
คุมเข้มเหล็กไร้มาตรฐานลอบก่อสร้าง
“วิฑูรย์” สั่ง สมอ.คุมเข้มมาตรฐานเหล็กก่อสร้างหวั่นผู้รับเหมาลักไก่ใช้สินค้าคุณภาพต่ำ
“วิฑูรย์” สั่ง สมอ.คุมเข้มมาตรฐานเหล็กก่อสร้างหวั่นผู้รับเหมาลักไก่ใช้สินค้าคุณภาพต่ำ
นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) คุมเข้มมาตรฐานผลิตภัณฑ์เหล็กที่ใช้ในการก่อสร้าง
ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นห่วงในช่วงที่ราคาเหล็กตลาดโลกปรับสูงขึ้นจะทำให้ผู้รับเหมาก่อสร้างนำเหล็กที่ด้อยคุณภาพและมีราคาถูกกว่ามาใช้ในโครงการก่อสร้าง
อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงหลังการเลือกตั้งรัฐบาลใหม่จะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจทำให้เกิดโครงการลงทุนระบบสาธารณูปโภค จะเป็นแรงจูงใจให้มีการผลิตและจำหน่ายเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐานเพื่อรองรับความต้องการ เนื่องจากจะได้กำไรมากกว่าการจำหน่ายเหล็กที่ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) กว่า 30%
นายวิฑูรย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาผู้รับเหมาสร้างบ้านในต่างจังหวัดซึ่งเป็นตลาดล่างไม่ได้ใส่ใจกับคุณภาพของเหล็ก ปล่อยให้ผู้รับเหมาดูแลกันเอง ทำให้มีการนำเหล็กไม่ได้มาตรฐานมาใช้ในการก่อสร้างและอาจเกิดอันตรายต่อโครงสร้างของบ้านที่ประชาชนอาศัย
รวมทั้งโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ที่อาจพบการใช้เหล็กที่ไร้คุณภาพทั้งในเรื่องขนาด และน้ำหนัก ทางกระทรวงอุตสาหกรรมจึงต้องเข้มงวดออกตรวจสอบจับอย่างต่อเนื่องเพื่อสกัดปัญหาตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตและป้องกันไม่ให้มีเหล็กด้อยคุณภาพออกกระจายเข้าสู่ตลาดไปถึงมือผู้บริโภค
ล่าสุดได้มอบหมายให้นายวิรัตน์ อาชาอภิสิทธิ์ รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นโกดัง ย่านบางน้ำจืด จังหวัดสมุทรสาคร พบเหล็กไม่ได้มาตรฐานประเภท เหล็กเส้นกลม เหล็กข้ออ้อย เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน และเหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปเย็น รวมจำนวน 900 ตัน มูลค่า 25 – 30 ล้านบาท ซึ่งในเบื้องต้นได้มีการอายัดเพื่อเตรียมทำลายไม่ให้สามารถใช้ในการก่อสร้างได้ รวมทั้งมีการเปรียบเทียบปรับในอัตราโทษสูงสุดเป็นจำนวน 5 หมื่นบาท
สำหรับการตรวจจับการใช้เหล็กตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2553–28 มิ.ย. 2554 พบผู้กระทำความผิดจำนวน 16 ราย แบ่งเป็นผู้ผลิต 2 ราย และผู้จำหน่าย 14 ราย รวมทั้งมีการยึดเหล็กก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐานจำนวน 9.79 แสนเส้น คิดเป็นน้ำหนัก 5,880 ตัน มูลค่าประมาณ 162 ล้านบาทโดยตั้งแต่ปี 2552 จนถึงปัจจุบัน สมอ.ได้ยึดอายัดผลิตภัณฑ์เหล็กก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน รวมจำนวน 1.61 ล้านเส้น คิดเป็นน้ำหนักประมาณ 1.2 หมื่นตัน มูลค่ารวมประมาณ 324 ล้านบาท







