posttoday
สถาบันสิ่งทอคาดส่งออกปีนี้เริ่มฟื้น

สถาบันสิ่งทอคาดส่งออกปีนี้เริ่มฟื้น

11 กุมภาพันธ์ 2553

สถาบันสิ่งทอฯคาดส่งออกปีนี้เริ่มฟื้นขยายตัวเป็นบวกแตะ 2.2 แสนล้านบาท หลังปีที่ผ่านมาติดลบ 10.4% จับตาสินค้าดาวรุ่งสินค้าตกแต่งบ้านประเภทผ้า

สถาบันสิ่งทอฯคาดส่งออกปีนี้เริ่มฟื้นขยายตัวเป็นบวกแตะ 2.2 แสนล้านบาท หลังปีที่ผ่านมาติดลบ 10.4% จับตาสินค้าดาวรุ่งสินค้าตกแต่งบ้านประเภทผ้า

นายวิรัตน์  ตันเดชานุรัตน์   ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ   เปิดผยถึง สถานการณ์อุตสาหกรรมสิ่งทอไทยในปี 2553  จะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาเนื่องจากเริ่มมีออเดอร์สินค้าตั้งแต่เดือนพ.ย. 2552   ซึ่งคาดว่าปีนี้แนวโน้มการส่งออกสิ่งทอจะเริ่มกลับมาเป็นบวกในช่วงกลางปี มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 6,500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 2.2 แสนล้านบาท  หลังจากปี 2552 ต้องประสบกับภาวะการส่งออกที่ติดลบถึง 10.4 %

นอกจากนี้สินค้าที่เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นคือกลุ่มสินค้าของใช้ในบ้าน เช่น  ผ้าปูที่นอน  ผ้านวม ผ้าม่าน ฯ  โดยเฉพาะตลาดสหรัฐ  ยุโรป  ญี่ปุ่น และตะวันออกกลาง   ซึ่งภาพรวมแม้การส่งออกสิ่งทอจะติดลบ แต่สินค้าในกลุ่มดังกล่าวกลับขยายตัวถึง 20-35%  เนื่องจากไลฟ์สไตล์ในการชีวิตของต่างชาติเริ่มเปลี่ยนไป นิยมการอยู่บ้าน  ให้ความสำคัญกับการตกแต่งบ้านมากขึ้น 

อย่างไรก็ตามผลจากกรอบข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน หรือ อาเซียนบวก3 ส่งผลให้ไทยจะมีความได้เปรียบในการอุตสาหกรรมสิ่งทอ  เพราะไทยเป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบประเภทเส้นด้าย ทำให้ผู้ผลิตสิ่งทออย่างญี่ปุ่นที่เข้ามาตั้งฐานการผลิตในแถบประเทศเพื่อนบ้าน  เวียดนาม ลาว ฯ  จะหันมานำเข้าวัตถุดิบในการผลิตสิ่งทอ เพื่ออาศัยกรอบข้อตกลงทางการค้าที่ได้ภาษีเป็นศูนย์ในการส่งออกไปยังตลาดอื่นๆได้

 “ปีนี้แนวโน้มสิ่งทอน่าจะดีขึ้นไม่เกินกลางปีการขยายตัวส่งออกน่าจะเป็นบวกได้  เพราะเริ่มมีออเดอร์เข้ามาต่อเนื่อง ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก  แต่สิ่งที่ผู้ประกอบการไทยจะต้องเร่งปรับตัวมากขึ้น คือ การพัฒนาศักยภาพการผลิตสินค้าในกลุ่มสิ่งทอให้มีคุณภาพ โดยเฉพาะการผลิตเส้นด้ายและผ้า ที่มีความแตกต่าง โดยสาเหตุที่ตลาดสิ่งทอฟื้นตัวได้เร็วเพราะมีผู้ผลิตจำกัด  และต้องอาศัยกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำไปถึงปลายน้ำ   ซึ่งไทยได้เปรียบในจุดนี้ ไม่เหมือนกับกลุ่มเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่มีผู้ผลิตจำนวนมากแต่ไม่มีความหลากหลาย”นายวิรัตน์ กล่าว

ด้านนางพรรณี  จารุสมบัติ  เลขานุการรมว.อุตสาหกรรม กล่าวภายหลังงานเปิดงานสัมมนา “อุตสาหกรรมก้าวใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม” ถึง โครงการ พัฒนาอุปกรณ์ต้นแบบตรวจวัดค่าซีโอดีระบบออนไลน์สำหรับอุตสาหกรรม ฟอกย้อม พิมพ์ ตกแต่งสำเร็จ และอุตสาหกรรมอาหาร” ว่า ขณะนี้ทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สามารถพัฒนาผลิตเครื่องตรวจวัดค่าซีโอดี ได้แล้วเพื่อรองรับกับประกาศของกระทรวงอุตสาหกรรมที่กำหนดให้โรงงานอุตสาหกรรมทุกแห่งจะต้องติดตั้งเครื่องมือหรืออุปกรณ์พิเศษในการตรรวจวัดค่าน้ำแบบอัตโนมัติ  ซึ่งเครื่องดังกล่าวที่ผลิตได้มีราคาเพียงเครื่องละ 5 แสนบาท ถูกกว่าอุปกรณ์ที่นำเข้ามีราคาอยู่ที่ 8 แสน – 1.2 ล้านบาท  สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กได้    โดยเบื้องต้นจะผลิตออกมาจำนวน 277 เครื่อง ให้กับโรงงานอุตสาหกรรมที่มีปริมาณน้ำทิ้งตั้งแต่ 500-3,000 ลูกบาศก์เมตร

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน