
เชฟโรเลตร้องรัฐหนุนซีเอ็นจี
แนะคุมมาตรฐาน-ขยายปั๊มหวังยอดแคปติว่า4,000คัน
แนะคุมมาตรฐาน-ขยายปั๊มหวังยอดแคปติว่า4,000คัน
เชฟโรเลต กระตุ้นรัฐบาลใหม่หนุนซีเอ็นจี ชี้คุมมาตรฐานขยายสถานีบริการผลักดันตลาด ปัดตอบเลื่อนแผนเปิดตัวปิกอัพเร็วกว่าปกติ ชี้เป็นช่วงเวลาของแคปติว่า
นายอันโตนิโอ ซารา รองประธานฝ่ายขาย การตลาด และบริการหลังการขาย บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) และบริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า รัฐบาลใหม่ควรเข้ามาดูแลสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนในประเทศไทยอย่างเต็มที่ ทั้งในส่วนของ อี85 และซีเอ็นจี ที่ควรพัฒนาควบคู่กันไป
ทั้งนี้ ซีเอ็นจีเป็นสิ่งที่สามารถผลิตได้เองในประเทศไทย รัฐบาลจึงควรหันมาสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดการใช้พลังงานในประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ ขณะที่การใช้เชื้อเพลิง อี85 ก็ยังต้องมีการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงบางส่วน
สำหรับสิ่งที่ต้องเร่งแก้ไขเพื่อผลักดันการใช้งานซีเอ็นจีในประเทศไทยก็คือ เรื่องการพัฒนาคุณภาพของซีเอ็นจีทั่วประเทศให้มีมาตรฐานเท่าเทียมกัน เนื่องจากที่ผ่านมาคุณภาพของซีเอ็นจีในแต่ละพื้นที่ของประเทศไทยไม่เท่าเทียมกัน ทำให้เกิดปัญหาในการใช้งาน
นอกจากนี้ การเร่งขยายสถานีบริการเพื่อให้รองรับกับปริมาณความต้องการใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในเรื่องนี้ต้องยอมรับว่าการขยายจำนวนสถานีบริการในประเทศไทยไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้งานมากพอสมควร
“เชฟโรเลตเองพร้อมที่จะเดินหน้าสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนในประเทศไทย ซึ่งเรามีรถยนต์ที่ใช้ซีเอ็นจีอยู่แล้ว และได้เปิดตัวรถที่ใช้เชื้อเพลิง อี85 ในตลาด ซึ่งหากรัฐบาลเข้ามาดูแลก็จะทำให้การใช้งานขยายไปมากขึ้น” นายซารา กล่าว
สำหรับกระแสข่าวที่ว่าบริษัทเตรียมเร่งแผนการทำตลาดรถยนต์เชฟโรเลต โคโรลาโด เร็วกว่าที่กำหนดไว้นั้น รองประธานฯ กล่าวว่า ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ แต่ยังเดินหน้าตามแผนงานที่วางไว้ ซึ่งเชฟโรเลตจะกำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับสินค้าแต่ละประเภท โดยช่วงนี้เป็นการเปิดตัวเอสยูวีอย่างเชฟโรเลต แคปติว่า
บริษัทตั้งเป้าหมายการจำหน่ายแคปติว่าตลอดปีที่ 4,000 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 12% จากตลาดรวมที่ 3.54 หมื่นคัน โดยหากนับแต่เอสยูวีระดับกลาง ในปีนี้ น่าจะมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มเป็น 35% จาก 30-31% ในปัจจุบัน ขณะที่ส่วนแบ่งการตลาดของเชฟโรเลตในประเทศไทยในปีนี้ คาดว่าจะทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ 10% จากตลาดรวม 9.2 แสนคัน







