
ข่าวดีสำหรับมนุษย์เงินเดือน (จบ)
ต่อจากสัปดาห์ที่แล้วครับ มีคำถามว่า ทำงานจนเกษียณอายุ 60 ปี แต่เพิ่งสมัครเป็นสมาชิกกองทุนตอนอายุ 56 ปี
ต่อจากสัปดาห์ที่แล้วครับ มีคำถามว่า ทำงานจนเกษียณอายุ 60 ปี แต่เพิ่งสมัครเป็นสมาชิกกองทุนตอนอายุ 56 ปี
ทำให้เป็นอายุสมาชิกกองทุนแค่ 4 ปี จะได้รับยกเว้นภาษีหรือไม่ คำตอบคือ ไม่ได้ เพราะถึงแม้จะเข้าเกณฑ์เกษียณอายุและมีอายุตัวครบ 55 ปีแล้ว แต่ไม่เข้าเกณฑ์เรื่องสมาชิกภาพ 5 ปี
มีคำถามว่าหากสมาชิกเกษียณอายุการทำงานที่อายุ 50 ปี เข้าเงื่อนไขตามข้อ 1) ข้างต้นในเรื่องเกษียณอายุแล้ว จะได้รับยกเว้นภาษีหรือไม่ คำตอบคือ ไม่ได้ เพราะไม่เข้าเงื่อนไขในเรื่องอายุตัว ดังนั้น ในกรณีนี้หากสมาชิกต้องการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีก็ต้องคงเงินไว้ในกองทุนต่ออีก 5 ปี เพื่อให้มีอายุครบ 55 ปี
หากท่านต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถอ่านได้ทางเว็บไซต์ thaipvd.com และหากสนใจการวางแผนการเงิน สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ฝ่ายธุรกิจเงินฝากและการตลาด ธนาคารเกียรตินาคิน โทร. 026803333
อย่างที่เรียนให้ทราบตั้งแต่ฉบับที่แล้วค่ะว่า กฎกระทรวงฉบับนี้ส่งเสริมให้สมาชิกออมเงินไว้ในกองทุนระยะยาว โดยมีวิธีที่เข้ามาช่วยคือการคงเงินไว้ในกองทุน แต่เนื่องจากกฎหมายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเปิดให้ข้อบังคับกองทุนกำหนดระยะเวลาคงเงินได้ ดังนั้น กองทุนใดที่เปิดให้สมาชิกคงเงินไว้ในกองทุนได้ในช่วงระยะเวลาสั้น สมาชิกก็ควรร้องขอกรรมการกองทุนเพื่อให้แก้ไขข้อบังคับให้เปิดให้สมาชิกคงเงินได้ในระยะยาวหรือจนกว่าจะครบกำหนดเกษียณอายุ เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อสมาชิกกองทุนสอดคล้องกับเจตนาของกฎกระทรวงยกเว้นภาษีฉบับนี้ค่ะ
1.สมาชิกจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินที่ได้รับจากกองทุน เมื่อสมาชิกลาออกจากงานแต่ยังคงเงินทั้งจำนวนไว้กับกองทุนจนครบกำหนดเวลาเกษียณอายุตามข้อบังคับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หลักเกณฑ์ในข้อนี้เป็นการกำหนดเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนให้มีการออมเงินในระบบอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ซึ่งจะเป็นผลดีต่อประเทศและเป็นประโยชน์แก่สมาชิกที่ลาออกจากงานแล้ว แต่ไม่อยากนำเงินออกจากกองทุนหรือย้ายงานแต่ไม่มีกองทุนรองรับ จะได้มีเงินออมไว้ใช้ยามเกษียณ
กรณี ตาย หรือ ทุพพลภาพ พวกเราคงเข้าใจชัดเจนดี แต่อาจสับสนกับคำว่า เกษียณอายุตาม “ข้อบังคับกองทุน” เพราะหลักเกณฑ์ทั้ง 2 ข้อข้างต้น ใช้คำว่า “เกษียณอายุตามข้อบังคับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” และ “ครบกำหนดเวลาเกษียณอายุตามข้อบังคับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” ในประกาศอธิบดีฯ ฉบับก่อนใช้คำว่า “เกษียณอายุ” ซึ่งก็เป็นที่เข้าใจและถือปฏิบัติว่าหมายถึงการเกษียณอายุตามข้อบังคับการทำงานของนายจ้าง โดยในข้อบังคับกองทุนก็มีการกำหนดการสิ้นสมาชิกภาพด้วยเหตุเกษียณอายุหรือเกษียณอายุตามข้อบังคับการทำงาน สำหรับประกาศอธิบดีฯ ฉบับนี้เขียนล้อตามข้อกำหนดในกฎกระทรวง แต่ความหมายก็ยังคงเจตนาไว้เช่นเดิม คือ เกษียณอายุจากการทำงานหรือไม่ได้ทำงานอีกต่อไปแล้ว นั่นก็คือ เกษียณอายุตามข้อบังคับการทำงานหรือข้อบังคับนายจ้างหรือตามที่นายจ้างกำหนดก็แล้วแต่จะเรียกว่าอะไร แต่เพื่อความชัดเจน ป้องกันการโต้แย้งกับสมาชิก ก็ควรเขียนในข้อบังคับกองทุนโดยใช้คำว่า “เกษียณอายุตามข้อบังคับการทำงานหรือข้อบังคับนายจ้าง” จะสะดวกต่อกรรมการกองทุนไม่ต้องตามแก้ไขข้อบังคับกองทุนหากข้อบังคับการทำงานมีการเปลี่ยนแปลงการเกษียณอายุในภายหลังครับ
ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 188) ข้อ 4 (3) ระบุกรณีได้รับเงินหรือผลประโยชน์หลังจากลูกจ้างผู้นั้นครบกำหนดเวลาเกษียณอายุตามข้อบังคับของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ต้องเป็นการรับเงินหรือผลประโยชน์หลังจากลูกจ้างผู้นั้นครบกำหนดเวลาเกษียณอายุตามข้อบังคับของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่มีอยู่ในเวลาที่ลูกจ้างผู้นั้นออกจากงาน หมายถึง หากตอนนี้ลูกจ้างผู้นั้นลาออกจากงาน และได้ทำเรื่องขอคงเงินไว้ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งตามข้อบังคับของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ณ เวลานั้น กำหนดการเกษียณอายุที่อายุ 60 ปี แม้ว่าภายหลังจะมีการเปลี่ยนแปลงการเกษียณอายุเป็นที่อายุ 55 ปี ลูกจ้างผู้นั้นก็ต้องคงเงินไว้ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจนกว่าครบกำหนดเวลาเกษียณอายุตามข้อบังคับของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่มีอยู่ในเวลาที่ลูกจ้างผู้นั้นออกจากงาน คือ 60 ปี เงินที่ได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จึงได้รับยกเว้นภาษี (ไม่ใช่ 55 ปี ตามข้อบังคับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่เปลี่ยนแปลงในภายหลัง)
นอกจากนี้ การเกษียณอายุตามข้อบังคับของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ลูกจ้างจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นั้น ลูกจ้างต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปีบริบูรณ์ และต้องเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีต่อเนื่องกัน แต่กรณีที่เคยเป็นสมาชิก กบข. ต้องเป็นสมาชิกกองทุน กบข.และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพรวมกันแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
หากมีข้อสงสัยหรือสนใจการวางแผนการเงิน สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่สายธุรกิจเงินฝากและการตลาด ธนาคารเกียรตินาคิน โทร. 026803333 หรือ [email protected]







