
พลังงานพร้อมรับลูกลดเก็บเงินกองทุนน้ำมัน
"ณอคุณ"เตรียมพร้อมศึกษานโยบายรัฐบาลใหม่ลดเก็บเงินกองทุนน้ำมันฯในขณะที่ปัจจุบันติดลบ 600 ล้านบาท
"ณอคุณ"เตรียมพร้อมศึกษานโยบายรัฐบาลใหม่ลดเก็บเงินกองทุนน้ำมันฯในขณะที่ปัจจุบันติดลบ 600 ล้านบาท
นายณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงงาน (กบง.) ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางปฏิบัติรองรับนโยบายการปรับลดอัตราการจัดเก็บเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของรัฐบาลใหม่ที่ต้องการช่วยเหลือภาระราคาน้ำมันให้กับประชาชน ซึ่ง ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนระหว่างนี้ต้องรอการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อสภาผู้แทนราษฎรก่อน หากมีนโยบายออกมาเมื่อไหร่ก็พร้อมดำเนินการ
ทั้งนี้สถานะกองทุนน้ำมันฯล่าสุดติดลบอยู่ 600 ล้านบาทภายหลังที่ประชุมกบง.ได้พิจารณาปรับลดอัตราการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯของดีเซลลง 50 สต./ลิตร จากเดิมเก็บอยู่วันละ 1.80 บาท/ลิตร เหลือ 1.30 บาท/ลิตร เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น ทั้งนี้เพื่อให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลไม่เกิน 30 บาท/ลิตร โดยส่งผลให้กองทุนน้ำมันฯ มีเงินไหลเข้าจากเดิม 49 ล้านบาท/วัน เป็นเงินไหลเข้า 22 ล้านบาท/วัน
"ตอนนี้เรื่องยกเลิกกองทุนน้ำมันฯจะบริหารกันอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับการแถลงนโยบายอย่างเป็นทางการก่อน ที่ได้ยินตอนนี้เป็นแค่ข่าวลือ แต่กระทรวงพลังงานก็มีการเตรียมพร้อมในเรื่องข้อมูลต่างๆไว้แล้ว"นายณอคุณกล่าว
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบการประกาศปล่อยลอยตัวราคาก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี)ภาคอุตสาหกรรม โดยจะมีผลในทางปฏิบัติตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค. เป็นต้นไป จะทำให้ราคาแอลพีจีภาคอุตสาหกรรมปรับขึ้นทันที 3 บาท/ก.ก. จากราคา 18.13 บาท/ก.ก. เป็น 21.13 บาท/ก.ก. หลังจากนี้จะมีการทยอยปรับอีก 3 ครั้งๆ3 บาท/ก.ก. คือในวันที่ 1 ต.ค. 2554 วันที่ 1 ม.ค. และวันที่ 1 เม.ย. 2555
นายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวว่า สนพ.ศึกษาแนวทางการดู่แลกองทุนน้ำมันฯไว้หลายกรณี ซึ่งจะพิจารณาทั้งแนวทางการหารายได้ นโยบายส่งเสริมพลังงานทดแทน ตลอดจนภาระการอุดหนุนราคาแอลพีจี ราคาก๊าซธรรมชาติในรถยนต์(เอ็นจีวี) ทั้งหมดต้องพิจารณาประกอบกัน ไม่ว่านโยบายจะออกมาอย่างไรก็สามารถดำเนินการได้







