posttoday
ฮอทพอทสุดอั้นขึ้น10บ.

ฮอทพอทสุดอั้นขึ้น10บ.

17 มิถุนายน 2554

เข้าตลาดเอ็มเอไอเดือนต.ค.นี้เร่งขยายสาขาดันโต30%ทุกปี

เข้าตลาดเอ็มเอไอเดือนต.ค.นี้เร่งขยายสาขาดันโต30%ทุกปี

ฮอทพอท สุดอั้นต้นทุนพุ่ง ปรับราคาบุฟเฟต์เพิ่ม 10 บาท มั่นใจเข้าตลาดหลักทรัพย์ ต.ค.นี้ มุ่งขยายสาขาทั้งในต่างประเทศ

น.ส.สกุณา บ่ายเจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮอทพอท เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับราคาในร้านฮอทพอท บุฟเฟต์ แวลลู ขึ้นจาก 199 บาทต่อคน เป็น 219 บาท เมื่อต้นปีที่ผ่านมา เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ซึ่งบริษัทได้พยายามบริหารจัดการเพื่อลดค่าใช้จ่าย เช่น การหาแหล่งวัตถุดิบที่หลากหลายและราคาถูกลง

“เมื่อเราขยายสาขามากขึ้น ก็จะช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองในการซื้อวัตถุดิบให้ถูกลง และการขึ้นราคาอีกครั้งจะเป็นทางเลือกสุดท้าย” น.ส.สกุณา กล่าว

สำหรับแผนงานในปีนี้ ตั้งเป้าเติบโต 30% เพิ่มรายได้จาก 1,100 ล้านบาทในปีที่ผ่านมาเป็น 1,500-1,600 ล้านบาทในปีนี้ จากการขยายสาขาใหม่เพิ่มอีก 20 สาขา ใช้งบลงทุน 200 ล้านบาท และใช้งบการตลาดประมาณ 70-100 ล้านบาทในปีนี้

ปัจจุบันฮอทพอทมีสาขาทั้งสิ้น 84 สาขา และจะเพิ่มเป็น 105 สาขาในสิ้นปีนี้ ซึ่งแนวทางการขยายธุรกิจของบริษัทจะเน้นขยาย 2 รูปแบบคือ ฮอทพอท อินเตอร์ บุฟเฟต์ และฮอทพอท บุฟเฟต์ แวลู โดยในไตรมาสแรกที่ผ่านมามีรายได้แล้ว 330 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

ทั้งนี้ บริษัทวางเป้าหมายขยายสาขาใหม่เพิ่มปีละ 30 สาขาต่อเนื่อง รวมทั้งมีแผนขยายสาขาในต่างประเทศ ทั้งรูปแบบการร่วมลงทุนและการขายแฟรนไชส์ โดยขณะนี้เริ่มพิจารณาทำเลที่ประเทศเวียดนาม และอินโดนีเซีย เป็นต้น

ขณะเดียวกัน ยังได้ออกบัตรสมาชิกแบบใหม่ที่สามารถใช้เป็นส่วนลดได้สำหรับร้านอาหารทุกแบรนด์ในเครือ ปัจจุบันมีฐานสมาชิกแล้ว 3 หมื่นราย คาดว่าจะเพิ่มเป็น 1 แสนรายในสิ้นปีนี้ จากนั้นในปีหน้าบริษัทจะเริ่มทำการตลาดสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าผ่านกลยุทธ์ซีอาร์เอ็มอย่างจริงจัง เพื่อกระตุ้นการบริโภค

นอกจากนี้ บริษัทจะยื่นข้อมูล (ไฟลิง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต..) ภายในเดือน ก.ค. 2554 เพื่อเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก จำนวน 102 ล้านหุ้น และคาดว่าจะนำหุ้นเข้าซื้อขายตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ราวเดือน ต.ค.นี้

สำหรับหุ้นที่จะเสนอขายครั้งนี้ แบ่งเป็นหุ้นใหม่ 62 ล้านหุ้น อีก 40 ล้านหุ้น เป็นการเพิ่มทุนจากผู้ถือหุ้นเดิม คือ กองทุนจากประเทศอังกฤษ โดยกองทุน AUREOS ถือหุ้นอยู่ 30% และกลุ่มบริษัทถืออยู่ 65% หลังการกระจายหุ้นกลุ่มบริษัทจะถือหุ้นลดลงเหลือ 55% คาดระดมทุนได้ราว 130 ล้านบาท ซึ่งจะนำไปสร้างครัวกลางเพิ่มที่โรงงาน อ.ลำลูกกา และขยายสาขา

 

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่