
แรงซื้อเริ่มนิ่ง รอดูเงินเฟ้อสหรัฐฯคืนนี้
2โบรกสแกนหุ้นไทยวันนี้ยังไม่ไปไหน เคาะกรอบ 1555-1570 จุด จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯประกาศคืนนี้ ชู 5 หุ้นสตอรี่บวกเฉพาะตัว
ฝ่ายวิเคราะห์ บล.กรุงศรี ระบุในบทวิเคราะห์ว่า แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ คาด SET แกว่งตัว 1,555-1,570 จุด แม้ภาวะตลาดได้แรงซื้อกลุ่ม Domestic play ก่อนการเลือกตั้งของไทย 14 พ.ค. รวมถึงราคาน้ำมันดิบดีดตัวขึ้นรับข่าวสหรัฐเล็งซื้อน้ำมันเติมคลัง SPR อย่างไรก็ตามยังคงแนะนำลงทุนแบบ Selective buy เช่นเดิมเพื่อติดตามรายงานดัชนี CPI พื้นฐาน สหรัฐเดือนเม.ย.ที่คาดว่าจะ +5.5% (ประกาศวันนี้ 10 พ.ค.) ซึ่งจะส่งผลให้ Fund flow ผันผวนได้
กลยุทธ์การลงทุน Selective Buy ดังนี้
- BBL KTB TTB KBANK SCB แนวโน้มกำไร 2Q23 ยังคงเติบโต
- PTTEP TOP BCP ราคาน้ำมันดิบดีดตัวขึ้น
- SAWAD MTC KTC ASK AEONTS อานิสงส์เงินฟ้อไทยชะลอตัวลง
- INTUCH BCH WHAUP BEM CPALL SISB ICHI OR BGRIM คาดงบ 1Q23F เติบโตขึ้น
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ คือ หุ้น CK (ปิด 21.70 ซื้อ/เป้า IAA Consensus 28 บาท)เก็งกำไรธีมการเลือกตั้ง ด้านผลประกอบการเข้าสู่ช่วงขาขึ้น คาดปีนี้จะมี Backlog เพิ่มเป็น 2.5 แสนล้านบาททำสถิติสูงสุดในรอบ 50 ปี (จากการเซ็นสัญญาโครงการหลวงพระบางและรถไฟฟ้าสายสีม่วง)
หุ้น MAKRO (ปิด 40 ซื้อ/เป้า IAA Consensus 44 บาท) เงินเฟ้อลดลงเร็วกว่าที่คาด, ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี และธีมการเลือกตั้ง ส่งผลบวกโดยตรงกับหุ้นกลุ่มค้าปลีก นอกจากนี้มีลุ้นเข้าคำนวณในดัชนี MSCI รอบใหม่
* * เชียร์ AAV-PTTEP-TOP
ฝ่ายวิเคราะห์ บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ระบุในบทวิเคราะห์ เช่นกันว่า วานนี้(9 พ.ค.66)ดัชนี SET และ SET50 แกว่งแคบ หลังปรับขึ้นแรงในช่วงก่อนหน้า กอปรกับใกล้เหตุการณ์สำคัญทั้งการเลือกตั้งในประเทศ และการรายงานอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐอเมริกา แต่ด้วยโมเมนตัมของตลาดหุ้นไทยที่ดูดีขึ้น จึงยังแนะนำให้หาจังหวะเพิ่มน้ำหนักการลงทุน
ในเชิงกลยุทธ์ แนะนำทยอยสะสมหุ้น 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.หุ้นเปิดเมือง เช่น CPALL, CRC, BDMS, BH 2.หุ้นธนาคารที่ได้ประโยชน์จากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น และการตั้งสำรองที่ลดลง เช่น BBL, KBANK, KTB 3.หุ้นนิคมอุตสาหกรรม คาดว่าจะประโยชน์จากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการย้ายฐานการผลิตมาไทย เช่น AMATA, WHA 4.หุ้นที่ได้ประโยชน์ในช่วงฤดูร้อน เช่น AU, ICHI, HMPRO, SAPPE, TACC, CRC, CPALL, CPN, CENTEL, MINT, BCPG, EA, SPCG
สำหรับวันนี้ตลาดหุ้นไทยมีปัจจัยขับเคลื่อนราคาที่น่าสนใจติดตามหลายประเด็น ดังนี้
1.หุ้นกลุ่มอิงปัจจัยในประเทศดูมีความแข็งแกร่ง จากการเข้าใกล้ช่วงเลือกตั้ง เรายังมองเป็นบวกต่อกลุ่มดังกล่าว เช่น AAV, BA, BBL, KBANK, KTB, KTC, CPALL, CRC, CPN, CENTEL, ERW
2.ราคาน้ำมันดิบเริ่มกระเตื้องขึ้น จากความกังวลด้านเศรษฐกิจถดถอยลดน้อยลง บวกต่อพลังงานต้นน้ำ เช่น PTTEP และโรงกลั่น เช่น TOP
3.ยอดนำเข้าจีนหดตัวมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาด จึงคาดว่าภาคการส่งออกไทยจะยังไม่ดีนัก แนะนำให้เน้นหุ้นกลุ่มการจับจ่ายใช้สอยเป็นหลัก
โดยแนะนำซื้อ หุ้น AAV ราคาเป้าหมาย 3.44 บ. เห็นสัญญาณฟื้นตัวชัดเจนใน 4Q65 คาด FY66 ดีต่อเนื่องตามการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวในประเทศ คาดจำนวนผู้โดยสารปีนี้กลับมาราว 90% ของช่วง Pre-COVID ขณะที่ราคาปัจจุบันยังมี upside กว่า 24% มองเป็นจังหวะในการเข้าซื้อ
หุ้น PTTEP ราคาเป้าหมาย 165 บ. ราคาน้ำมันดิบเริ่มกระเตื้องขึ้น หลังนักลงทุนคลายกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอย แม้แนวโน้มกำไรช่วงที่เหลือของปีจะไม่เด่นเท่า 1Q66 ตามปริมาณขาย +ราคาขายก๊าซลดลง แต่ราคาหุ้นเริ่มกลับมาน่าสนใจ จึงมองเป็นจังหวะเข้าซื้อ
หุ้น TOP ราคาเป้าหมาย 68 บ. คาดกำไรปกติ 1Q66F เติบโตดี QoQ จากปริมาณการขายเพิ่มขึ้น (ช่วง 4Q65 มีการหยุดซ่อมบำรุง) บวกกับ GRM เพิ่มขึ้น, Crude Premium ลดลง และกำไรจากธุรกิจอะโรเมติกส์เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีปัจจัยหนุนระยะยาวจากโครงการ CFP ซึ่งจะเพิ่มกำลังการกลั่นได้อีกมาก







