
SET ลุ้นปรับขึ้นได้ต่อ รับเซนติเมนต์บวกจากตลาดหุ้นสหรัฐ-การเมืองหนุน
SET มีแนวโน้มปรับขึ้นได้ต่อ โดยได้รับเซนติเมนต์บวก จากตลาดหุ้นสหรัฐ และปัจจัยหนุนด้านการเมือง กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ BCH และ BGRIM
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET มีแนวโน้มปรับขึ้นได้ต่อ โดยได้รับsentiment บวก จากตลาดหุ้นสหรัฐ และปัจจัยหนุนด้านการเมือง โดยถัดไปรอติดตามรายชื่อ ครม. ด้านแนวโน้มราคา ระยะสั้นมีแนวต้าน 1,555 จุด หากขึ้นทะลุผ่านได้ จะเป็นสัญญาณบวกมากขึ้น โดยมีแนวต้านถัดไปที่ 1,562 จุดด้านแนวรับอยู่ที่ 1,540 และ 1,530 จุด ตามลำดับ คาดยังเป็นจุดรองรับได้
ทั้งนี้ มอง SET ยังเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1,500-1,550 จุด โดยแม้สถานการณ์การเมืองไทยมีพัฒนาการที่ดีขึ้นส่งผลดีต่อบรรยากาศลงทุน คาดเห็น Fund Flow เริ่มไหลกลับเข้าเก็งกำไรในตลาดหุ้นไทยอีกครั้ง
แต่ระยะสั้นคาดตลาดหุ้นทั่วโลกยังถูกกดดันจากปัจจัยเสี่ยงเรื่องการชะลอตัวของเศรษฐกิจ สหรัฐและจีน รวมทั้งจับตาถ้อยแถลงของประธานเฟด ที่การประชุมแจ็กสันโฮล (24-26 ส.ค.) เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้เกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ ทำให้คาด SET ยังมี Upside จำกัด ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy” ดังนี้
1) 8 หุ้นเด่นใน 4 อุตสาหกรรมสำหรับโอกาสเก็งกำไรในครึ่งหลังปี 2566 ซึ่งคาดกำไรจะเติบโต HoH และ YoY เลือก PTT BCP KCE HANA BDMS BCH AOT ERW
2) หุ้นประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากกำไรครึ่งแรกปี 2566 ซึ่งคิดเป็น Div. Yield ราว 2% เลือก SPALI (XD 22 ส.ค.) LH (XD 24 ส.ค.) HTC (XD 24 ส.ค.) AH (XD 29 ส.ค.)
3) นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไรหุ้นที่คาดได้อานิสงส์ Fund Flow ไหลกลับ เลือก KBANK GULF CRC HMPRO
ขณะที่ช่วงสั้นแนะนำหลีกเลี่ยงการลงทุนสำหรับหุ้นที่คาดได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ จากกำลังซื้อภาคเกษตรที่ลดลง ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (GLOBAL) กลุ่มสินเชื่อ (MTC SAWAD) กลุ่มยานยนต์ (SAT STANLY) กลุ่มเครื่องดื่ม (CBG มีต้นทุนน้ำตาลสูง) รวมถึงกลุ่มเกษตรและอาหาร (CPF GFPT)
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ BCH แนวโน้มกำไรเร่งตัวขึ้นในครึ่งหลังปี 2566 โดยคาดกำไรไตรมาส 3/2566 จะปรับตัวดีขึ้น QoQ และทำระดับสูงสุดของปีนี้ในไตรมาส 4/2566 หนุนจากจำนวนผู้ป่วยคนไทยและรายได้บริการผู้ป่วยชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งการปรับค่าบริการเฉลี่ยขึ้น และการปรับอัตราเหมาจ่ายรายหัวผู้ประกันตนฯ เพิ่มขึ้น
BGRIM แนวโน้มกำไรกลับสู่ภาวะปกติจากต้นทุนพลังงานลดลงและการปรับอัตราค่าไฟฟ้าสะท้อนต้นทุนเชื้อเพลิงโดยครึ่งหลังปี 2566 คาดได้แรงหนุนจากกำลังการผลิตโรงไฟฟ้า SPP ใหม่ และโครงการ SPP Replacement และธุรกิจโชลาร์ในเกาหลีใต้







