
ธปท.ชี้ พรก.กู้ 4 แสนล้าน ดัน GDP ปี 69 โต 2.1% คาดเปิด Virtual Bank 2 แห่ง ปีนี้
ธปท. ประเมิน พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ดัน GDP ปี 69 โต 2.1% ยันไทยไร้ภาวะ Stagflation อัปเดต Virtual Bank คาดจัดตั้งได้อย่างน้อย 2 แห่ง ปลายปีนี้
KEY
POINTS
- ธปท. ประเมินว่า พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท จะช่วยผลักดันให้ GDP ของไทยในปี 2569 ขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 2.1%
- ผู้ว่าการ ธปท. ยืนยันว่าประเทศไทยยังไม่เข้าสู่สภาวะ Stagflation แม้เงินเฟ้อจะปรับตัวสูงขึ้นในระยะสั้น
- ธปท. คาดการณ์ว่าจะสามารถจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ได้อย่างน้อย 2 แห่งภายในสิ้นปีนี้
ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ…. วงเงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากเดิมที่เคยประเมินวงเงินอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ภายใต้สมมติฐาน พ.ร.ก. กู้เงิน 3 แสนล้านบาท ล่าสุดออกมาเป็น 4 แสนล้านบาท ซึ่งจะมีส่วนช่วยผลักดันให้ GDP ของประเทศไทยในปี 2569 ขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 0.6% โดยคาดการณ์ว่า GDP จะปรับเพิ่มจากเติบโต 1.5% เป็นเติบโต 2.1%
ขณะที่คาดว่าในปีหน้า GDP จะเติบโต 1.6% เนื่องจากผลของฐานเศรษฐกิจที่โตสูงในปีนี้ อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวกจากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่เข้ามาค่อนข้างมาก ซึ่งจะเป็นแรงช่วยประคองเศรษฐกิจได้
ยืนยันไทยไม่เกิด Stagflation แม้เงินเฟ้อขยับสูง
ในประเด็นเรื่องภาวะ Stagflation นายวิทัย ยืนยันว่า ประเทศไทยยังไม่อยู่ในสภาวะดังกล่าว เนื่องจากนิยามของ Stagflation คือ เศรษฐกิจต้องตกต่ำลงอย่างมาก ในขณะที่เงินเฟ้อสูงต่อเนื่องยาวนาน แต่สถานการณ์ของไทยในปัจจุบัน คือ เงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงขึ้นในระยะสั้นและจะทยอยลดลงในช่วงไตรมาส 2/2570
สำหรับอัตราเงินเฟ้อล่าสุดในเดือนเมษายน 2569 อยู่ที่ 2.89% ซึ่งอยู่ระดับที่คาดการณ์ไว้ โดย ธปท. ได้ปรับคาดการณ์เงินเฟ้อปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 3-3.1% จากเดิม 2.9% หลังมี พ.ร.ก. กู้เงินฯ ออกมา ส่วนปีหน้า เงินเฟ้อก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 เป็นต้นไป โดยเฉลี่ยทั้งปีน่าจะอยู่ที่ 1.4% เข้าสู่กรอบเป้าหมาย 1-3%
ด้านมาตรการกระตุ้นการบริโภค ในแผนงานระยะแรก ๆ ที่เน้นการกระตุ้นการบริโภคจะมีผลต่อเงินเฟ้อบ้าง โดยมาตรการเหล่านี้อาจส่งผลให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นในรายไตรมาส โดยเฉพาะในไตรมาส 3/2569 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการใช้จ่ายเงิน เช่น กรณีเงิน 4,000 บาท แต่อาจจะไม่ได้ทำให้เงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมากนัก ส่วนมาตรการด้านการลงทุน จะมีผลต่อเงินเฟ้อไม่มากนักเมื่อเทียบกับการบริโภค
คาดจัดตั้ง Virtual Bank ได้ 2 แห่งในปีนี้
สำหรับความคืบหน้าในการจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ทั้ง 3 ราย ที่ได้รับอนุญาตไปนั้น ตามเกณฑ์จะต้องจัดตั้งให้สำเร็จภายใน 1 ปี หรือภายในเดือน มิ.ย.2569 แต่สามารถขอขยายเวลาได้อีก 1 ปี เพื่อเตรียมความพร้อมด้านระบบไอที การบริหารความเสี่ยง และโครงสร้างองค์กร
ทั้งนี้ ธปท. เชื่อมั่นว่าภายในสิ้นปีนี้จะสามารถจัดตั้งได้ก่อนอย่างน้อย 2 แห่ง โดย Virtual Bank จะมีบทบาทสำคัญในการกระจายสินเชื่อไปสู่กลุ่มฐานรากและพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยที่เข้าไม่ถึงบริการของธนาคารพาณิชย์ในปัจจุบัน
สำหรับผู้ที่ได้รับความเห็นชอบให้จัดตั้ง Virtual Bank จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย
1.บริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัท ในกลุ่ม แอสเซนด์ มันนี่ ผู้ให้บริการอีวอลเล็ต ภายใต้ชื่อ “ทรูมันนี่” เป็นกลุ่มบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี)
2.ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB, บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC และ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR
3.บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน), WeTechnology Limited และ KakaoBank Corp.
ปรับลดค่าธรรมเนียมแบงก์เริ่มใช้ ก.ค.69
ธปท. เตรียมประกาศมาตรการลดภาระค่าธรรมเนียมเพื่อช่วยเหลือรายย่อยและ SME ภายในสิ้นเดือน พ.ค.นี้ โดยคาดว่าจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในบางรายการตั้งแต่เดือน ก.ค.2569 เป็นต้นไป
นอกจากนี้ ธปท. ยังมีมาตรการเสริมสภาพคล่อง เช่น
- การปรับปรุงโครงการ SMEs Credit Boost: เพื่อรองรับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในต่างประเทศ
- Secure Plus: สนับสนุนให้ธนาคารรับหลักประกันประเภทที่ดินเพื่อช่วยให้ลูกหนี้เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น
- การทบทวนดอกเบี้ยบัตรเครดิตและบัตรเงินสด: อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้กระทบต่อการเข้าถึงสินเชื่อในระบบ







