
ตลาดทุนพร้อมรับมือเหตุการณ์รุนแรง
ระบบชำระค่าหุ้นยึดหลักT+3 หุ้นพุ่งหนี้กรีซฉลุย-ปตท.ไม่ยุ่ง
ระบบชำระค่าหุ้นยึดหลักT+3 หุ้นพุ่งหนี้กรีซฉลุย-ปตท.ไม่ยุ่ง
ตลาดหลักทรัพย์นำทีมหน่วยงานตลาดทุนซักซ้อมรับมือ หากเกิดเหตุการณ์รุนแรงหลังเลือกตั้ง
ผู้บริหารระดับสูงในวงการหลักทรัพย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการในตลาดทุนมีความกังวล ว่าหากเกิดเหตุการณ์วุ่นวายทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง ตลาดหลักทรัพย์และธนาคารพาณิชย์รวมทั้งบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) จะมีแผนรับมืออย่างไร โดยเฉพาะมาตรการดูแลระบบการซื้อขายและระบบชำระราคา (เคลียริงและเซ็ตเทิลเมนต์) เพราะเคยมีบทเรียนจากเหตุการณ์เผาสถานที่สำคัญเมื่อปีที่ผ่านมา
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทีมผู้บริหารและพนักงานตลาดหลักทรัพย์ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวม 199 หน่วยงาน ร่วมซ้อมปฏิบัติการตามแผนดำเนินธุรกิจต่อเนื่อง Business Continuity Plan (BCP) ประจำปี หรือแผนการรองรับกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน เช่น ภัยพิบัติธรรมชาติ และอื่นๆ เป็นเหตุให้พนักงานไม่สามารถเข้าปฏิบัติงานในอาคารได้
ทั้งนี้ เพื่อให้มีความมั่นใจว่าระบบการซื้อขายและระบบงานสำคัญจะไม่ได้รับผลกระทบหากมีเหตุการณ์รุนแรง โดยพร้อมปฏิบัติงานและดำเนินธุรกิจได้ตามปกติได้เร็วที่สุด เพื่อมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพความเสี่ยงที่ทัดเทียมมาตรฐานสากล และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ลงทุนทั้งในและต่างประเทศ
“ต้องวางแผนว่า หากเกิดเหตุจนเข้าตึกไม่ได้จะไปทำงานที่ไหน ส่วนระบบการซื้อขายไม่มีปัญหา เพราะมีระบบสำรองรวมทั้งทำความเข้าใจถึงระบบการชำระเงินและส่งมอบหลักทรัพย์ว่าให้ยึดหลัก T+3 ในกรณีมีวันหยุดเพิ่มขึ้น ก็จะบวกวันเพิ่ม” นายจรัมพร กล่าว
ด้านการลงทุนในตลาดหุ้น นายพิชัย เลิศสุพงศ์กิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต กล่าวว่า นักลงทุนยังคงติดตามปัจจัยที่จะกระทบตลาดทั้งปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ
“ยืนยันว่าตอนนี้เป็นโอกาสในการสะสมหุ้นเพื่อลงทุนระยะยาวเพราะราคาและดัชนีตลาดหุ้นที่ปรับตัวลดลงมาสะท้อนปัจจัยเสี่ยงทั้ง 4 ด้าน คือ เศรษฐกิจโลกตกต่ำ ปัญหากรีซ การเมืองในประเทศ และเศรษฐกิจสหรัฐที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (QE2) จะหมดอายุสิ้นเดือนนี้”
สำหรับกรณีท่อก๊าซรั่วของบริษัท ปตท. (PTT) จะกระทบกำไรน้อยมาก และหากใช้เวลาแก้ไขปัญหา 1 เดือน จะเกิดความเสียหายประมาณ 1,000 ล้านบาท หรือตกวันละ 3035 ล้านบาท และยังมีประกันที่คุ้มครองด้วย
ด้านราคาหุ้น ปตท. ปิดเท่ากับวันก่อน 324 บาท และมีแรงซื้อหุ้นในกลุ่มธนาคารหนุนดัชนีหุ้นบวก 3.18 จุด ปิดที่ 1,013 จุด แต่ต่างชาติยังคงขายหุ้นอีก 1,332 ล้านบาท







