
เฟดยันยังไม่กระตุ้นรอบ3
เบอร์แนนคีเผยพร้อมกระตุ้นแต่ยังไม่ถึงเวลาจี้สภาเร่งผ่านงบฯ
เบอร์แนนคีเผยพร้อมกระตุ้นแต่ยังไม่ถึงเวลาจี้สภาเร่งผ่านงบฯ
เฟดเตือนยิ่งตัดลดงบประมาณจะยิ่งกระทบการฟื้นตัว ยันพร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจต่อ แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา
เบน เบอร์แนนคี ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ออกโรงเตือนในระหว่างการขึ้นให้การต่อคณะกรรมาธิการด้านการธนาคารของวุฒิสภาเมื่อ 15 ก.ค.นี้ว่า การจัดลดงบประมาณใดๆ ของรัฐบาลจะยิ่งส่งแรงกระเพื่อมต่อการฟื้นตัวของสหรัฐที่อยู่ในภาวะง่อนแง่นอยู่แล้ว อีกทั้งหากสหรัฐปล่อยให้หนี้ที่มีกำหนดชำระคืนในวันที่ 2 ส.ค.นี้ กลายเป็นหนี้เสียก็ยิ่งจะส่งผลกระทบสร้างความปั่นป่วนต่อระบบการเงินอย่างรุนแรง
“ผมขอวิงวอนให้สภาคองเกรส พิจารณาถึงช่วงจังหวะเวลาและองค์ประกอบของการเปลี่ยนแปลงในร่างงบประมาณ ซึ่งล้วนแต่จะมีผลต่อการฟื้นตัวในระยะสั้น ที่ยังคงมีความเปราะบาง และการตัดลดงบประมาณในระยะสั้นนั้นจะยิ่งเป็นการทำลายการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ” เบอร์แนนคี กล่าว
เบอร์แนนคี ยังกล่าวด้วยว่า ทางธนาคารกลางได้เตรียมพร้อมที่จะจัดการในทันทีถ้าหากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจสะดุดลง แต่อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในขณะนี้ยังไม่ถึง ณ จุดๆ นั้น ที่จะต้องเร่งนำมาตรการกระตุ้นรอบต่อไปมาใช้ เนื่องจากสภาวะเงินเฟ้อในขณะนี้สูงมากกว่าเมื่อช่วงปลายปี 2553 ซึ่งเป็นช่วงที่เฟดนำมาตรการ QE2 มาใช้
“สถานการณ์ในวันนี้มีความซับซ้อนมากกว่าเดิม ซึ่งเราไม่ได้เตรียมมาตรการเช่นนั้นเอาไว้” ผู้ว่าการเฟดกล่าว
คำเตือนของเบอร์แนนคีในครั้งนี้ มีขึ้นหลังจากที่สภาคองเกรสเจอกับทางตันไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในร่างงบประมาณล่าสุดได้ ซึ่งกำลังสร้างความวิตกกังวลอย่างหนักว่าสหรัฐอาจจะต้องเจอกับการหั่นอันดับเครดิตหากปล่อยให้หนี้เสียในเดือนหน้า
“นั่นจะส่งผลให้เกิดสภาพโกลาหล จะทำให้เกิดภาวะช็อกอย่างรุนแรงในตลาดการเงิน ซึ่งไม่เพียงแต่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐเท่านั้น แต่จะกระทบไปทั่วโลกด้วย” เบอร์แนนคี กล่าว
ทั้งนี้ บริษัทอันดับเครดิตชื่อดังอย่างมูดีส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ได้เตือนว่าสหรัฐอาจจะสูญเสียเครดิต AAA ในไม่ช้านี้ หากสภาคองเกรสยังไม่สามารถหาทางออกในปัญหาดังกล่าวได้
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อวันพฤหัสฯ ที่ผ่านมา ทางด้านจีน ซึ่งถือเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของสหรัฐได้ขอร้องให้รัฐบาลกรุงวอชิงตันใช้นโยบายที่มีความรับผิดชอบมากกว่านี้ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของนักลงทุนด้วย
ขณะเดียวกัน ทางด้าน พอล วอล์คเกอร์ อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ ได้แสดงความสงสัยว่าเฟดจะสามารถใช้นโยบายผ่อนปรนทางการเงินในอนาคตได้หรือไม่ ซึ่งหากเฟดยิ่งใช้มาตรการดังกล่าวเพิ่มขึ้น ก็จะยิ่งทำให้เกิดผลกระทบด้านลบตามมาอย่างรุนแรง
วอล์คเกอร์ กล่าวว่า ในขณะนี้ดอกเบี้ยก็ต่ำมากอยู่แล้ว และทำให้เกิดคำถามว่า เฟดจะเริ่มการกระตุ้นในสิ่งที่เพิ่งกระตุ้นไปและไม่ได้ผลเลยได้อย่างไร
ทั้งนี้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ QE2 ของเฟด มูลค่า 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐนั้น เพิ่งจะหมดอายุลงไปเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยที่ไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจกระเตื้องขึ้นแต่อย่างใด โดยที่อัตราการว่างงานยังคงสูงอยู่
วันเดียวกัน ทางด้านสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ ได้เตือนว่า ทางบริษัทอาจจะต้องลดอันดับเครดิตของสหรัฐลงจาก AAA ถ้าหากสหรัฐยังคงเจอภาวะทางตันทางการเมือง ซึ่งทำให้ไม่สามารถผ่านร่างงบประมาณได้







