posttoday
4 เซียนอ่านเกมหุ้น เล่นยาก..แต่เล่นได้! ชี้ทางรอดลงทุน

4 เซียนอ่านเกมหุ้น เล่นยาก..แต่เล่นได้! ชี้ทางรอดลงทุน

16 มิถุนายน 2566

ช็อตฟีล! 4 เซียนมองหุ้นไทยเล่นท่ายาก ตลาดรอภาพนโยบายเศรษฐกิจ-รัฐบาลใหม่ชัด ชี้ภาษีหุ้น-ความมั่งคั่งช็อตฟีลลงทุน หวั่นทำเงินไหลออก

นายเฉลิมเดช ลีวงศ์เจริญ นายกสมาคมนักลงทุนวีไอ กล่าวในงานสัมมนา Investment Forum : New Chapter, New Opportunity หัวข้อ เขย่าพอร์ต ถอดสูตรเซียน ว่า สาย VI จะมองไม่เหมือนคนส่วนใหญ่ คือ VI ไม่ได้มองดัชนีว่าจะไปในทิศทางไหน ไม่สำคัญ

แต่ที่เรามองคือหุ้นในตลาดมี 800 ตัว เราก็เลือกตัวที่มีอนาคต 3 ปีข้างหน้ามีแนวโน้มที่จะเติบโต เพราะเราถือไม่เยอะ เฉลี่ยถือราว 5-10 ตัวเท่านั้น เพราะฉะนั้นในแต่ละปี จาก 800 ตัว เราขอแค่ 10 ตัวที่จะโตเท่านั้น 

โดยปีนี้เป็นปีที่มีคนบ่นว่าลงทุนได้ไม่ดี หุ้นลง เล่นยาก แต่บรรดาสมาชิกไทยวีไอส่วนใหญ่พอร์ตออลไทม์ไฮ เพราะเลือกหุ้นถูกกล่มอุตสาหกรรม เล่นหุ้นถูกตัว ราคาขึ้นมากกว่า 50% มีหลายตัวในตลาด และปีนี้ถือเป็นปีที่ดีของ VI 

ส่วนการเมืองมองว่ามีผลกระทบน้อย ขึ้นอยู่กับ บริษัทตัวไหนทำดีก็ดี เราไม่ได้ดูตลาด ดูรายตัว ตัวไหนดีก็ดี ส่วนกรณีเก็บภาษีหุ้น ภาษีความมั่งคั่งมองว่าสุดท้ายไม่ได้เก็บภาษี เผลอๆถ้าตั้งรัฐบาลเสร็จอาจจะมีการกระตุ้นตลาดหุ้นก็ได้ นักลงทุนอย่าตกใจหรือกังวลเกินไป

กลยุทธ์เลือกหุ้น พิจารณาจาก 1.ดู Durable Competitive Advantage (DCA) ความสามารถในการแข่งขันที่ไม่สามารถมีใครสู้ได้หรือทำได้ ใครชนะที่สุดในอุตสาหกรรม 2.การเติบโต 3.ราคาไม่แพง ลงทุนในหุ้นเหมือนเล่นโป๊กเกอร์ ถ้าเปิดมาไพ่ดีก็เติมไปเรื่อยๆ ถ้าแย่ก็แค่หมอบ

อ่านเกมหุ้น สไตล์ 'หมอวิน'

นายรัชต์ชยุตม์ จีระพรประภา นักลงทุนเทคนิค-หุ้นพื้นฐาน กล่าวเช่นกันว่า ปีนี้หากนักลงทุนท่านไหนบอกว่าได้กำไรเยอะนี่ถือว่าเก่งเกินไป ซึ่งส่วนตัวพอร์ตบวกราว 1% ค่อนข้างพอใจ เพราะตลาดหุ้นไทยติดลบ 10%ช่วงที่ดัชนีลงไปต่ำสุด แต่ตอนนี้น่าจะติดลบ 7% ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่าตลาดหุ้นเล่นยาก 

กลยุทธ์ลงทุนคือเลือกลงทุนรายตัว อย่างปีนี้ กลุ่มท่องเที่ยวดี สายการบินอาจจะดี ถ้าเราสามารถเลือกหุ้นได้ถูกตัว พอร์ตยังไปได้ แต่ถ้าเลือกไม่ถูกตัวก็เล่นยากเพราะระเบิดมีค่อนข้างเยอะ ทั้ง STRK และ OTO ซึ่งนักลงทุนควรเลี่ยงหุ้นพวกนี้ก่อน 

อีกทั้ง ปีนี้เป็นปีที่ต่างชาติขายกว่าแสนล้านบาท กองทุนในประเทศซื้อ 4 หมื่นล้านบาท ที่เหลือรายย่อยซื้อกว่า 5 หมื่นล้านบาท ถือเป็นการดึงเงินออกทำให้ตลาดไม่สามารถไปต่อได้ เพราะสภาพคล่องต่ำ และไม่มีกลุ่มไหนที่จะผลักดันให้ไปต่อได้ หันไปมองหุ้นตัวเล็กตัวน้อยใน mai ปีนี้ถือว่า Underperform ตลาดมากก็จะเกิดหุ้นที่นักลงทุนไปคอร์เนอร์หุ้น พอคอร์เนอร์แตก ดังจะเห็นสภาพตลาดในช่วงที่ผ่านมา และตอนนี้กลัวระเบิดลูกใหญ่แตกที่สุด แต่ก็ไม่แน่ว่าตลาดอาจจะปรับตัวขึ้นก็เป็นไปได้เพราะเงินจะกระจายการลงทุนไปยังหุ้นตัวอื่นๆ 

จุดสังเกตุหุ้นที่ทำ Money Engineering สิ่งที่เราต้องรู้คือ บริษัทที่เพิ่มทุนนั้นทำเพื่ออะไร เพื่อสร้างการเติบโต หรือทำอะไร เพราะหากนำเงินไปลงทุนที่ผิดวัตถุประสงค์ อาทิกรณี บริษัทผู้ผลิตสายไฟในประเทศ เพิ่มทุนไปซื้อ EV เบอร์หนึ่งของโลกมันดูโอเวอร์เกินจริง เป็นต้น 

โดยหลักคัดเลือกหุ้นมี 4 ข้อ คือ 
1.เป็นธุรกิจที่มั่นคงและยั่งยืน(Sustainability)
2.ธุรกิจที่มีกำไร
3.ธุรกิจที่มีความโปร่งใส(Transparency) และมี ESG 
4.การเติบโตมากน้อยแค่ไหน

พอคัดมาได้ จากนั้นดูหุ้นนั้นๆว่ามี Money Engineering อย่างไร ออก RO เพิ่มทุน หรือ PP รายใหญ่ นำเงินไปทำอะไร แต่สุดท้ายหากโกหก เราเป็นรายย่อยคงทำอะไรไม่ได้เพราะเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่จะเข้าไปตรวจสอบ แต่ถ้าเราคัดหุ้นทั้ง 4 ข้อ เชื่อว่าหุ้นที่ไม่ดีคงไม่อยู่ในหุ้นที่เราเลือก

ส่วนกรณีการเก็บภาษีหุ้นหรือภาษีความมั่งคั่ง หากพิจารณาจากวอลุ่มตลาดลดลงจากระดับ 1 แสนล้านบาทต่อวัน ตอนนี้เฉลี่ย 3 หมื่นล้านบาทต่อวัน นี่ขนาดยังไม่ได้เก็บภาษี ทั้งๆที่ทุกวันนี้คือเสียภาษีอยู่แล้ว แวลูตลาดที่เราเห็น 1,500-1,600 จุด กำไรคูณพี/อี EPS*PE แต่ถ้าเก็บภาษีขายหุ้น ภาษีความมั่งคั่งอาจจะเกิดความได้ไม่คุ้มเสีย

"อยากฝากบอกว่าอย่าเก็บภาษีหุ้นเลย มีวิธีเก็บหลายทางมาก และ LTF ถ้ากลับมาจะช่วยการออมได้เยอะ หรือหากจะเก็บภาษีจริงๆอาจจะเก็บในลักษณะ หากขายได้กำไร 1 ล้านบาทเก็บอัตรานี้ หรือ กำไรมากกว่า 10 ล้านบาทเก็บแบบขั้นบันได เป็นต้น ส่วนตัวมองว่าถ้าจะเก็บภาษีก็สามารถเก็บได้ แต่อย่าเก็บเลย  เอาจริงๆไม่ใช่มีแค่นักลงทุนในประเทศเท่านั้นแต่มีหลายประเด็นที่ต้องมองให้ลึก ต้องคิดให้มาก"

4 เซียนอ่านเกมหุ้น เล่นยาก..แต่เล่นได้! ชี้ทางรอดลงทุน

4หลักคัดหุ้น สไตล์"เบียร์-วนนท์" 

นายวนนท์ วรรณป้าน เจ้าของเพจ Beer Vanon กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาพอร์ตค่อนข้างประคองตัวและบวกเล็กน้อย เพราะผมเป็นสายเทคนิคจะมองเป็นเทรนด์ภาพใหญ่ของตลาดหุ้นกับเทรนด์รายตัว ซึ่งในปัจจุบันหุ้นที่ดูดีเหลือน้อยมาก และตอนนี้ภาพใหญ่ต้องยอมรับว่า DELTA มีผลค่อนข้างมาก ทุกการเคลื่อนไหวของ DELTA จะมีผลต่อ SET ในทางตรงกันข้าม ถ้าภาพใหญ่หุ้น SET50 ขยับขึ้น ราคาหุ้น DELTA จะลง ซึ่งถ้าเราไปดูไส้ในหุ้น SET50 ที่นอกเหนือ DELTA ค่อนข้างปรับตัวลดลง ทำให้ตอนนี้ค่อนข้างเลือกหุ้นยาก หรือเป็นความรู้สึกว่าไม่พยายามออกไปหาโอกาส และพยายามไล่ตามอารมณ์ตลาดว่าข่าวที่ออกและสิ่งที่เกิดขึ้นมันมีการลงหรือหยุดลงหรือไม่ 

ประกอบกับในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. เป็นช่วงประกาศงบฯไตรมาส 2/66 และรัฐบาลใหม่จะชัดขึ้น ตลาดหุ้นไทยจะเคลื่อนไหวแบบนี้จนกว่าภาพจะชัด ซึ่งตอนนี้ส่วนตัวยังมีซื้อเก็งกำไรบ้าง แต่ไม่ได้เก็บไม้ใหญ่ สะสมแบบเต็มที่เหมือนที่ผ่านมา 

สำหรับนักลงทุนรายย่อย หรือ มนุษย์เงินเดือนที่ออมเงินหลักหมื่น จนเป็นหลักแสนบาท จนสะสมเป็นหลักล้านบาท แล้วตัดสินใจจะลงทุน ก่อนอื่นต้องมีความรู้ก่อน ในระหว่างที่สะสมเงินออมเราก็สามารถสะสมความรู้ไปด้วย ทั้ง ความรู้จากในตำรา และในตลาดก็คนละประเด็น ดังนั้นเราจึงต้องมีประสบการณ์เข้ามาเสริม ทีนี้ประสบการณ์ไม่ได้เกิดจากการอ่านอย่างเดียว ต้องอ่านเกมตลาดให้ออก เช่น ทำไม OTO ถึงเป็นแบบนี้ เกิดอะไรขึ้น เป็นต้น

ส่วนตัวอ่านหนังสือไม่เคยเจอว่า สิ่งที่นักลงทุนต้องระวังมีอะไรบ้าง 10 ข้อ ระวังเพิ่มทุน หรือประกาศงบฯ เป็นต้น ทั้งหมดทั้งมวลที่รายย่อยต้องเจอผ่านมาได้ก็ดีมากแล้ว ทุกวันนี้เลิกหวังว่าเข้าตลาดมา 1ปีจะเจอโอกาส หรือโอกาสชนะตลาดยาก สมมุติ ดัชนียืนแถว 1,200 จุด ซื้อถือ 1 ปีมีโอกาสชนะ แต่ตอนนี้ดัชนี 1,500 จุดในเกมการเมืองที่ไม่รู้จะไปทางไหน เม็ดเงินลงทุนต่างชาติที่จะผลักดันยังไม่มีเพราะทุกวันนี้เวลาที่ดัชนีวิ่งขึ้นนิดนึง ความกลัวเกิดขึ้น ยิ่งเกิดกรณีหุ้น MORE , STARK , OTO เป็นต้น ความกลัวเพิ่มขึ้นมาก

สิ่งที่อยากจะบอกคืออยากให้นักลงทุนค่อยๆศึกษา ไม่รีบร้อน ตอนนี้ดัชนี 1,500 จุดถ้าโอกาสปรับขึ้น 5-10% เราไม่ต้องรีบเข้าหาโอกาส แต่สมมุติตลาดลงมา 1,300-1,400 จุดนี่อาจจะเป็นโอกาสได้เช่นกัน

หลักการคัดหุ้น
1.ดูตลาดว่าภาพใหญ่จะเบรก หรือ ลดลง หรือ แกว่งไซด์เวย์ 
2.ดูอารมณ์ตลาด ดูว่าใครทำราคา
3.ดูหุ้นรายตัว เทคนิครายตัว
4.หุ้นขึ้นด้วยสาเหตุอะไร ขึ้นด้วยเกณ์ หรือพื้นฐาน หรือเป็นหุ้นทอร์คออฟเดอะทาวน์หรืออะไร

"ผมเล่นตามตลาด จะไม่วิ่งหาโอกาส เทรนด์ใหญ่ต้องได้ ถ้าเทรนด์ใหญ่ไม่ได้หุ้นก็ไปไม่ได้ ตอนนี้อาจจะรอดูจังหวะก่อน ส่วนภาษีหุ้นถ้าเก็บจริงผลกระทบเกิดแน่นอน และต้องมองว่าจะกระทบด้านอื่นๆอีกหรือไม่ หรืออาจจะเก็บภาษีแบบค่อยๆทำค่อยๆเก็บ เป็นต้น" 

หุ้นไทยเล่นยาก

นายมานิตย์ ศรายุทธิกรณ์ เจ้าของเพจ Bert Manit กล่าวว่า ส่วนตัวดูกราฟเป็นหลัก ซึ่งปีนี้เล่นยากมาก เพราะกราฟต้องคิดหลายขั้น เราดูกราฟตลาดช่วงวิกฤติสหรัฐฯที่ธนาคารล้มละลาย ดัชนีลงมา 50 จุดแล้วดีดขึ้นทันที ต่อมาดัชนีลงเป็นครั้งที่ 2 คือก่อนเลือกตั้งเหมือนจะหลุด 1,520 จุดแต่ก็ดีดขึ้นทันที และดัชนีลดลงครั้งที่ 3 หลังเลือกตั้ง การปรับตัวทั้ง 3 ครั้งจะเห็นว่าดัชนีลงแล้วดีดขึ้น ผมนั่งดูใช้กราฟเทคนิคและพื้นฐานประกอบ

สำหรับ Performance พอร์ตการลงทุนปีนี้ ผมบวกเล็กน้อย อยู่ในเชิงประคับประคอง มีเล่นฟิวเจอร์เพื่อเฮดจิ้งพอร์ต เวลาตลาดลงก็เปิด Short SET50 เวลาตลาดขึ้นก็หาหุ้นเล่น อีกทั้งเล่นเก็งกำไรหุ้นที่เป็นกระแส อย่างพวกหุ้นที่ขาดสภาพคล่องกลุ่มสหพัฒน์ฯ ย้ายมาพวกวอแรนต์ ส่วนหุ้นเล่นเล่นเก็งกำไรเอากระแสเงินสด เอาค่าขนมพอได้เงินไปเติมหุ้นพื้นฐานดี รายได้โตเพิ่มขึ้น 

กรณีการเพิ่มทุน ออกวอ PP เป็นเรื่องที่ดี แต่ตอนนี้พอมันเกิดเคส STARK ก็เป็นกรณีศึกษาได้ดี ก็คงต้องดูลึกลงไปในส่วนของกรรมการ หรือ ผู้ถือหุ้นคนอื่นๆประกอบการพิจารณา และดูงบการเงิน ว่าจะเอาเงินไปลงทุน บริษัทไหน เป็นธุรกิจที่มีกำไรหรือไม่ การเพิ่มทุนหรือออกวอร์แรนต์จะช่วยผลประกอบการดีแค่ไหน ล่าสุด OTO ออก PP 16 บาท พอหลุดก็ลงแบบไม่มีแรงรับเลย อันนี้ก็ต้องดูดีๆ

"ตอนนี้ตลาดหุ้นอยู่ในโหมดไซด์เวย์ เล่นสั้น เดย์เทรด ตลาดไม่เอื้อ ไม่ต้องกลัวตกรถหรือขายหมู มันไม่ใช่ตลาด Bullish ตอนนี้คือรอสัญญาณลงทุน ส่วนจุดเข้าซื้อ ตอนนี้รอดูความชัดเจนรัฐบาลใหม่ เน้นเล่นสั้น หุ้นดีๆหายาก ต้องเซฟกระสุน ประคับประคองไปก่อน ถ้าภาพนโยบายรัฐบาลชัดเจนว่าผลักดันทางไหนค่อยลงทุนก็ได้ ปีนี้เป็นปีที่ติดตามการเมืองมากที่สุดเพราะมีผลต่อตลาดหุ้นจริงๆในหลายๆเรื่อง ส่วนการเก็บภาษีแคปปิตอลเกณฑ์หรือภาษีหุ้นส่วนตัวไม่ค่อยเห็นด้วย"

ข่าวล่าสุด

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก