
ลงทุน5เดือนทะลุ2แสนล.
ยอดลงทุน 5เดือน ดีเกินคาด ตัวเลขสูงกว่า 2 แสนล้าน
ยอดลงทุน 5เดือน ดีเกินคาด ตัวเลขสูงกว่า 2 แสนล้าน
นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขา ธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า การลงทุน 5 เดือน (ม.ค.-พ.ค. 2554) ภาพรวมมีโครงการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุน 725 โครงการ โต 51% จากปีก่อนมูลค่า 2.08 แสนล้านบาท โต 25% ถือว่าเกินครึ่งหนึ่งจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ทั้งปี 4 แสนล้านบาท
กลุ่มกิจการที่ได้รับความสนใจมาก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์โลหะเครื่องจักร อุปกรณ์ขนส่ง 184 โครงการ เงินลงทุน 6.3 หมื่นล้านบาท ธุรกิจบริการ สาธารณูปโภค 154 โครงการ 4.2 หมื่นล้านบาท เคมีภัณฑ์ กระดาษ และพลาสติก 99 โครงการ 3.7 หมื่นล้านบาท อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า 108 โครงการ 2.8 หมื่นล้านบาท
ปัจจัยที่ทำให้การลงทุนสดใส เป็นผลมาจากนโยบายส่งเสริมการลงทุน เช่น นโยบายส่งเสริมหใเปลี่ยนเครื่องจักรเพื่อประหยัดพลังงาน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีผู้ประกอบการเข้าร่วมในมาตรการดังกล่าวแล้วคิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนกว่า 2,416 ล้านบาท
**ขณะที่นโยบายเพิ่มประเภทและปรับปรุงเงื่อนไขส่งเสริมการลงทุนขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี ส่งผลให้มีกิจการเอสเอ็มอียื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนเข้ามาแล้วถึง 92 โครงการ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 178% ในขณะที่มีเงินลงทุนกว่า 3,709 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 525% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มี 593 ล้านบาท
ขณะที่การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศมี 431 โครงการ 1.41 แสนล้านบาท โดยญี่ปุ่นขอรับส่งเสริมมากที่สุด 221 โครงการคิดเป็น 51% ของโครงการจากต่างประเทศทั้งสิ้น และมูลค่าลงทุนรวมกว่า 5.74 หมื่นล้านบาทเพิ่มขึ้น 77% ส่วนใหญ่ลงทุนผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และชิ้นส่วนอิเล็ก ทรอนิกส์ อันดับสอง จีน 2.05 หมื่น ล้านบาทโครงการสำคัญ ได้แก่ โครงการผลิตยางรถยนต์ลงทุนกว่า 1.9 หมื่นล้านบาท ขณะที่การลงทุนจากสหรัฐอเมริกา แม้จะมีมูลค่าเงินลงทุนเพียง 3,373 ล้านบาท แต่หากรวมตัวเลขการลงทุนที่บริษัทสหรัฐฯ ลงทุนผ่านบริษัทในสิงคโปร์แล้ว จะมีมูลค่าเงินลงทุนเพิ่มขึ้นเป็น 1.09 หมื่นล้านบาท นับว่าลงทุนมากเป็นอันดับ 3







