posttoday
ชาวไร่ตั้งท่าชงลอยตัวราคาน้ำตาล

ชาวไร่ตั้งท่าชงลอยตัวราคาน้ำตาล

06 กรกฎาคม 2554

เตือนหมดเวลาฝืนกระแสโลกเกษตรฯรับนโยบายจำนำข้าว

เตือนหมดเวลาฝืนกระแสโลกเกษตรฯรับนโยบายจำนำข้าว

ชาวไร่รอชงรัฐบาลใหม่ลอยราคาน้ำตาลทราย เกษตรฯ ขานรับจำนำข้าว

นายชัยวัฒน์ คำแก่นคูณ ประธาน ชมรมสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน เปิดเผยว่า เตรียมเสนอแนวทางปรับโครงสร้างราคาน้ำตาลทรายทั้งระบบต่อรัฐบาลใหม่ เพราะถึงเวลาต้องยกเลิกควบคุมราคาน้ำตาลทรายเพื่อนำไปสู่การลอยตัว แต่หากเกรงกระทบผู้บริโภคก็มีเพดานกำหนดไว้

รัฐบาลที่ผ่านมาควบคุมจนทำให้น้ำตาลทรายในประเทศขาดแคลน ทั้งที่มีน้ำตาลทรายเหลือบริโภคและส่งออกจำนวนมาก เพราะไม่ยอมรับข้อเท็จจริงว่าราคาน้ำตาลทรายตลาดโลกขณะนั้นสูงกว่าไทย จึงทำให้น้ำตาลส่วนหนึ่งไหลออกไปประเทศเพื่อนบ้าน

“หมดยุคที่จะมาควบคุมราคากันแล้ว ประชาธิปัตย์แพ้เลือกตั้ง ก็เพราะทำน้ำตาลที่ล้นให้ขาดได้ วันนี้หวังว่าชาวไร่จะได้รับการดูแล เหมือนเกษตรกรผู้ปลูกพืชชนิดอื่นๆ ทำอย่างไรให้ชาวไร่อ้อยมีหลักประกันราคาพืชผลเช่นเดียวกับพืชอื่นๆ” นายชัยวัฒน์ กล่าว

ขณะเดียวกันรัฐบาลใหม่จะต้องไม่ลดเงินกองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายที่ปัจจุบันได้เก็บจากการปรับขึ้นราคาน้ำตาลทรายขายปลีกหน้าโรงงาน 5 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อนำมาชำระหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ลง แม้ว่าการชำระหนี้จะครบก็ตาม เนื่องจากเงินดังกล่าวควรจะเก็บไว้รักษาเสถียรภาพราคาน้ำตาลทรายในประเทศยามวิกฤต เช่นเดียวกับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ประกอบกับราคาน้ำตาลทรายต่างประเทศยังคงสูงอยู่การลดจะต้องดูข้อเท็จจริงด้วย

นอกจากนี้ รัฐบาลควรมีนโยบายชัดเจนถึงการส่งเสริมการใช้พืชพลังงาน โดยเฉพาะอ้อยไปผลิตเป็นเอทานอลและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องอื่นๆ โดยจะต้องมาดูโครงสร้างใหม่ ซึ่งจะรวมถึงระบบแบ่งปันผลประโยชน์ที่ควรจะตกถึงชาวไร่อ้อย โดยในฤดูกาลผลิตอ้อยปี 2554/ 2555 มีแนวโน้มปริมาณอ้อยจะสูงถึง 100 ล้านตัน จึงต้องบริหารจัดการให้ดี

นายนราธิป อนันตสุข หัวหน้าสำนักงานสมาคมชาวไร่อ้อยเขต 7 กล่าวว่า ขณะนี้กองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายได้จ้างสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ศึกษาโครงสร้างใหม่แล้ว โดยจะนำผลการศึกษาเป็นส่วนหนึ่งในการนำประกอบการเสนอรัฐบาล

ด้านนายอภิชาต จงสกุล เลขา ธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวว่า พร้อมสนองนโยบายจำนำข้าวของรัฐบาลใหม่ เริ่มได้ทันทีในฤดูนาปีนี้ แต่การตั้งราคาจำนำตามหลักการต้องต่ำกว่าราคาตลาด เพื่อไม่ไปบิดเบือนกลไกตลาด แต่ให้เกษตรกรสามารถไถ่ถอนข้าวเพื่อนำไปขายทำกำไรได้

ขณะนี้ราคาข้าวในตลาดโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หากราคาดีก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเปิดรับจำนำ ควรศึกษาช่องโหว่ของโครงการในสมัยที่เคยรับจำนำมาเป็นบทเรียนเพื่อปิดความผิดพลาดด้วย โดยต้นทุนการผลิตข้าวที่ สศก.เคยทำการศึกษาไว้เมื่อฤดูกาลผลิตปี 2553/ 2554 อยู่ที่ 9,400 บาทต่อตัน 

 

ข่าวล่าสุด

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก