posttoday
กองทุนหุ่นคอนซูเมอร์แกร่ง

กองทุนหุ่นคอนซูเมอร์แกร่ง

10 มิถุนายน 2554

มัวแต่หลงระเริงอยู่กับตลาดหุ้นไทยอยู่หลายเดือน&<2288;

มัวแต่หลงระเริงอยู่กับตลาดหุ้นไทยอยู่หลายเดือน&<2288;

โดย...สวลี ตันกุลรัตน์

มัวแต่หลงระเริงอยู่กับตลาดหุ้นไทยอยู่หลายเดือน ไม่ได้โผล่หน้าเข้าไปดูเลยว่า ผลตอบแทนของกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในต่างประเทศ (FIF) เป็นอย่างไรบ้าง จนกระทั่งวันที่หุ้นไทยออกอาการทรงๆ ทรุดๆ หลุด 1,000 จุด ให้ใจหายกันไปแป๊บหนึ่ง เลยได้โอกาสเปิดเข้าไปดูว่า กองทุนหุ้นต่างประเทศผลตอบแทนของกองทุนไหนน่าสนใจมากที่สุด

กองทุนหุ่นคอนซูเมอร์แกร่ง

และแล้วก็พบว่า ถ้ามองกันแค่ระยะสั้นๆ แค่ 3 เดือน ที่ผ่านมา กองทุนที่มีผลดำเนินงานโดดเด่นจะอยู่ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer) ที่ค่อนไปทางสินค้าฟุ่มเฟือย และกลุ่มที่เกี่ยวกับสุขภาพ (Health Care) โดยกองทุนที่มีผลดำเนินงานย้อนหลัง 3 เดือน สูงที่สุด 5 กองทุน ได้แก่

กองทุนเปิด ยูโอบี สมาร์ท เอเชีย คอนซูเมอร์ ทั้งชนิดที่ไม่จ่ายเงินปันผลและชนิดจ่ายเงินปันผล ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ยูโอบี (ไทย) รองมาเป็นกองทุนเปิดเอสซีไอ โกลบอล เฮลธ์แคร์ บลจ.นครหลวงไทย (ในอนาคตอาจจะไม่ได้ใช้ชื่อนี้แล้ว เพราะน่าจะต้องเปลี่ยนไปตามชื่อ บลจ.ใหม่) ถัดมาเป็น กองทุนเปิดบัวหลวง โกลบอล เฮลธ์แคร์ บลจ.บัวหลวง และกองทุนเปิด ธนชาต พรีเมียมแบรนดส์ ฟันด์ บลจ.ธนชาต

สานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล นักวิเคราะห์กองทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) บอกว่า เป็นธรรมดาเมื่อนักลงทุนมีความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจโลก หุ้นในกลุ่ม Defensive Stock จะกลับมาอยู่ในความสนใจของนักลงทุน ในขณะที่กลุ่มคอนซูเมอร์ และกลุ่มเฮลธ์แคร์ ถือว่าเป็นหุ้นได้ประโยชน์จากความไม่ชัดเจนของเศรษฐกิจโลก

“ภาพเศรษฐกิจตอนนี้ยังไม่ดีเท่าไร สหรัฐอเมริกายังไม่แข็งแรง ยุโรปยังมีปัญหาหนี้ ขณะที่เอเชียมีปัญหาเงินเฟ้อ เพราะฉะนั้นหุ้น Defensive จะได้ประโยชน์ ทำให้มีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นกลุ่มนี้ และหุ้นกลุ่มคอนซูเมอร์เล่นกันมาตั้งแต่ปีที่แล้ว และในระยะยาวก็ยังน่าสนใจอยู่” สานุพงศ์ กล่าว

กองทุนเปิด ยูโอบี สมาร์ท เอเชีย คอนซูเมอร์ (ทั้งชนิดที่ไม่จ่ายเงินปันผลและชนิดจ่ายเงินปันผล) มีนโยบายลงทุนในกองทุนยูไนเต็ด เอเชีย คอนซูเมอร์ ที่เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นและฟุ่มเฟือย ในภูมิภาคเอเชีย ไม่รวมญี่ปุ่น โดยปัจจุบันเน้นการลงทุนในกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 60% ของพอร์ต

หากดูจากสัดส่วนการลงทุนที่แยกตามกลุ่มอุตสาหกรรมของยูไนเต็ด เอเชีย คอนซูเมอร์ จะพบว่า มีสัดส่วนการลงทุนใน Consumer Discretionary อยู่ 61.52% โดยกลุ่มนี้จะเป็นสินค้าและบริการที่ไม่ใช่สินค้าจำเป็น ซึ่งจะเรียกว่าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยและหรูหรา เช่น รถยนต์หรู เสื้อผ้าแบรนด์เนม

“ไม่แปลกใจเลยที่ราคาหุ้นกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น เพราะในเวลาที่ภาวะเศรษฐกิจมีปัญหา หุ้นกลุ่มนี้จะยืนได้สบาย นอกจากนี้ ยังเป็นประโยชน์จากการที่คนเอเชียมีกำลังซื้อมากขึ้น เพราะเศรษฐกิจในเอเชียไม่แย่เท่าสหรัฐอเมริกาและยุโรป ทำให้คนซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยมากขึ้น รวมทั้งการเน้นกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศแทนการส่งออก ทำให้เศรษฐกิจในประเทศแถบเอเชียเติบโตได้ดี” วนา พูนผล ประธานเจ้าหน้าที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนยูโอบี (ไทย) กล่าว

นอกจากนี้ วนา กล่าวอีกว่า การเติบโตของหุ้นกลุ่มนี้ยังน่าจะต่อเนื่องไปอีก 23 ปี เนื่องจากยังไม่มีสัญญาณว่าจะเกิดฟองสบู่กับเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย ขณะที่ปัญหาด้านเงินเฟ้อยังไม่รุนแรงมากนักและเชื่อว่าธนาคารกลางแต่ละประเทศจะสามารถดูแลได้โดยการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อรักษาสมดุล

อย่างไรก็ตาม การลงทุนในกองทุนดังกล่าว วนา ยังแนะนำให้เป็นการกระจายการลงทุน และเน้นลงทุนระยะยาว มากกว่าที่จะเก็งกำไรระยะสั้นเฉพาะในช่วงที่ตลาดหุ้นไทยอยู่ในช่วงผันผวนเช่นนี้

“ยังคงต้องเป็นการกระจายความเสี่ยง ไม่ได้เอาเงินทั้ง 100% มาลงทุน แต่สำหรับการกระจายการลงทุนในกองทุน FIF เน้นให้น้ำหนักการลงทุนในกลุ่มคอนซูเมอร์ไว้ก็น่าจะดี” วนา กล่าว

เช่นเดียวกับ สานุพงศ์ ที่บอกว่า การลงทุนในกองทุนที่เน้นลงทุนในสินค้าคอนซูเมอร์ยังคงต้องเป็นการลงทุนระยะยาว เพราะหากอิงกับแผนของจีนที่มีนโยบายเพิ่มการบริโภคในประเทศภายใน 5 ปี การลงทุนก็ต้องรอเวลา โดยในระยะสั้นนี้เชื่อว่าเป็นการปรับเพิ่มขึ้นเพราะความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจโลก

แต่ไม่ว่าจะไปเพลิดเพลินกันกองทุน FIF จนลืมใช้จังหวะที่หุ้นไทยแกว่งลง ทยอยซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ติดไม้ติดมือเอาไว้หน่อยก็ดี แม้ว่านักวิเคราะห์จะให้ลุ้นว่า ครึ่งปีหลังจะแกว่งแรงกว่านี้ แต่ใครจะรู้ว่า ที่ 1,000 จุด จะต่ำสุดของรอบนี้แล้วหรือยัง

 

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่