posttoday
SET ภาพรวมยังอ่อนแรง มีแนวโน้มทดสอบจุดต่ำเดิม

SET ภาพรวมยังอ่อนแรง มีแนวโน้มทดสอบจุดต่ำเดิม

26 เมษายน 2566

SET ยังอ่อนแรง และปรับตัวลงได้ต่อ ด้วยแรงขายในหุ้นกลุ่มพลังงาน-แบงก์ มีแนวโน้มทดสอบจุดต่ำเดิม บริเวณ 1,520 จุด กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ BDMS และ ADVANC

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET ยังอ่อนแรง และปรับตัวลงได้ต่อ ด้วยแรงขายในหุ้นกลุ่มหลักอย่างพลังงานตามราคานํ้ามันปรับลง และกลุ่มธนาคารจาก Sentiment ลบ กังวลเสถียรภาพภาคธนาคารของสหรัฐ ด้านแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,532 และจุดต่ำเดิมบริเวณ 1,520 จุด ที่มีโอกาสลงไปทดสอบ ด้านการฟื้นตัวถูกจํากัดที่แนวต้าน 1,550-1,560 จุด

ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET ยังมี Upside จํากัดและมีโอกาสอ่อนตัว เนื่องจากยังขาดปัจจัยหนุน และภาพรวมผลประกอบการ คาดยังมีแนวโน้มอ่อนแอ โดยที่หุ้นเทคโนโลยีและธนาคารเล็กของสหรัฐ รวมทั้ง บจ. ไทยที่จะออกมาสัปดาห์นี้ มีโอกาสแย่กว่าคาด อีกทั้งมองนักลงทุนอยู่ระหว่างรอดูความชัดเจนทิศทางดอกเบี้ยจากการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวันที่ 2-3 พ.ค.นี้ กลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ในธีมที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้

1. หุ้น Best of the best ภายใต้วิกฤติการเงินในสหรัฐและยุโรป ซึ่งมีพื้นฐานและฐานะการเงินแข็งแกร่ง มีกำไรในปี2566-2567 เติบโตเฉลี่ยสูงกว่ากำไรของกลุ่ม หุ้นที่เราแนะนำ Outperform และ Valuation ไม่แพง โดยซื้อขายด้วยPER และ PBV เฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ที่บริเวณ -1.0 ถึง -2.0 S.D. จึงมองเป็นโอกาสชื้อสะสม เลือก AU BBL BDMS CPALL GULF สำหรับนักลงทุนที่มีหุ้นอยู่แล้ว แนะนำ Let Profit Run

2.หุ้นที่คาดผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2566 จะออกมาตามตลาดคาด และจะเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้ หรือผลการดำเนินงานมีสัญญาณฟื้นตัวในไตรมาส 2/2566 เลือก HMPRO ADVANC KCE MINT AOT OSP

3.หุ้นปันผลดี ซึ่งปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและราคาหุ้นยังมี Upside น่าสนใจเกิน 15% AP (XD 9 พ.ค[email protected] บาท) และ LH (XD 8 พ.ค[email protected] บาท) โดยคิดเป็น Div. Yield เกิน 3% 

ขณะที่มีกลุ่มหุ้นแนะนำ “ขายหรือหลีกเลี่ยงการลงทุนไปก่อน” เนื่องจากผลการดำเนินงานยังไม่สดใส และมีความเสี่ยงที่ต้องติดตาม ได้แก่ NRF LPN MST SAWAD QH KTC PSH THRE TCAP MTC KEX KISS TU CBG GFPT BTG BTS BEM JASIF SAT IIG NER

สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ BDMS คาดไตรมาส 1/2566 กำไรปกติ 3.4 พันล้านบาท ลดลง 1%YoY แต่เพิ่มขึ้น9%QoQ จากรายได้บริการผู้ป่วยชาวต่างชาติที่แข็งแกร่งขึ้น ขณะที่พัฒนาการในตลาดต่างประเทศใหม่ๆ คาดจะช่วยสนับสนุนให้กำไรเติบโตต่อเนื่อง โดยปี 2566 คาดกำไรเติบโต 12%YoY สู่ 1.4 หมื่นล้านบาท 

ADVANC คาดไตรมาส 1/2566 กำไรปกติ 6.6 พันล้านบาท ลดลง 2.3%QoQ แต่เพิ่มขึ้น 4.5%YoY ขณะที่ไตรมาส2/2566 คาดกำไรจะเติบโต QoQ จากการแข่งขันในธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และธุรกิจ FBB ที่ลดน้อยลง รวมถึงรายได้บริการโรมมิ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นตามธุรกิจท่องเที่ยวไทยที่ฟื้นตัว

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่