posttoday
ไทยพาณิชย์ส่ง4กองหุ้นหลากสไตล์

ไทยพาณิชย์ส่ง4กองหุ้นหลากสไตล์

21 มิถุนายน 2554

บลจ.ไทยพาณิชย์คลอด 4 กองทุนหุ้น หลากสไตล์การลงทุนบริหารในเชิงรุกและเชิงรับให้นักลงทุนเลือก ขายวันนี้-24มิ.ย.นี้

บลจ.ไทยพาณิชย์คลอด 4 กองทุนหุ้น หลากสไตล์การลงทุนบริหารในเชิงรุกและเชิงรับให้นักลงทุนเลือก ขายวันนี้-24มิ.ย.นี้

นางโชติกา  สวนานนท์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์  เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ปรับกลยุทธ์การออกกองทุนหุ้นให้มีสไตล์การลงทุนที่มีความชัดเจนมากขึ้น แบ่งเป็นกองทุนที่เน้นบริหารเชิงรับ (Passive Fund) และกองทุนบริหารเชิงรุก (Active Fund) เพื่อให้ผู้ลงทุนเลือกลงทุนได้เหมาะกับความต้องการมากขึ้น โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอขายพร้อมกัน 4 กองทุน จนถึงวันที่ 24 มิ.ย.2554

กองทุนที่เน้นบริหารเชิงรับจำนวน 2 กองทุน ซึ่งเป็นกองทุนประเภทกองทุนรวมดัชนีและหมวดอุตสาหกรรม คือ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ SET Banking Sector (SCBBanking) มีนโยบายการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนีหมวดธุรกิจธนาคารของตลาดหุ้นไทยมากที่สุดและกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ SET Energy Sector (SCBEnergy) มีนโยบายการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนีหมวดพลังงานและสาธารณูปโภคของตลาดหุ้นไทยมากที่สุด โดยทั้งสองกองทุนจองซื้อขั้นต่ำ 5,000 บาท

น.ส.โศภนา เจนบวร รองกรรมการผู้อำนวยการ กลุ่มจัดการลงทุนตราสารทุน บลจ.ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ในส่วนกองทุนบริหารเชิงรุก 2 กองทุน คือ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ซีเล็คท์ อิควิตี้ ฟันด์ (SCBSE) ลงทุนขั้นต่ำ 5,000 บาท เน้นลงทุนหุ้นปัจจัยพื้นฐานดี มั่นคง ไม่เกิน 30 ตัว ที่อยู่ใน SET 100 โดยจุดเด่นของกองทุนนี้คือการให้ความสำคัญกับกระบวนการคัดเลือกหุ้นและให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นรายอุตสาหกรรมและรายตัวอย่างเฉพาะเจาะจง โดยผู้จัดการกองทุนที่ชำนาญการเฉพาะด้านในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม รวมถึงการมีวินัยในการขายทำกำไรเมื่อราคาหุ้นถึงเป้าหมายที่กำหนด พร้อมทั้งการติดตามสถานการณ์การลงทุนทุกวัน

สำหรับกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ทริกเกอร์ 7% ฟันด์ 2 (SCBTG7-2) มูลค่า 1,000 ล้านบาท ลงทุนขั้นต่ำ 10,000 บาท ระยะเวลาลงทุน 7 เดือน หรืออาจปิดก่อนกำหนดหากได้ผลตอบแทน 7% ตามเป้าหมาย การบริหารกองทุนจะเน้นเชิงรุกโดยจัดสรรน้ำหนักการลงทุนและคัดสรรหุ้น เพื่อลงทุนในหุ้นพื้นฐานดีเติบโตสูง ราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงและได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของเศรษฐกิจและการบริโภค การลงทุนในประเทศ เพื่อปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ได้ทันที

"ตลาดหุ้นไทยได้รับปัจจัยสนับสนุนหลายด้าน เศรษฐกิจไทยยังโตต่อเนื่อง ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนคาดว่าจะโตประมาณ 20% ในปีนี้และคาดว่าไตรมาส 2 จะอยู่ในเกณฑ์ดีทำให้การลงทุนในตลาดหุ้นไทย จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ อีกทั้งในช่วงนี้ดัชนีอ่อนตัวลง ราคาหุ้นหลายตัวมีราคาถูกหรือต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงไปมาก ณ ระดับดัชนีราคาหุ้นลงมาใกล้ 1000 จุดนี้ จึงเป็นจังหวะที่เหมาะเลือกซื้อทยอยสะสมหุ้นเพื่อการลงทุนระยะยาว ส่วนช่วงที่เหลือของปีนี้ดัชนียังเป็นขาขึ้นแบบผันผวน โดยคาดว่าจะไปถึง 1,200 จุด"น.ส.โศภนา กล่าว

ข่าวล่าสุด

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก