
JAS เปิดสาเหตุส่วนผู้ถือหุ้นต่ำกว่า 50% ลุ้นปิดดีลขาย แ-JASIF มิ.ย.นี้
JAS แจงส่วนผู้ถือหุ้นลดลงกว่า 50% ของทุนชำระแล้ว เหตุรายได้ธุรกิจบรอดแบนด์ลดลง-ค่าใช้จ่ายพุ่ง ลุ้นปิดดีลขาย 3BB-JASIF มิ.ย.นี้ นำเงินเดินหน้าขยายธุรกิจใหม่ตามแผน
นายสุพจน์ สัญญพิสิทธิ์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (รักษาการ) บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS เปิดเผยว่า กรณีตลาดหลักทรัพย์ขึ้นเครื่องหมาย “C” หลังประกาศผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 1/2566 เนื่องจากส่วน ของผู้ถือหุ้นต่ำกว่า 50% ของทุนชำระแล้วนั้น ผู้ลงทุนยังคงซื้อหลักทรัพย์ของบริษัทได้ด้วยบัญชีแคชบาลานซ์ (Cash Balance)
ส่วนสาเหตุที่ส่วนผู้ถือหุ้นของบริษัทลดลง ต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของทุนชำระแล้วในไตรมาส 1/2566 เนื่องจากรายได้หลักจากธุรกิจบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตลดลง จากการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ค่าใช้จ่ายปรับเพิ่มสูงขึ้น จากการขึ้นอัตราค่าเช่าเส้นใยแก้วนำแสง (OFC) ของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน หรือ JASIF อีกทั้งธุรกรรมการจำหน่ายเงินลงทุนใน บริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTTBB ผู้ให้บริการ 3BB ให้แก่ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด หรือ AWN ในเครือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC เสร็จไม่ทันภายในไตรมาส 1/2566
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ธุรกรรมการจำหน่ายเงินลงทุนใน 3BB ให้แก่ AWN ที่มีมูลค่า 32,420 ล้านบาท ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) คาดว่าน่าจะได้รับการอนุมัติภายในเร็วๆ นี้ หรือภายในเดือน มิ.ย.2566
ซึ่งหลังจากนั้นบริษัทสามารถบันทึกกำไรจากธุรกรรมดังกล่าว และมีกระแสเงินสดเพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้มีสถานภาพทางการเงินที่เข้มแข็ง และลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ ตาม Roadmap ที่วางไว้ได้ อาทิ ธุรกิจพลังงานสะอาด (JASGREEN) ธุรกิจให้บริการการดูแลสุขภาพแบบดิจิทัล (JAS Care)
ตลอดจนธุรกิจต่างๆ ของ กลุ่มบริษัท จัสมิน เทคโนโลยี โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ JTS ได้แก่ ธุรกิจสินทรัพย์ ดิจิทัล และเทคโนโลยี โซลูชั่น ที่เน้นการดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับเหมืองขุดบิตคอยน์ โดยมีการลงทุนใน Solar Farm ขนาด 3.8 MWatt เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าในการทำเหมืองขุดบิตคอยน์ และสร้างรายได้เพิ่มจากการขายคาร์บอนเครดิต
นอกจากนี้ JTS ยังมีธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการทำเหมืองขุดบิตคอยน์ อาทิ ธุรกิจ FinTech เพื่อให้บริการแพลตฟอร์มสำหรับการโอนเงินระหว่างประเทศ ผ่านเครือข่าย Lightning Network ของบิตคอยน์ ที่จะช่วยให้การโอนเงิน ระหว่างประเทศมีความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัยและมีค่าใช้จ่ายที่ลดลง จึงขอให้ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนทั่วไป มั่นใจได้ว่าบริษัทจะสามารถดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนและมั่นคงต่อไป







