
แบงก์ขย่มหนักแย่งฝากดอกสูง
ผู้ฝากเงินยังมีเฮ ครึ่งปีหลังธนาคารพาณิชย์ยังแข่งกันใช้ดอกเบี้ยเงินฝากสูงดูดเงิน คาดบี/อีเริ่มชะลอ รอดู ธปท.คลอดเกณฑ์
ผู้ฝากเงินยังมีเฮ ครึ่งปีหลังธนาคารพาณิชย์ยังแข่งกันใช้ดอกเบี้ยเงินฝากสูงดูดเงิน คาดบี/อีเริ่มชะลอ รอดู ธปท.คลอดเกณฑ์
น.ส.ดุษณี เกลียวปฏินนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า การแข่งขันระดมเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ในช่วงครึ่งปีหลังจะยังคงรุนแรงต่อไป เนื่องจากปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยเงินฝากในตลาดอยู่ในระดับที่สูงกว่าความเป็นจริง ทำให้ความนิยมในการลงทุนผ่านผลิตภัณฑ์เงินฝากเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่สัดส่วนการลงทุนในผลิตภัณฑ์อื่น เช่น ตั๋วบี/อี และหุ้นกู้ เริ่มชะลอตัวลงในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม คาดว่าธนาคารแต่ละแห่งจะเริ่มปรับเปลี่ยนการแข่งขันแคมเปญเงินฝากระยะสั้นไปเป็นเงินฝากระยะกลางถึงระยะยาวกันมากขึ้น เพื่อล็อกต้นทุนทางการจัดการเงิน
“ดอกเบี้ยเงินฝากในช่วงนี้ถือว่าสูงผิดปกติ เพราะโดยปกติดอกเบี้ยเงินฝากกับตั๋วบี/อี จะมีช่องว่างอยู่ที่ 0.25-0.30% แต่ปัจจุบันเงินฝากบางตัวกลับให้ดอกเบี้ยใกล้เคียง หรือสูงกว่าตั๋วบี/อี ทำให้ธนาคารหลายแห่งเริ่มชะลอการออกแคมเปญ เพื่อรอดูความชัดเจนจากการออกเกณฑ์ควบคุมของ ธปท. จึงทำให้คนแห่มาลงทุนฝากเงินมากขึ้น เพราะให้ดอกเบี้ยใกล้เคียงกัน แต่ยืดหยุ่นมากกว่า” น.ส.ดุษณี กล่าว
นายเมธา ปิงสุทธิวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธนาคารทิสโก้ เชื่อว่าแคมเปญเงินฝากดอกเบี้ยสูงของธนาคารพาณิชย์ในช่วงครึ่งปีหลังจะยังมีต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะในช่วง 1–2 เดือนที่ผ่านมา ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ถูกดูดเงินฝากออกไป จากการที่ธนาคารภาครัฐปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นมาแข่งขัน ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ต้องปรับอัตราดอกเบี้ยสู้เพื่อรักษาฐานลูกค้า
ขณะที่ธนาคารพาณิชย์ขนาดกลางและขนาดเล็กต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยตามไปด้วย จนทำให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากในปัจจุบันอยู่ในระดับที่สูงผิดปกติ
“ช่วงนี้เป็นนาทีทองของผู้ฝากเงิน เพราะธนาคารหลายแห่งออกดอกเบี้ยเงินฝากสูงกว่าภาวะปกติถึง 11.5% อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาดูในเดือน ก.ค.นี้ ที่อัตราดอกเบี้ยพิเศษจะเริ่มหมดเวลารับฝาก จึงต้องดูว่าธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่จะมีการต่อแคมเปญหรือไม่ ส่วนตั๋วบี/อี คาดว่าจะได้รับความนิยมลดลงแน่นอน” นายเมธา กล่าว
นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีหลังจะมีการระดมเงินฝากกันมากกว่าการปล่อยสินเชื่อ โดยคาดว่าจะมีการออกแคมเปญกระตุ้นเงินฝากอย่างรุนแรง รองรับภาวะเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น โดยเชื่อว่าสินเชื่อทั้งปีโตได้ 68% และมีความเป็นไปได้ที่จะขยายตัวได้มากกว่า 8%
นางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ภาพรวมของการแข่งขันระดมเงินฝากในช่วงครึ่งปีหลังยังมีความรุนแรงอยู่ เนื่องจากสินเชื่อในครึ่งปีแรกมีการขยายตัวได้ค่อนข้างดี โดยสินเชื่อทั้งระบบธนาคารพาณิชย์มีการเติบโตขึ้นถึง 12–13% ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์ต้องระดมเงินฝากเพื่อรองรับการขยายตัวของสินเชื่อในครึ่งปีหลัง ทั้งนี้การระดมเงินฝากในช่วงครึ่งปีแรกของธนาคารเป็นไปตามเป้าหมาย







