posttoday
ถึงเวลากนง.ขึงดอกเบี้ยดูแลเอกชน

ถึงเวลากนง.ขึงดอกเบี้ยดูแลเอกชน

16 มิถุนายน 2554

“โฆสิต” แนะ กนง. ถึงเวลาชะลอขึ้นดอกเบี้ยนโยบายช่วยธุรกิจปรับตัวได้แล้ว คาดเศรษฐกิจครึ่งปีหลังยังวิ่งฉิว หวังรัฐร่วมมือเอกชนมากขึ้น

“โฆสิต” แนะ กนง. ถึงเวลาชะลอขึ้นดอกเบี้ยนโยบายช่วยธุรกิจปรับตัวได้แล้ว คาดเศรษฐกิจครึ่งปีหลังยังวิ่งฉิว หวังรัฐร่วมมือเอกชนมากขึ้น

นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหารธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ปัจจุบันภาวะอัตราดอกเบี้ยของไทยได้เริ่มเข้าสู่ระดับปกติแล้ว หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 3% ในช่วงครึ่งปีแรก ดังนั้นจึงเห็นว่า กนง.ควรชะลอความเร่งรัดในการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในช่วงครึ่งปีหลังได้แล้ว เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการภาคธุรกิจได้ปรับตัวต่อภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้น

นายโฆสิต คาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยในปีนี้น่าจะยืนอยู่ที่ระดับ 3-3.5%

“ที่ผ่านมาดอกเบี้ยเราอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำกว่าปกติ แต่เมื่อดอกเบี้ยเข้าสู่ภาวะที่เหมาะสมแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นที่ กนง.จะต้องขึ้นดอกเบี้ยติดๆ กันเช่นที่ผ่านมา ไม่ต้องเร่งขึ้นแบบด่วนจี๋ก็ได้ แม้ว่าตอนนี้เราจะยังไม่พบปัญหาจากต้นทุนดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นในภาคธุรกิจ แต่ควรเว้นจังหวะให้ภาคเอกชนได้หายใจบ้าง การขึ้นดอกเบี้ยต้องคำนึงถึงภาคธุรกิจด้วย” นายโฆสิต กล่าว

นายโฆสิต กล่าวถึงแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังว่า จะยังคงมีแรงส่งที่ดี ไม่ว่าพรรคการเมืองไหนจะได้จัดตั้งรัฐบาล แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้น โดยคาดว่าเศรษฐกิจในปีนี้จะเติบโตได้ที่ 4%

นายโฆสิต กล่าวอีกว่า อัตราการเติบโตของสินเชื่อจะเริ่มชะลอตัวลงจากช่วงครึ่งปีแรก ตามภาวะเศรษฐกิจโลกและแนวโน้มการเข้าซื้อและควบรวมกิจการ และการขยายธุรกิจออกไปยังต่างประเทศของธุรกิจขนาดใหญ่ที่ชะลอตัวลง

อย่างไรก็ตาม ยังเชื่อว่าสินเชื่อของธนาคารยังมีโอกาสเติบโตได้เกินเป้าที่ 6-8% เนื่องจากในช่วง 5 เดือนแรก สินเชื่อโดยรวมเติบโตไปแล้วถึง 5% และในช่วง 3-4 เดือนจากนี้ ธนาคารยังมีการเจรจากับลูกค้ารายใหญ่อีกหลายราย

นายปรเมธี วิมลศิริ รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้จะเติบโตที่ 3.5-4% โดยในช่วงครึ่งปีหลังยังต้องเผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่เร่งตัว โดยปีนี้ สศช.ประเมินตัวเลขเงินเฟ้อไว้ที่ระดับ 3.8% ซึ่งในช่วง 4 เดือนแรกของปี เงินเฟ้อได้เร่งตัวขึ้นมาอยู่ที่ 3.45% และเพิ่มขึ้นเป็น 4.2% ในเดือน พ.ค. จากปัจจัยด้านราคาน้ำมันและราคาอาหารที่เพิ่มขึ้น จึงคาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายยังเป็นขาขึ้นต่อไป

นายปรเมธี กล่าวว่า เศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังหากไม่เกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมือง เชื่อว่าการส่งออกจะยังเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องจากปีก่อน ภาคท่องเที่ยวยังเติบโตได้ต่อเนื่อง โดยคาดว่านักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นเป็น 18 ล้านคน จาก 14 ล้านคน ภาคเกษตรกรรมที่ราคาสินค้าเกษตรยังมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูง

 

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน