
รื้อตัวเลขใช้ไฟอิงแผนอนุรักษ์กระตุ้นประหยัด
สนพ.รื้อตัวเลขพยากรณ์ใช้ไฟฟ้า หลังอากาศแปรปรวน
สนพ.รื้อตัวเลขพยากรณ์ใช้ไฟฟ้า หลังอากาศแปรปรวน
ไฟพีกต่ำกว่าคาด เตรียมดึงแผนอนุรักษ์พลังงานร่วมคำนวณ หวังลดการใช้ไฟฟ้าแต่ละปี
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) อยู่ระหว่างทบทวนตัวเลขพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าใหม่ เนื่องจากปริมาณการใช้ไฟฟ้าปีนี้ไม่สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะตัวเลขการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีก) 23,900 เทียบปีที่แล้วอยู่ที่ 24,009 เมกะวัตต์ หากปรับลดตัวเลขความต้องการใช้ไฟฟ้าลงได้ จะช่วยให้ต้นทุนลดตาม
สนพ.ยังมีแนวคิดที่จะให้นำแผนอนุรักษ์พลังงานเข้าไปบรรจุอยู่ในการพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้า เนื่องจากการเลื่อนก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ออกจากแผนเดิม 3 ปี จากเดิมที่โรงแรกจะเข้าระบบในช่วงปี 2563 ส่งผลให้การใช้ก๊าซธรรมชาติเพื่อผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ถ้าหากมีเรื่องการอนุรักษ์พลังงานมาช่วยชะลอการใช้ไฟฟ้าก็จะเป็นเรื่องที่ดี คาดว่าผลศึกษาจะเสร็จกลางเดือน มิ.ย.หลังจากนั้นก็จะเปิดรับฟังความคิดเห็นก่อนเสนอให้รัฐบาลชุดใหม่พิจารณา
“ที่ต้องมีการปรับพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าในแผนพีดีพีใหม่นั้น เพราะปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าของปีนี้ไม่สูงอย่างที่คาดไว้ เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นและฝนมาเร็วกว่าปกติ รวมทั้งหากนำแผนอนุรักษ์พลังงานเข้าไปบรรจุอยู่ในแผนผลิตไฟฟ้าจะทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้ามีอัตราการเติบโตที่ลดน้อยลง จึงต้องปรับประมาณการณ์ใหม่ให้เหมาะสม”แหล่งข่าว กล่าว
นายเทียนไชย จงพีร์เพียร นักวิชาการอิสระด้านพลังงาน ในฐานะคณะอนุกรรมการพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้า กล่าวว่า ได้พยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้า อิงการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ 4% คาดว่าการใช้ไฟฟ้าเฉลี่ยปีละ 1,300 เมกะวัตต์ แต่เมื่อนำแผนอนุรักษ์พลังงาน 20 ปีมาพิจารณาด้วย ความต้องการใช้ไฟฟ้าจะต่ำกว่า 1,300 เมกะวัตต์
การจัดทำค่าพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้า จะต้องคำนึงถึงการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ด้วย ซึ่งจะกำหนดไว้ว่าหากลดความต้องการใช้ไฟฟ้าลงได้จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ในปริมาณที่เท่าใด เพื่อให้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)นำไปพิจารณาว่าจะเลือกเชื้อเพลิงชนิดใดในการผลิตไฟฟ้าที่จะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยที่สุดก่อน โดยเฉพาะการพิจารณาจากโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน
ด้านนายพิบูลย์ บัวแช่ม ผู้ช่วยผู้ว่าการควบคุมระบบกำลังไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า ความต้องการใช้ไฟฟ้าเดือน มิ.ย. มีแนวโน้มดีขึ้น ทั้งปีน่าจะโต 2%จากเดิมที่มีการประเมินไว้ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาว่าปีนี้ปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าจะขยายตัวประมาณ 4% หรือประมาณ 1.6 แสนหน่วย







