จับตา PCE สหรัฐฯสัปดาห์นี้ชี้ชะตาทอง! GCAP แนะรอช้อนแถว 62,000 บาท
เกาะติดเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ตัวแปรสำคัญราคาทองคำเตรียมพลิกเกม "GCAP GOLD" แนะรอย่อซื้อ แนวรับ 4,075 - 4,045 เหรียญสหรัฐต่อทรอยออนซ์ คิดเป็นราคาทองไทยราว 62,400 – 62,000 บาท
KEY
POINTS
- เกาะติดเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ตัวแปรสำคัญราคาทองคำเตรียมพลิกเกม
- "GCAP GOLD" แนะรอย่อซื้อ แนวรับ 4,075 - 4,045 เหรียญสหรัฐต่อทรอยออนซ์ คิดเป็นราคาทองไทยราว 62,400 – 62,000 บาท
นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ราคาทองคำสัปดาห์นี้ยังคงเคลื่อนไหวในโหมดรอทิศทาง หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบ Sideway
โดยยังไม่ปรากฏสัญญาณการเบรกกรอบอย่างชัดเจน จึงแนะนำกลยุทธ์ “รอย่อซื้อ” ที่บริเวณแนวรับสำคัญ 4,075 / 4,045 เหรียญสหรัฐต่อทรอยออนซ์ หรือราคาทองไทยประมาณ 62,400–62,000 บาท
โดยการปรับฐานในระยะสั้นยังควรยืนเหนือระดับ 4,022 เหรียญสหรัฐต่อทรอยออนซ์ ราคาทองไทยประมาณ 61,500 บาท เพื่อรักษาโครงสร้างแนวโน้มขาขึ้นไว้ ขณะเดียวกันก็มีแนวต้านสำคัญที่ต้องจับอยู่ที่โซน 4,150 - 4,170 เหรียญสหรัฐต่อทรอยออนซ์ ราคาทองไทยราว 63,500 – 63,900 บาท ถือเป็นระดับที่ตลาดจะต้องยืนเหนือให้ได้หากจะขึ้นต่ออย่างมั่นคง
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความผันผวนของตลาด และการเปลี่ยนแปลงมุมมองต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความคาดหวังการลดดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมได้กลับมาเพิ่มขึ้นแถว 80% อีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้ลดลงไปที่ 29% และด้วยปัจจัยดังกล่าวจึงช่วยพยุงความเชื่อมั่นฝั่งซื้อทองคำไว้ได้ในบางส่วน
ขณะที่ราคาทองคำยังคงยืนอยู่ใกล้โซน 4,100 เหรียญสหรัฐต่อทรอยออนซ์ แม้ว่าจะยังไม่หลุดแนวโน้มสำคัญ แต่โมเมนตัมฝั่งซื้อยังคงไม่แข็งแรงมากพอ เนื่องจากแรงกดดันของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ยังคงทรงตัวแข็งค่า ประกอบกับสัญญาณเชิงบวกเรื่องสันติภาพยูเครน–รัสเซีย ที่เริ่มลดความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยลง
ปัจจัยที่ต้องจับตาในสัปดาห์นี้ ได้แก่ รายงานเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นข้อมูลชี้นำต่อมุมมองนโยบายการเงินของเฟด หากตัวเลขออกมาต่ำกว่าคาด ส่งผลให้ตลาดอาจจะกลับมาคาดหวังโอกาสในการลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง ทำให้ทองคำมีโอกาสรีบาวด์ขึ้น แต่หากเงินเฟ้อออกมาสูงกว่าคาด ทองคำก็อาจเผชิญกับแรงขายรอบใหม่และทดสอบระดับแนวรับที่ต่ำกว่าเดิม
ขณะเดียวกันการใช้จ่าย ส่วนบุคคล และความเชื่อมั่นผู้บริโภค ถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่ต้องติดตาม เนื่องจากตลาดเริ่มเห็นสัญญาณชะลอตัวของกำลังซื้อ ซึ่งอาจสะท้อนความเสี่ยงของเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอย่างรุนแรงในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้
นอกจากนี้ ด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ถึงแม้ว่าข่าวสันติภาพดูเหมือนช่วยลดแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่หากการเจรจาไม่คืบหน้าหรือผลลัพธ์กลับมาตึงเครียด หรือมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดอื่นๆ เกิดขึ้น เช่น การตอบโต้ทางทหาร, การแทรกแซงค่าเงินเยน หรือการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าเทคโนโลยี ทำให้ทองคำอาจกลับมาน่าสนใจอีกครั้ง
สัปดาห์นี้ทองคำยังมีโอกาสแกว่งตัวแรงจากข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญและสภาพคล่องที่เบาบางจากวันหยุดในสหรัฐฯ และนักลงทุนควรติดตามข่าวใกล้ชิดและปรับกลยุทธ์ตามจังหวะตลาดอย่างระมัดระวัง.


