posttoday
"นิสสัน ลีฟ"เมื่อรถรักโลก

"นิสสัน ลีฟ"เมื่อรถรักโลก

09 มิถุนายน 2554

ลองขับ "นิสสัน ลีฟ" รถไฟฟ้า100% ที่มาพร้อมกัยอัตราเร่งที่ไม่แพ้เบนซิน กับอัตราสิ้นเปลืองด้วยการชาร์จไฟ8ชม.วิ่งได้ 160-200 กม.

ลองขับ "นิสสัน ลีฟ" รถไฟฟ้า100% ที่มาพร้อมกัยอัตราเร่งที่ไม่แพ้เบนซิน กับอัตราสิ้นเปลืองด้วยการชาร์จไฟ8ชม.วิ่งได้ 160-200 กม.

โดย...นิธิ ท้วมประถม

ช่วงนี้ต้องยอมรับกันนะครับ ว่ากระแสรักโลกกำลังมาแรงเหลือเกิน ก็จะไม่ให้แรงได้อย่างไร เดี๋ยวนี้ภัยธรรมชาติทั้งหลายเกิดขึ้นแต่ละครั้งร้ายแรงเหลือเกิน ทำให้มนุษย์เราเริ่มเห็นความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเรื่อยๆ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่พัฒนารถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าค่ายรถยนต์ทุกค่าย ทุกรุ่น ที่ผลิตออกมาจะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนะครับ

แต่ที่สำคัญต้องขึ้นอยู่กับหน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้องที่จะออกกฎระเบียบออกมาบังคับว่า รถยนต์ที่จะผลิตหรือนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศนั้นๆ ต้องมีมาตรฐานการปล่อยไอเสียเท่าใด ยิ่งระเบียบเข้มงวดเท่าไหร่ ผู้ที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดก็คือ ประชาชนในประเทศนั้นๆ

ในประเทศไทยเองก็กำลังเดินไปสู่จุดนั้นอยู่เหมือนกัน เพราะกรมสรรพสามิตมีแนวคิดปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ โดยใช้เกณฑ์การปล่อยไอเสียมาเป็นข้อกำหนดอัตราภาษีสรรพสามิตของรถยนต์แต่ละประเภท ซึ่งผมเองก็ได้แต่ยกมือเชียร์นโยบายของกรมสรรพสามิตแบบสุดแขนก็แล้วกัน

เพื่อที่ในอนาคตเราจะได้มีรถยนต์ที่มีประสิทธิภาพดีๆ ที่ไม่ใช่มีแค่จำนวนแรงม้า กับแรงบิด แล้วเอามาโฆษณากันโครมๆ หรือมีแต่รถยนต์ที่เอาแต่โฆษณาเรื่องประหยัดน้ำมัน ว่าประหยัดได้เท่าโน้นเท่านี้ แต่เมื่อใช้งานจริงกลับไม่เห็นตัวเลขอย่างในโฆษณาเสียที
เฮ้อ...ก็ไม่รู้ว่าอนาคตที่ผมหวังไว้นั้นจะเกิดขึ้นจริงเมื่อไหร่ เพราะเกิดเป็นคนไทยต้องอดทน

อนาคตไม่รู้ แต่วันนี้ ผมเห็นรถสำหรับอนาคตคันหนึ่ง มาจอดอยู่ข้างหน้าผมแล้วครับ

รถคันนั้นคือ นิสสัน ลีฟ (Nissan Leaf) รถยนต์ไฟฟ้า 100% หรือรถ EV ที่เดินหันหลังให้กับพลังงานจากฟอสซิล ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน หรือก๊าซธรรมชาติ อย่างสิ้นเชิง เพราะนิสสัน ลีฟ ต้องการเพียงอย่างเดียวคือ ไฟฟ้า ครับ

"นิสสัน ลีฟ"เมื่อรถรักโลก

นิสสัน ลีฟ คันนี้นำเข้ามาโดย อีตั้น อิมปอร์ท อีกหนึ่งขาใหญ่วงการนำเข้ารถยนต์อิสระ ลงทุนซื้อ นิสสัน ลีฟ เข้ามาลองใช้ดูว่า ในทางปฏิบัติแล้วรถยนต์ไฟฟ้านั้นเหมาะกับเมืองไทยหรือเปล่า

ผมมีโอกาสได้คุยกับคุณอัจฉรีย์ ตันติยันกุล ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาดของอีตั้นฯ ก็เลยได้รู้ว่า อีตั้นฯ ต้องการศึกษาการทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจัง ก็เลยลงทุนสั่ง นิสสัน ลีฟ เข้ามาลองใช้เองเสียเลย เพื่อจะได้รู้กันไปเลยว่า รถยนต์ไฟฟ้าสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันจริงๆ แล้วจะเป็นอย่างไร มีปัญหาอะไรมั้ย โดยเฉพาะเรื่องการซ่อมบำรุง

รูปร่างหน้าตาของนิสสัน ลีฟนั้น เป็นรถ 5 ประตู ที่ถูกออกแบบมาในลักษณะน่ารักๆ นะครับ โฉบเฉี่ยวไฉไล ใช้ได้เลย น่าจะถูกใจสาวๆ หน้าใสทั้งหลายเป็นอย่างดี ส่วนพวกสูงอายุทั้งหลายน่าจะต้องอยู่ให้ห่างรถคันนี้ไว้หน่อยก็ดีนะครับ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน

ด้านหน้าของนิสสัน ลีฟ สะดุดตา กับโลโก้ขนาดใหญ่ ซึ่งตรงนั้นคือจะเป็นฝาเปิด-ปิด สำหรับชาร์จไฟให้กับเจ้านิสสัน ลีฟ นั่นเอง มองให้ละเอียดอีกนิด นิสสัน ลีฟ นี้ไม่มีกระจังหน้าเพื่อระบายอากาศครับ ก็เครื่องยนต์นิสสัน ลีฟนั้นใช้แบตเตอรี่ในการขับเคลื่อน ก็เลยไม่ต้องมีหม้อน้ำไว้ระบายความร้อนของเครื่องยนต์

โคมไฟหน้า แนวตั้งขนาดใหญ่แบบ LED รูปทรงตัว V ทำให้ด้านหน้าของนิสสัน ลีฟ ดูสะดุดตาไม่น้อย ส่วนด้านหลังของเจ้านิสสัน ลีฟนี้ก็ใช่ย่อย จากไฟท้ายที่แสนเก๋ไก๋ และที่สำคัญ ลองมองดูจากภาพประกอบให้ดีครับ นิสสัน ลีฟนี้ไม่มีท่อไอเสียครับ เพราะรถไฟฟ้าไม่มีอะไรจะคายออกมา ถือว่าเป็นรถประเภท Zero–Emission เรียกได้ว่าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเต็มๆ

"นิสสัน ลีฟ"เมื่อรถรักโลก แผงคอนโซลล้ำๆ

ภายในของนิสสัน ลีฟ หากจะพูดในเรื่องของความกว้างขวาง ก็ต้องถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ใช้ได้เลยครับ หน้า 2 หลัง 3 พอไหว แต่ให้ดี หน้า 2 หลัง 2 แจ่มๆ

หันมาดูมาตรวัดต่างๆ ต้องถือว่าไฮเทค ดูละลานตา กับมาตรวัดแบบครึ่งวงกลมด้านหน้า ที่ทำหน้าที่บอกรายละเอียดในการขับขี่ โดยแบ่งเป็น ขอบด้านซ้ายของมาตรวัดจะเป็นขีดแสดงความร้อนของเครื่องยนต์ ขอบด้านบนมาตรวัดแสดงอัตราเร่งที่เป็นวงกลมเล็กๆ เรียงเป็นแนวนอน หากเหยียบคันเร่ง ไฟก็จะติดขึ้นตามวงกลมไปเรื่อยๆ ส่วนขอบมาตรวัดด้านขวานั้นเป็นปริมาณไฟในแบตเตอรี่ ว่าเหลือมากน้อยเพียงใด และมีตัวเลขแสดงอยู่ใกล้ๆ ด้วย โดยตัวเลขนั้นไม่ใช่ตัวเลขบอกความเร็วในการขับครับ แต่เป็นตัวเลขที่บอกว่าจะวิ่งได้อีกกี่กิโลเมตร

ส่วนความเร็วนั้น จะมีตัวเลขดิจิตอล แสดงให้เห็นอยู่ตรงกลางมาตรวัด รวมทั้งตำแหน่งเกียร์ และเวลา ครับ

หันไปมองคอนโซลกลาง ก็เจอกับวิทยุ ซีดี แบบ 2 DIN ที่แน่นอนว่าเป็นวิทยุระบบที่ใช้ในญี่ปุ่น ไม่สามารถใช้ได้กับคลื่นวิทยุของไทย เราใช้ได้แต่ซีดีเท่านั้น

พวงมาลัย สีเบจ พร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียง ดูสะอาดตา และเหมาะมืออย่างยิ่งสำหรับการขับขี่

แต่สิ่งที่สะดุด และรู้สึกขัดใจกับภายในของนิสสัน ลีฟ ก็คือ วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบคอนโซล และอุปกรณ์ภายในรถนั้น เป็นพลาสติก ที่ทำมาจากวัสดุรีไซเคิลเกือบทั้งหมด ทำให้ดูราคาถูกยังไงไม่รู้ เมื่อเทียบกับราคา 2 ล้านบาท บวกลบ ผมเชื่อว่าหลายคนคงรับไม่ได้

อย่างว่าครับ รถยนต์ก็เหมือนผู้หญิง ไม่ใช่ขอแค่สวยแล้วใช้ได้ ต้องมองลึกลงไปถึงนิสัยใจคอเสียหน่อย เพราะหัวใจสำคัญของนิสสัน ลีฟนั้นอยู่ที่หัวใจของเธอที่เป็นมอเตอร์ไฟฟ้าครับ

"นิสสัน ลีฟ"เมื่อรถรักโลก มาตรวัดแสดงผลด้วยจอแอลซีดี

ถ้าใครตัดสินอะไรที่ภายนอก เพียงแค่เห็นและสัมผัสเล็กๆ น้อยๆ แล้วว่ารถคันนี้ไม่ดี ก็ต้องปล่อยไป แต่ผมมันประเภทต้องขอคุยเสียหน่อย ขอรู้จักเสียหน่อย เลยรู้ว่าจริงๆ แล้วนิสสัน ลีฟคันนี้มีดีมากกว่าที่เห็น

กดปุ่มสตาร์ตแล้วอย่าหวังว่าจะได้ยินเสียงเครื่องยนต์กระหึ่มขึ้นมา หรือจะรู้สึกว่าเครื่องยนต์สั่น สิ่งที่ทำให้เรารู้ว่านิสสัน ลีฟ พร้อมจะโลดแล่นแล้วก็คือ แสงไฟ ที่มาตรวัดภายในรถ ส่องแสงเรืองรองขึ้นมา เหมือนกับคุณกำลังนั่งอยู่บนยานอวกาศยังไงยังงั้น

เมื่อไฟต่างๆ ติดแล้ว ก็ต้องเปลี่ยนเกียร์ทันที ซึ่งเกียร์ของนิสสัน ลีฟนั้นเป็นเกียร์ไฟฟ้า ไม่มีก้านคันเกียร์ยาวขึ้นมาให้เสียภาพลักษณ์ แป้นเกียร์เป็นเพียงแค่ปุ่ม สูงขึ้นมาบริเวณคอนโซลกลางระหว่างผู้โดยสารด้านหน้าเท่านั้น แล้วไม่ต้องคิดมาก เพราะเกียร์มีให้เลือก แค่ D-N-R เท่านั้น ส่วน P ใช้กดปุ่มตรงกลางแป้น เป็นอันหมดเรื่อง

ไม่ต้องกังวลว่าจะมีเกียร์ 1-2-3-4 ไว้ให้เลือกขับขี่ รถไฟฟ้ามีเกียร์ให้เลือกเพียงแค่เดินหน้า หรือถอยหลังเท่านั้น อย่างอื่นไม่ต้องเรื่องมาก

ขุมพลังงานของนิสสัน ลีฟ คือ มอเตอร์ไฟฟ้า ที่ได้พลังงานมาจากแบตเตอรี่ ลิเทียม อิออน ชนิดบาง (Battery Li-on) ซึ่งมีคุณสมบัติคือเล็กกะทัดรัดและน้ำหนักเบา และมีความจุมากกว่าแบตเตอรี่ของรถยนต์ทั่วไปถึง 2 เท่า ความจุอยู่ที่ 24 กิโลวัตต์/ชั่วโมง ให้พลังงานมากกว่า 90 กิโลวัตต์/ชั่วโมง หรือมีแรงม้ามากกว่า 100 ตัว แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 280 นิวตันเมตร

ผมเข้าเกียร์ในตำแหน่ง D รถก็เคลื่อนตัวไปแบบเบาๆ นุ่มนวล ไร้ซึ่งเสียงเครื่องยนต์ ไร้ซึ่งความสั่นของเครื่องยนต์ เหมือนลอยไปในอากาศยังไงยังงั้น

ความรู้สึกแปลกๆ เพราะไม่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ ทำให้ต้องคอยมองมาตรวัดอยู่ตลอดว่า เครื่องดับหรือเปล่า (ว่ะ) ซึ่งผมว่าหากมีการใช้งานกันจริง คงมีการขับรถเหยียบเด็ก หรือหมู หมา กา ไก่ ที่ชอบเดินอยู่ริมถนนแน่ๆ เพราะไม่มีทางที่คนและสัตว์เหล่านั้นจะรู้เลยว่ามีรถแล่นมาอยู่ด้านหลังแล้ว

"นิสสัน ลีฟ"เมื่อรถรักโลก ช่องสำหรับชาร์จไฟ

ปริมาณไฟในแบตเตอรี่อยู่ในขีดเกือบเต็ม แต่อย่าไว้ใจมากนะครับ เพราะตัวเลขบอกระยะทางว่าขับได้แค่ 160 กม.เท่านั้นนะครับ แต่ในสเปกบอกว่าอาจจะได้มากถึง 200 กม. แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับลักษณะการขับ และสภาพการจราจรด้วย

อย่างผม เมื่อช่วงที่ออกจากออฟฟิศ ถนนคลองเตย ขับไปถนนพระราม 4 รถไปติดไฟแดงที่แยกสามย่าน นานหน่อย ตัวเลขหล่นไปเหลือ 130 กม.กว่าๆ แล้ว ตัวเลขระยะทางหล่นไปพร้อมกับหัวใจของผมเหมือนกัน ใจเสียเหมือนกันว่าทำไมระยะทางหดหายไปไวจัง
คราวนี้ก็เลยขับไปมองระยะทางที่เหลือไป แบบระแวงๆ พอทางโล่งหน่อย ก็ลองกดคันเร่งแบบเต็มๆ เสียหน่อย

ว้าววววว... สิ่งที่ได้มาคืออัตราเร่ง ที่บอกได้ว่าไม่แพ้รถที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินเลยครับ หลังติดเบาะได้เหมือนกัน แถมอัตราเร่งเป็นไปแบบคงที่ด้วยครับ ความเร็วเร่งขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึง 150 กม./ชม. ก็ต้องถอนคันเร่งแล้วครับ กลัวครับ กลัวจะไปสอยมอเตอร์ไซค์ที่วิ่งกันอยู่ขวักไขว่เสียก่อน

อัตราเร่งต้องถือว่าเหลือเฟือ ทั้งในช่วงออกตัว และในช่วงความเร็วระดับกลาง กดคันเร่งเป็นมาแน่นอน ใครว่ารถไฟฟ้าไม่แรง มาเลยครับ ผมจะเอาไฟชอร์ตให้ดูเอง

ขับสนุกดีครับ กับช่วงเวลาสั้นๆ ที่ได้มีโอกาสได้ลองขับ นิสสัน ลีฟ คันนี้

รถดี ไม่มีมลพิษ น่าใช้ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ เมื่อชาร์จไฟเต็มแต่ละครั้งจะเดินทางได้ประมาณ 160-200 กม. นั่นหมายความว่า หากต้องเดินทางไกลกว่านี้ก็ต้องหาสถานที่ชาร์จเสียก่อน

ส่วนการชาร์จไฟนั้นในบ้านเราก็ต้องใช้ปลั๊กเสียบไฟทั่วไปครับ ไม่สามารถใช้หัวชาร์จแบบในต่างประเทศได้ ซึ่งการชาร์จไฟแต่ละครั้งถ้าให้ดีก็ต้อง 8 ชั่วโมงขึ้นไปนั่นแหละครับ ส่วนการชาร์จแบบเร็ว ก็ประมาณ 30 นาที ก็ใช้ได้แล้ว แต่ควรจะใช้เฉพาะกรณีฉุกเฉินเท่านั้น เพื่อรักษาสภาพประจุไฟของแบตเตอรี่ไฮโซ ไม่ให้เสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร

ปัญหาหลักของรถ EV ก็คือ เรื่องการหาสถานที่ชาร์จไฟนั่นแหละครับ รวมถึงสภาพดิน ฟ้า อากาศ ชื้นๆ แบบนี้ ต้องขับลุยน้ำท่วมอีก ไม่รู้ว่าจะรอดแค่ไหน

ก็ต้องให้ทางอีตั้นฯ ลองดูให้เต็มที่ครับว่าจะเจอปัญหาอะไรมากมั้ย

หากท่านผู้อ่านสนใจ อยากสัมผัส นิสสัน ลีฟ ตัวเป็นๆ ก็แวะไปชมได้ที่โชว์รูมอีตั้นฯ สำนักงานใหญ่ บนถนนศรีนครินทร์ นะครับ ดูได้แต่ตาครับ เพราะงานนี้ไม่ขาย

"นิสสัน ลีฟ"เมื่อรถรักโลก

 

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน