posttoday

KBANK ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ 0.10% หนุนเศรษฐกิจฟื้นตัว มีผล 2 มี.ค.69

27 กุมภาพันธ์ 2569

ธนาคารกสิกรไทย ลดดอกเบี้ยกู้ MLR-MOR-MRR 0.10% ช่วยลดภาระและเพิ่มสภาพคล่องให้ลูกค้า มีผล 2 มี.ค.69 ตามมติ กนง. เพื่อหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย

KEY

POINTS

  • ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 0.10% เพื่อตอบสนองมติของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
  • การปรับลดดอกเบี้ยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป
  • อัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลงครอบคลุมทั้ง MLR, MOR และ MRR เพื่อช่วยลดภาระทางการเงินให้กับลูกค้าทุกกลุ่ม

นายจงรัก รัตนเพียร ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK เปิดเผยว่า จากผลการประชุม คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ต่อปี จาก 1.25% เป็น 1.00% ต่อปี เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ยังขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ และมีการฟื้นตัวที่ไม่ทั่วถึงในหลายภาคส่วน โดยเฉพาะภาคการส่งออกและการผลิตที่ยังเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันในตลาดโลกที่รุนแรงขึ้น ควบคู่กับปัญหาเชิงโครงสร้างภายในประเทศที่กดดันกำลังซื้อ

ธนาคารพร้อมตอบรับมติ กนง. ดังกล่าว เพื่อร่วมสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และช่วยเหลือลูกค้าให้สามารถดำเนินธุรกิจและบริหารจัดการทางการเงินได้อย่างเหมาะสมในช่วงเวลาที่ท้าทาย

เพื่อให้การส่งผ่านนโยบายการเงินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยบรรเทาภาระทางการเงินของลูกค้า ธนาคารจึงประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 0.10% โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค.2569 เป็นต้นไป ดังนี้

  • อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) ปรับลดลงเป็น 6.52%
  • อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) ปรับลดลงเป็น 6.34%
  • อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) ปรับลดลงเป็น 6.58%

KBANK ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ 0.10% หนุนเศรษฐกิจฟื้นตัว มีผล 2 มี.ค.69

การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของธนาคารในการเคียงข้างลูกค้าทุกกลุ่ม ทั้งภาคธุรกิจขนาดใหญ่ ผู้ประกอบการ SME และลูกค้ารายย่อย เพื่อช่วยลดต้นทุนทางการเงิน เสริมสภาพคล่อง และเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการกระแสเงินสด โดยเฉพาะในช่วงที่รายได้ของบางภาคส่วนยังฟื้นตัวไม่เต็มที่และยังต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนรอบด้าน อีกทั้งยังเป็นกลไกสำคัญในการช่วยสนับสนุนให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทยอยฟื้นตัวอย่างมีเสถียรภาพ เสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจและประชาชน และวางรากฐานสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะต่อไป

ทั้งนี้ ธนาคารจะยังคงติดตามพัฒนาการทางเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด พร้อมทำหน้าที่สนับสนุนระบบเศรษฐกิจควบคู่กับการดูแลลูกค้าอย่างเต็มศักยภาพในทุกช่วงเวลา สำหรับลูกค้าที่กำลังเผชิญปัญหาหรือได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ ธนาคารพร้อมรับฟังและพิจารณาแนวทางช่วยเหลือที่เหมาะสม โดยสามารถติดต่อผ่านทุกช่องทางบริการของธนาคารได้ตลอดเวลา เพื่อให้ก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปด้วยกันอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ข่าวล่าสุด

TrueCyber Safe คว้ารางวัล Future Trends 2026 ชู AI กันภัยไซเบอร์