posttoday
SET แกว่งในกรอบ 1,370-1,398 จุด รอผลประชุมเฟด

SET แกว่งในกรอบ 1,370-1,398 จุด รอผลประชุมเฟด

01 พฤศจิกายน 2566

SET แกว่งในกรอบระหว่าง 1,370-1,398 จุด นักลงทุนรอผลประชุมเฟด กลยุทธ์การลงทุน "Selective Buy แนะนำ GLOBAL และ BCH

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET แกว่งในกรอบระหว่าง 1,370-1,398 จุด โดยนักลงทุนในตลาดรอผลประชุมเฟดในวันนี้ เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ย ขณะที่สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง และตลาดที่ขาดปัจจัยหนุน ทำให้การฟื้นตัวจำกัด ด้านภาพรวม หากต่ำกว่า 1,370 จุด เป็นสัญญาณลบต่อ และมีโอกาสทำ low ใหม่ โดยมีแนวรับถัดไปที่ 1,360 จุด

ทั้งนี้ แม้ SET มีโอกาสฟื้นตัว จากคาดแนวโน้มตัวเลขเศรษฐกิจของจีนจะฟื้นตัวและของสหรัฐที่ยังแข็งแกร่ง แต่อย่างไรก็ดี Upside จะยังถูกจำกัด เนื่องจากมีปัจจัยลบที่ต้องติดตาม จากความรุนแรงในตะวันออกกลาง ความกังวลเงินเฟ้อ และผลตอบแทนพันธบัตรที่สูง รวมถึงท่าทีของเฟดที่ยังคงดอกเบี้ยสูงต่อเนื่อง 

ขณะที่ปัจจัยในประเทศติดตามประกาศงบไตรมาส 3/2566 ของหุ้นกลุ่ม Real Sector หลังก่อนหน้า กลุ่มธนาคารรายงานกำไรไตรมาส 3/2566 ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาด (9 เดือนแรก ปี 2566 กำไรคิดเป็น 75% ของประมาณการทั้งปี) ดังนั้นกลยุทธ์ ลงทุนจึงแนะนำ "Selective Buy" ในธีมที่มีปัจจัยเฉพาะตัว ดังนี้

1) หุ้นเก็งกำไร ซึ่งคาดได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันปรับขึ้นหรือทรงตัวในระดับสูง หากความตึงเครียดในตะวันออกกลางไม่ทวีความรุนแรงมากขึ้น (Upside ราคาน้ำมัน 5- 10 เหรียญสหรัฐ) แนะนำเทรดดิ้งราคาน้ำมันBrent ในกรอบ 84-94 เหรียญสหรัฐ/ บาร์เรล เลือก BCP PTTEP TOP

2) หุ้น Undervalued ซึ่งราคาปรับลงมาจนเข้าเขต Oversold และยังมีพื้นฐานดี อีกทั้ง Valuation ไม่แพง (PER และPBV 66F ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี) เลือก BDMS CPALL CPN MINT

3) หุ้นที่คาดผลประกอบการดีต่อเนื่องไปในไตรมาส  4/2566 (+YoY, +QoQ) เลือก AP AOT BLA BCH CENTEL รวมทั้ง KCE ที่ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว (+QoQ) 

ระยะกลางแนะนำระมัดระวังหุ้นที่คาดได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่จะกระทบต่อกําลังซื้อภาคเกษตรลดลง ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (GLOBAL) กลุ่มสินเชื่อ (MTC SAWAD) กลุ่มยานยนต์ (SAT STANLY) กลุ่มเครื่องดื่ม (CBG จากราคาน้ำตาลที่สูงขึ้น) รวมถึงกลุ่มเกษตรและอาหาร (CPF GFPT BTG)

สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ GLOBAL คาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/2566 จะเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้ และกำไรสุทธิไตรมาส4/2566 จะปรับตัวดีขึ้น QoQ จากปัจจัยฤดูกาล และ YoY เนื่องจากไม่มีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจากสินค้าคงคลังล้าสมัยเหมือนในไตรมาส 4/2565

BCH มองราคาหุ้นมีแนวโน้ม outperform SET โดยได้แรงหนุนจากผลประกอบการที่ดีขึ้นในครึ่งหลังปี 2566 โดยไตรมาส 3/2566 คาดกำไรปกติจะดีขึ้น QoQ สู่ 380-400 ล้านบาท และทำจุดสูงสุดของปีนี้ในไตรมาส 4/2566

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน