
‘ตั๋วบี/อี’เลิกฮอต
ยอดขายลดฮวบต่ำกว่า10%ประชาชนแหยงไม่คุ้มครอง
ยอดขายลดฮวบต่ำกว่า10%ประชาชนแหยงไม่คุ้มครอง
ยอดการออกตั๋วบี/อี ลดฮวบเหลือต่ำกว่า 10% แล้ว เหตุประชาชนลดลงทุน เพราะไม่รับการคุ้มครอง
นายเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ขณะนี้การลงทุนประเภทอื่นๆ ที่มิใช่การฝากเงินเพื่อรับผลตอบแทนจากอัตราดอกเบี้ยตามปกติ เช่น การออกตั๋วแลกเงิน (ตั๋วบี/อี) มีสัดส่วนที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัดมากขึ้น โดยปัจจุบันปริมาณการลงทุนในรูปแบบนี้ลดลงมาอยู่ในสัดส่วนที่ต่ำกว่า 10% แล้ว
ผู้บริหาร ธปท. ชี้แจงว่า สาเหตุที่การฝากเงินในรูปแบบนี้ลดลง เพราะประชาชนผู้ออมมีความกังวลว่าจะไม่ได้การคุ้มครองเงินต้นจากสถาบันประกันเงินฝาก หลังกฎหมายประกันเงินฝากมีผลบังคับใช้ และกำหนดกฎเกณฑ์การคุ้มครองเฉพาะบัญชีเงินฝากปกติ แต่จะไม่คุ้มครองเงินฝากในรูปแบบอื่นๆ เช่น ตั๋วบี/อี หรือการลงทุนในรูปของเงินฝากที่เกี่ยวข้องกับอนุพันธ์แฝง บัญชีเงินฝากที่เป็นเงินตราต่างประเทศ และจะทยอยลดการคุ้มครองลงเหลือเพียง 1 ล้านบาทต่อบัญชีต่อธนาคาร ในปี 2555
“ในเดือน พ.ค. เราเห็นข้อมูลชัดว่าการลงทุนฝากในรูปแบบอื่นๆ ลดต่ำลงค่อนข้างชัด โดยเหลืออยู่ต่ำกว่า 10% ของยอดเงินฝากรวม จากปกติเงินฝากรูปแบบเหล่านี้มีสัดส่วนสูงกว่า 10% ส่วนอีก 90% จะเป็นบัญชีเงินฝากปกติ ผมว่าคงเพราะคนกังวลว่าจะไม่ได้รับการคุ้มครอง แต่เท่าที่ดูรายย่อยไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้มากนัก เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ไม่นิยมออกตั๋วบี/อี มาระดมเงินจากรายย่อยมากนัก” นายเกริก กล่าว
รองผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า สาเหตุที่ก่อนหน้านี้ธนาคารพาณิชย์หันมาระดมเงินจากประชาชนโดยการออกตั๋วบี/อี กันมาก เพราะสามารถจ่ายผลตอบแทนให้กับผู้มาลงทุนได้มากขึ้น เพราะไม่ต้องมีภาระต้นทุนการนำส่งเงินให้กับสถาบันประกันเงินฝาก 0.4% จึงนำต้นทุนดังกล่าวมาจ่ายคืนเป็นผลตอบแทนให้กับลูกค้า ซึ่งถ้าคิดเป็นสัดส่วนต่ออัตราดอกเบี้ยปกติที่ 2% แล้ว เท่ากับว่าประชาชนที่ลงทุนในตั๋วบี/อี จะได้รับผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นถึง 20% และได้รับมากกว่าเงินฝาก 0.5-2%
นายเกริก กล่าวว่า แม้สถาบันคุ้มครองเงินฝากจะไม่รับคุ้มครองเงินฝากพวกนี้ ก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรที่น่าห่วง เพราะมีสัดส่วนที่น้อยไม่ถึง 10% ของเงินฝากทั้งระบบ และผู้ลงทุนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่มีศักยภาพในการดูแลความเสี่ยง มีความรู้ในการทำธุรกรรมเกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศอยู่แล้ว
ขณะที่การทำธุรกรรมในรูปเงินฝากที่เกี่ยวข้องกับอนุพันธ์แฝง ที่ผ่านมามีเพียงธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เท่านั้น ที่มีการออกผลิตภัณฑ์แบบนี้ในวงเงินประมาณ 3,000 ล้านบาท และหลังธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย นำผลิตภัณฑ์นี้ออกมาขายกับประชาชน ธปท.จึงต้องออกประกาศเพื่อสร้างกฎเกณฑ์มาดูแลเงินฝากของประชาชนให้ชัดเจน เพื่อสร้างความเข้าใจว่า หากประชาชนฝากเงินกับผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ เงินต้นที่ฝากไว้อาจจะได้คืนไม่ครบ 100% และจะไม่ได้รับการคุ้มครองจากสถาบันประกันเงินฝาก
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบของโพสต์ทูเดย์ พบว่าในช่วง 5 เดือนแรกของปี พบว่ายอดการออกตั๋วบี/อี ได้ปรับเพิ่มขึ้นถึง 1.35 แสนล้านบาท สถาบันการเงินเป็นผู้ออก 50% ธุรกิจลีสซิงเช่าซื้อเป็นผู้ออก 36% และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นผู้ออก 9% ถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีการออกตั๋วบี/อี รวมแค่ 3.5-5 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 160-300%
นอกจากนี้ ภาคเอกชนได้ระดมทุนด้วยการออกหุ้นกู้แล้ว 90,500 ล้านบาท และคาดว่าครึ่งปีแรกจะมีการออกหุ้นกู้ 1 แสนล้านบาท โดยคาดว่าทั้งปีจะมีการออกหุ้นกู้รวม 2.8-3 แสนล้านบาท







