
TPL ลงสนามเทรด mai พรุ่งนี้ จับตาราคาเหนือจอง 3.30 บาท
ไอพีโอน้องใหม่ “TPL” เข้าเทรด mai พรุ่งนี้ ลุ้นยืนเหนือจอง 3.30 บาท มั่นใจเทรดวันแรกกระแสตอบรับดี ชูจุดเด่นผู้นำธุรกิจโลจิสติกส์ที่แตกต่าง ส่งสินค้าขนาดใหญ่ น้ำหนักมาก หลากรูปทรง ลุยพัฒนาสู่ "Green logistics" ผลักดันเป็นหุ้น High Growth โชว์งบไตรมาส 1/66 กำไรพุ่ง 278%
นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ mai ยินดีต้อนรับ บริษัท ไทยพาร์เซิล จำกัด (มหาชน) เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายใน mai ภายใต้กลุ่มอุตสาหกรรมบริการ โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “TPL” ในวันพรุ่งนี้ (30 มิ.ย.)
TPL ประกอบธุรกิจเป็นผู้ให้บริการจัดส่งสินค้าหรือสิ่งของในประเทศไทยทั้งสำหรับภาคธุรกิจและบุคคลทั่วไป รวมถึงให้บริการเก็บเงินค่าสินค้าปลายทาง โดยบริษัทมีความชำนาญในการจัดส่งสินค้าในรูปแบบบรรจุภัณฑ์ที่หลากหลาย โดยเฉพาะของที่มีน้ำหนักมาก ของที่มีขนาดใหญ่ หรือมีรูปแบบบรรจุภัณฑ์ที่ไม่เป็นมาตรฐานทั่วไป
ปัจจุบันบริษัทให้บริการจัดส่งสินค้าและสิ่งของประมาณ 350,000-600,000 ชิ้นต่อเดือน ด้วยยานพาหนะหลายประเภททั้งรถบรรทุก และรถกระบะ รวม 300 คัน โดยมีจุดให้บริการกว่า 120 แห่งทั่วประเทศทั้งในรูปแบบสาขาและแฟรนไชส์ กลุ่มลูกค้าหลักของบริษัทได้แก่ ผู้ประกอบการ โรงงาน เจ้าของผลิตภัณฑ์ ตัวแทนให้บริการโลจิสติกส์ เป็นต้น
ในปี 2565 บริษัทมีรายได้ตามประเภทของการจัดส่งแบบธุรกิจถึงธุรกิจ (B2B) ในสัดส่วน 33% แบบบุคคลถึงบุคคล (C2C) ในสัดส่วน 36% และแบบธุรกิจถึงบุคคล (B2C) ในสัดส่วน 31% ของรายได้การให้บริการ
โดย TPL มีทุนชำระหลังเสนอขาย 262 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 404 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 120 ล้านหุ้น โดยเสนอขายต่อบุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ 96 ล้านหุ้น เสนอขายต่อผู้มีอุปการคุณของบริษัท 18 ล้านหุ้น และเสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบัน 6 ล้านหุ้น เมื่อวันที่ 22-26 มิ.ย.2566 ในราคาหุ้นละ 3.30 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 396 ล้านบาท มูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 1,729.2 ล้านบาท
ทั้งนี้ การกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO มาจากอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (Price to Earnings Ratio: P/E Ratio) เท่ากับ 66 เท่า ซึ่งคำนวณจากกำไรสุทธิ 12 เดือนย้อนหลัง (ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2565-31 มี.ค.2566) เท่ากับ 27.82 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วภายหลังการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ (fully diluted) จะได้กำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 0.05 บาท โดยมี บริษัท ฟินเน็กซ์ แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และบริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่าย
ขณะเดียวกัน TPL มีผู้ถือหุ้นใหญ่หลัง IPO คือ กลุ่มครอบครัวจีนะวิจารณะ ถือหุ้น 36.25% และ บริษัท อควา คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AQUA ถือหุ้น 26.73% โดยบริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิของบริษัทในแต่ละปี ภายหลังจากหักภาษีและเงินทุนสำรองตามกฎหมาย
นายภัทรลาภ ทวีวงศ์ ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TPL กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ (30 มิ.ย.) หุ้น TPL จะเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการ โดยบริษัทมีจุดเด่นการเป็นบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ให้บริการจัดส่งสินค้าหรือสิ่งของในประเทศไทย ทั้งสำหรับภาคธุรกิจและบุคคลทั่วไป โดยบริการจัดส่งพัสดุทุกขนาด ทั้ง B2B, B2C และ C2C มีความโดดเด่นในด้านการขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ น้ำหนักมาก (Odd size/Oversize) ทั้งยังสามารถตรวจเช็คสถานะขนส่งได้แบบ Real-time ทำให้ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้บริการมาอย่างยาวนานกว่า 18 ปี
โดยภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2566 บริษัทมีรายได้จากการให้บริการ อยู่ที่ 128.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% จาก
ช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีรายได้อยู่ที่ 116.94 ล้านบาท โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของรายได้จากกลุ่มลูกค้าภาคธุรกิจ ซึ่งเพิ่มขึ้นทั้งกลุ่ม B2B และกลุ่ม B2C
สำหรับกำไรสำหรับงวดไตรมาส 1/2566 อยู่ที่ 9.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 278.4% จากงวดเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 2.41 ล้านบาท สาเหตุหลักเกิดจากการเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นและรายได้จากกำไรจากการขายรถของบริษัท ซึ่งแสดงอยู่ในรายได้อื่นในงบการเงิน โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 18.90% จากงวดเดียวกันปีก่อนเท่ากับ 18.04% และอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) 0.53 เท่า
"การระดมทุนในครั้งนี้จะผลักดันให้อนาคต TPL เป็นหุ้น High Growth เพราะทำให้เพิ่มศักยภาพการจัดส่งและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนสนับสนุนความสามารถทำกำไรสูงขึ้น ช่วยผลักดันธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน เพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการต้นทุน สนับสนุนฐานะการเงินแข็งแกร่ง โดยเฉพาะการรักษาฐานอัตราหนี้สินต่อทุนไม่เกิน 0.5 เท่า สามารถให้ผลตอบแทนกับผู้ถือหุ้นได้ในระดับที่ดีในระยะยาว โดยปัจจุบันบริษัทฯมีนโยบายจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่า 50%ของกำไรสุทธิ" นายภัทรลาภ กล่าว
ทั้งนี้ บริษัทมีแผนที่จะลงทุนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ทั้งการลงทุนสร้างศูนย์คัดแยกและกระจายสินค้าระดับภูมิภาค (Regional Hub) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการคัดแยกและกระจายสินค้า, การเพิ่มจุดให้บริการ (Drop Point) แก่ลูกค้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าในการใช้บริการ
และการลงทุนในยานพาหนะทั้งรถบรรทุก 10 ล้อ และ 6 ล้อ ซึ่งใช้สำหรับการขนส่งในเส้นทางระหว่างภูมิภาค (Line Haul) เป็นหลัก และรถกระบะ 4 ล้อ ซึ่งใช้สำหรับการกระจายสินค้าสู่ผู้รับปลายทาง เพื่อให้บริษัทมีกองยานพาหนะที่สามารถให้บริการได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะปรับกองยานพาหนะของบริษัท ด้วยการนำรถบรรทุก ซึ่งใช้พลังงานไฟฟ้ามาใช้ภายในปี 2566 โดยเริ่มจากเส้นทางในเขตภาคกลางและภาคตะวันออก และจะเร่งพัฒนาศักยภาพเพื่อก้าวสู่การขนส่งด้วยระบบ "Green logistics" ช่วยลดมลภาวะที่เกิดจากฝุ่นละออง PM 2.5
ขณะเดียวกัน บริษัทมีกลยุทธ์ในการดำเนินงานจะให้ความสำคัญกับพัฒนาบุคลากรและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการขนส่งและระบบสารสนเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการมากขึ้น
นายวรชาติ ทวยเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟินเน็กซ์ แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของ TPL กล่าวว่า มั่นใจว่า TPL จะเป็นหุ้นน้องใหม่ในตลาดหลักทรัพย์ mai ที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้น่าประทับใจให้กับนักลงทุน เนื่องจากมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งมีฐานะการเงินที่มั่นคงแข็งแรง
รวมถึงมีจุดเด่นที่น่าสนใจทั้งจากโครงสร้างการให้บริการมั่นคงและครอบคลุมทั่วประเทศ จากประสบการณ์มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่สั่งสมมากกว่า 18 ปี ฐานลูกค้าที่หลากหลายทั้ง B2B B2C และ C2C ระบบสารสนเทศพร้อมรองรับการเป็น Data Driven Org.ได้ในอนาคต
นายวรนันท์ ถาวรนันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการ การจัดจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ TPL กล่าวว่า ภายหลังจากการระดมทุนในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มศักยภาพฐานทุนและโอกาสในการดำเนินธุรกิจให้มากขึ้น ผลักดันการเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดในอนาคต และเชื่อว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นได้อย่างต่อเนื่อง







