posttoday
กสทฯ ยังแก้โจทย์นำเข้าอุปกรณ์

กสทฯ ยังแก้โจทย์นำเข้าอุปกรณ์

11 มิถุนายน 2554

ขณะความเคลื่อนไหวของบริษัท กสท โทรคมนาคม จิรายุทธ รุ่งศรีทอง

ขณะความเคลื่อนไหวของบริษัท กสท โทรคมนาคม จิรายุทธ รุ่งศรีทอง

 กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสทฯ กล่าวหลังการประชุมบอร์ดเมื่อวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า ฝ่ายบริหารได้เสนอแนวทางให้คณะกรรมการ (บอร์ด) พิจารณาสาระประเด็นฟ้องบางประเด็น เรื่องอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. เพราะมีกฎหมาย พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุ กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ พ.ศ. 2553 ที่รับรองให้ กทช.ปฏิบัติหน้าที่รักษาการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.

กสทฯ ยังแก้โจทย์นำเข้าอุปกรณ์

อย่างไรก็ตาม กสทฯ ยังคงคำฟ้องหลักเรื่อง กทช.ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่

การพิจารณาสาระประเด็นในการประชุมบอร์ดครั้งนี้ สืบเนื่องจาก กสทฯ ได้เดินทางเข้าหารือกับ กทช. เมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่ง ประสิทธิ์ ประพิณมงคลการ ประธาน กทช. ได้เสนอให้ กสทฯ พิจารณาเรื่องการถอนฟ้องคำร้อง ดังนั้นในการประชุมบอร์ด กสทฯ ครั้งนี้จึงมีการหยิบยกเรื่องดังกล่าวขึ้นพิจารณา แต่จะไม่มีการถอนฟ้องคำร้องทั้งหมดแน่นอน เพราะศาลปกครองจะเห็นว่าเป็นการสมยอมระหว่างคู่กรณี

ขณะที่ในการขอนำเข้าอุปกรณ์ 3จี ทาง กสทฯจะเข้าหารือกับ กทช.อีกครั้งในสัปดาห์หน้า พร้อมทั้งเสนอแนวทางการยื่นถอนฟ้องประเด็นย่อยดังกล่าวให้ กทช.รับทราบและหารือถึงแนวทางปฏิบัติร่วมกันต่อไป แต่มีความเป็นไปที่การเปิดให้บริการโครงการเอชเอสพีเอระหว่าง กสทฯ กับกลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น ซึ่งมีกำหนดเปิดบริการเดิมประมาณเดือน ส.ค.ก.ย. ต้องเลื่อนออกไป แต่จะพยายามดำเนินการให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบถึงแผนการดำเนินธุรกิจโดยรวม

สำหรับกรณีการฟ้องร้องครั้งนี้ กสทฯ ได้ยื่นฟ้องร้อง กทช.ต่อศาลปกครองใน 2 ประเด็น คือ 1.กทช.ไม่มีอำนาจ เพราะการให้ใบอนุญาตเป็นอำนาจหน้าที่ของ กสทช. และประเด็นที่ 2 คือ กทช.ไม่มีการจัดทำตารางแผนบริหารคลื่นความถี่ ดังนั้น กทช.จึงไม่มีอำนาจในการจัดสรรคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ เพื่อใช้ในบริการ 3จี กระทั่งเมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2553 ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว และมีผลระงับการเปิดประมูลคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์

จิรายุทธ กล่าวต่อไปว่า ส่วนเรื่องที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. ตีกลับแผนการลงทุน 3จี เอชเอสพีเอ มูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท จะไม่ส่งผลกระทบในการติดตั้งโครงข่าย เพราะ กสทฯ สามารถนำโครงข่ายจากการให้บริการเช่าวงจรอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ มาเป็นโครงข่ายให้บริการสำรองไปก่อน

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมอบหมายให้ฝ่ายบริหารไปจัดทำแนวทางเพื่อรองรับสัญญาสัมปทานที่กำลังจะหมดอายุสัญญา ซึ่งตามหลักเกณฑ์ของ กสทช. กสทฯ ต้องจัดทำแผนรองรับไว้อย่างน้อย 1 ปีก่อนอายุสัญญาจะสิ้นสุด โดยทาง กสทฯ เห็นว่าแนวทางที่เหมาะสม คือ จะขายอุปกรณ์โครงข่ายที่ได้รับโอนมาตามสัญญาบีทีโอคืนให้เอกชน ขณะที่คลื่นความถี่ต้องคืนให้ กสทช. เพื่อจัดสรรใหม่ต่อไป โดยบริษัท ทรูมูฟ และบริษัท ดิจิตอลโฟน จะสิ้นสุดอายุสัญญาสัมปทานเดือน ก.ย. 2556 และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค จะสิ้นสุดอายุสัญญาเดือน ต.ค. 2561

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท