posttoday
THCOM โกยกำไรสุทธิไตรมาสแรก 90 ล้าน พุ่ง 77%

THCOM โกยกำไรสุทธิไตรมาสแรก 90 ล้าน พุ่ง 77%

09 พฤษภาคม 2566

THCOM กวาดกำไรสุทธิไตรมาสแรก 90 ล้านบาท พุ่ง 77% หลังรายได้จากการขายและการให้บริการดาวเทียมเพิ่มขึ้น ประกอบกับรายได้ทางการเงินเพิ่มขึ้น

นายปฐมภพ สุวรรณศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2566 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 77% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 51 ล้านบาท เนื่องจากรายได้จากการขายและการให้บริการเพิ่มขึ้น ประกอบกับรายได้ทางการเงินเพิ่มขึ้น จากการรับรู้รายได้ดอกเบี้ยรับจากการรับชำระหนี้จากลูกหนี้การค้า

และพลิกเป็นกำไรสุทธิจากไตรมาสก่อน ที่มีผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 439 ล้านบาท สาเหตุหลักเกิดจากลดลงของผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ โดยค่าเงินบาทไทยปรับตัวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากบริษัทมีสินทรัพย์ที่เป็นเงินสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐมากกว่าหนี้สิน 

นอกจากนี้ บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานในไตรมาส 1/2566 อยู่ที่ 131 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.3% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 88 ล้านบาท เนื่องจากรายได้จากการขายและการให้บริการปรับตัวเพิ่มขึ้น และจากไตรมาส ก่อน ที่มีผลขาดทุน อยู่ที่ 27 ล้านบาท โดยสาเหตุหลักเกิดจากการปรับตัวลดลงของผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นจริง (Realized loss on foreign exchenge) และการปรับตัวลดลงของค่าใช้จ่ายในการขายและบริการ 

สำหรับรายได้จากการขายและการให้บริการในไตรมาส 1/2566 อยู่ที่ 735 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.5% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ที่มีรายได้อยู่ที่ 691 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการดาวเทียมแบบทั่วไป (ดาวเทียมไทยคม 7 และไทยคม 8) รวมทั้งมีการรับรู้รายได้จากค่าบริหารจัดการสถานีภาคพื้นดิน (Gateway) จาก Globalstar และค่าที่ปรึกษาอื่นๆ แต่ลดลง 0.4% จากไตรมาสก่อน ที่มีรายได้อยู่ที่ 738 ล้านบาท

ทั้งนี้ Globalstar เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการระดับโลกด้านการสื่อสารผ่านดาวเทียมและโซลูชัน IoT (Internet of Things) จากประเทศสหรัฐอเมริกา โดย Globalstar และ ไทยคม ร่วมกันพัฒนาและบริหารจัดการสถานีภาคพื้นดินในประเทศไทย เพื่อเป็นโครงข่ายในการให้บริการสื่อสารผ่านดาวเทียมในภูมิภาค จากกลุ่มดาวเทียมวงโคจรระดับต่ำ หรือ LEO (Low Earth Orbit Satellite) ของ Globalstar 

โดยคาดว่าภายในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2566 บริษัทจะสามารถร่วมมือกับ Globalstar เพื่อเริ่มให้บริการเชิงพาณิชย์สำหรับระบบติดตามผ่านดาวเทียมเพื่อเพิ่มความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ติดไว้บนเสื้อชูชีพ ซึ่งจะทำการแจ้งเตือนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ หรือประสบเหตุอันไม่พึงประสงค์ อุปกรณ์ที่ติดไว้ในเสื้อชูชีพจะระบุพิกัดของนักท่องเที่ยวและส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยอัตโนมัติ

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2566 ที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทได้มีมติอนุมัติการลงทุนโครงการดาวเทียมชุดข่ายงานดาวเทียมวงโคจร 119.5 องศาตะวันออก เป็นจำนวนเงินไม่เกิน 15,203 ล้านบาท โดยปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการสรรหาผู้ผลิตดาวเทียมที่เหมาะสม ควบคู่ไปกับการดำเนินการขาย presale capacity บนดาวเทียมดวงใหม่

โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/2566 ดาวเทียมที่บริษัทให้บริการภายใต้ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ได้แก่ ดาวเทียมไทยคม 7 และไทยคม 8 โดยอัตราการใช้บริการของลูกค้าของทั้ง 2 ดวง มีอัตราการใช้บริการของลูกค้าเมื่อเทียบกับความสามารถในการให้บริการของดาวเทียม อยู่ที่ระดับ 55% เพิ่มขึ้นจาก 53% ณ สิ้นปี 2565

ขณะเดียวกัน ณ สิ้นไตรมาส 1/2566 บริษัท ลาว เทเลคอมมิวนิเคชั่นส์ มหาชน (แอลทีซี) และ บริษัท ทีพลัสดิจิทัล จำกัด (ทีพลัส) มีจำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบรวมทั้งสิ้น 2.44 ล้านราย โดยมีระดับจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นจาก 2.32 ล้านราย ณ สิ้นปี 2565

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี