
กระทรวงอุตฯเข้มตรวจเหล็กเถื่อน
กระทรวงอุตสาหกรรม ตรวจเข้มจับเหล็กปลอม หวั่นหลังเลือกตั้งโครงการก่อสร้าง ผู้ประกอบการอาจนำเหล็กด้อยคุณภาพมาใช้ เพราะได้กำไรมากกว่า 30%
กระทรวงอุตสาหกรรม ตรวจเข้มจับเหล็กปลอม หวั่นหลังเลือกตั้งโครงการก่อสร้าง ผู้ประกอบการอาจนำเหล็กด้อยคุณภาพมาใช้ เพราะได้กำไรมากกว่า 30%
นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งเดินหน้าคุมเข้มผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของผู้บริโภค เนื่องจากขณะนี้ราคาเหล็กทั่วโลกได้ปรับตัวสูงขึ้น และคาดว่าในช่วงหลังการเลือกตั้ง รัฐบาลใหม่จะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้เกิดการก่อสร้างตามมามากมาย ยิ่งเป็นแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการผลิตและจำหน่ายเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐาน เนื่องจากจะได้กำไรมากกว่าการจำหน่ายเหล็กที่ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) กว่า 30%
ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าผู้สร้างบ้านในต่างจังหวัดซึ่งเป็นตลาดล่าง ไม่ได้ใส่ใจกับคุณภาพของเหล็ก ปล่อยให้ผู้รับเหมาดูแลกันเอง ทำให้มีการนำเหล็กไม่ได้มาตรฐานมาใช้ในการก่อสร้าง และอาจเกิดอันตรายต่อโครงสร้างของบ้านที่ประชาชนอาศัย รวมทั้งในโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ที่อาจพบการใช้เหล็กที่ไร้คุณภาพทั้งในเรื่องขนาด และน้ำหนัก ทางกระทรวงอุตสาหกรรมจึงต้องเข้มงวดออกตรวจสอบจับอย่างต่อเนื่อง เพื่อสกัดปัญหาตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต และป้องกันไม่ให้มีเหล็กด้อยคุณภาพออกกระจายเข้าสู่ตลาดไปถึงมือผู้บริโภค
ล่าสุดได้มอบหมายให้นายวิรัตน์ อาชาอภิสิทธิ์ รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นโกดัง ย่านบางน้ำจืด จังหวัดสมุทรสาคร พบเหล็กไม่ได้มาตรฐานประเภท เหล็กเส้นกลม เหล็กข้ออ้อย เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน และเหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปเย็น รวมจำนวน 900 ตัน มูลค่า 25 – 30 ล้านบาท ซึ่งในเบื้องต้นได้มีการอายัดเพื่อเตรียมทำลายไม่ให้สามารถใช้ในการก่อสร้างได้ รวมทั้งมีการเปรียบเทียบปรับในอัตราโทษสูงสุดเป็นจำนวน 5 หมื่นบาท
สำหรับการตรวจจับการใช้เหล็กตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2553 – 28 มิ.ย. 2554 สมอ. ตรวจพบผู้กระทำความผิดจำนวน 16 ราย แบ่งเป็นผู้ผลิต 2 ราย และผู้จำหน่าย 14 ราย รวมทั้งมีการยึดอายัดทำลายผลิตภัณฑ์เหล็กก่อสร้าง ที่ไม่ได้มาตรฐานจำนวน 9.79 แสนเส้น คิดเป็นน้ำหนัก 5,880 ตัน มูลค่าประมาณ 162 ล้านบาท โดยตั้งแต่ปี 2552 จนถึงปัจจุบัน สมอ.ได้ยึดอายัดผลิตภัณฑ์เหล็กก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน รวมจำนวน 1.61 ล้านเส้น คิดเป็นน้ำหนักประมาณ 1.2 หมื่นตัน มูลค่ารวมประมาณ 324 ล้านบาท







