วนตัวคงไม่เสี่ยงกับหุ้นที่มีความเสี่ยงที่สูงเกินไป

     อย่างไรก็ดี กลุ่มอสังหา ชอบ AP เพราะงบการเงินดี ปันผลดีปีละครั้ง เรื่องหนี้ไม่มีปัญหาเลย และชอบ SPALI

CK ได้ลูกดี รอด!

     ขณะที่ กลุ่มรับเหมา มีรายใหญ่ 3 ราย รายหนึ่งง่อนแง่น อีกรายดีตรงที่มีลูกดี มีการกระจายความเสี่ยงการลงทุนหลากหลาย ทั้ง รถไฟฟ้า และอีกตัวคือ STEC อาจจะผันผวนตามการเมือง แต่โดยพื้นฐานเป็นหุ้นที่ทิสโก้ปรับคำแนะนำเป็นถือ เพราะอาจจะดูเรื่องของงานภาครัฐที่ตอนนี้อาจจะซบเซา ต้องรอดูงบประมาณ 

     "เล่นหุ้นกลุ่มรับเหมาต้องรู้ก่อนว่าราคาจะขึ้นตามกระแสข่าวการเปิดประมูล ตอนนี้ไม่มีการเปิดประมูล หุ้นกลุ่มนี้ก็จะไม่ Outperform แต่น่าจะกลับมาดีในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ซึ่งเราเลือกตัวเด่นสุด คือ CK" 

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่