posttoday
Crisis Watch

Crisis Watch

01 มิถุนายน 2554

วิกฤตหนี้ยุโรปป่วนโลก (อีกครั้ง)

วิกฤตหนี้ยุโรปป่วนโลก (อีกครั้ง)

โดย..เอกชัย นิตยาเกษตรวัฒน์

ความจริงก็ผ่านพ้น “วันพิพากษาโลก” เมื่อ 21 พ.ค. 2554 ไปได้ด้วยดี โดยที่ญาติพี่น้องคนที่รู้จักต่างก็อยู่ดี ไม่มีใครเป็นอะไร จนเจ้าตำรับวันพิพากษาโลกต้องเลื่อนและประกาศ “วันสิ้นโลก” ในวันที่ 21 ต.ค.ปีนี้ ก็ฟังเป็นเรื่อง “ขำๆ” ของคนที่อยาก “พ้นทุกข์”โดยวิธีง่ายๆ แต่ชีวิตจริงคงไม่มีง่ายอย่างนั้นและต้อง “ผจญกรรม”กันต่อไปทั้งทอร์นาโดในสหรัฐ และภูเขาไฟระเบิดในไอซ์แลนด์ ที่แม้จะรุนแรงแต่ก็ไม่ถึงกับกัลปาวสานของโลกแต่อย่างใด

แต่ที่ “ขำไม่ออก” น่าจะเป็นโลกเศรษฐกิจที่กำลังปั่นป่วนจากวิกฤตหนี้สาธารณะของประเทศแถบยูโรโซนที่นำโดยห้าหมูเจ้าเก่าหรือประเทศกลุ่ม PIIGS ที่ประกอบด้วยโปรตุเกส ไอร์แลนด์ อิตาลี กรีซ และสเปน ประจวบกับ “ตัวช่วยหลัก” คือกองทุนระหว่างประเทศหรือไอเอ็มเอฟ (International Monetary Fund : IMF) ก็กำลังต้องเลือกผู้นำใหม่แทนนายโดมินิก สเตราคานห์ ที่ถูกกักบริเวณรอขึ้นศาลในอเมริกาจากข้อหาล่วงละเมิดทางเพศ ทำให้กระบวนการช่วยเหลือประเทศที่กำลังสาหัสจากปัญหาหนี้สาธารณะในขณะนี้ ซึ่งมีกรีซ ไอร์แลนด์และโปรตุเกสเผชิญอุปสรรคพอสมควร

กระแสความปั่นป่วนรอบใหม่เริ่มก่อตัวตั้งแต่ต้นสัปดาห์ เป็นผลจากการที่รัฐบาลสเปนต้องตัดลดงบประมาณค่าใช้จ่าย ทำให้เกิดการชุมนุมประท้วงใหญ่กลางกรุงมาดริดของชาวสเปนที่ต้องเผชิญกับปัญหาพิษเศรษฐกิจ

โดยเฉพาะกลุ่มหนุ่มสาววัยทำงานที่ต้อง “เตะฝุ่น” จากปัญหาอัตราการว่างงานที่มีอยู่สูงในประเทศกลุ่มยุโรป และถ้าปัญหาในสเปนเกิดลุกลามจริงๆ ย่อมต้องส่งผลร้ายต่อเศรษฐกิจโลกเพราะเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของโลก

ส่วนกรีซนับว่ามีปัญหามากที่สุดเพราะแม้จะได้รับเงินช่วยเหลือจากสหภาพยุโรปหรืออียู (European Union: EU) และไอเอ็มเอฟไปก่อนหน้านี้ แต่ท่าทางจะไม่เพียงพอจนอาจไม่สามารถจ่ายเงินเดือนข้าราชการได้ และจะกู้งวดใหม่ก็อาจมีปัญหาเพราะยังไม่สามารถประหยัดงบประมาณและปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ (เช่น การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ และการขายสินทรัพย์บางส่วนเพื่อเสริมสภาพคล่อง) ตามที่ได้ทำสัญญาไว้กับผู้ให้กู้ทั้งสอง ทำให้สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือต้องลดอันดับความน่าเชื่อถือ ซึ่งเดิมก็อยู่ใน “ระดับขยะ” (Junk Bond) อยู่แล้วลงไปอีกเสมือน “ขยะที่ไม่พึงปรารถนา” ซึ่งก็ต้องเห็นใจในความพยายามของกรีซที่ต้องลดสวัสดิการ แต่ก็ก่อให้เกิดกระแส “ประชาไม่นิยม” และความไม่สงบในสังคม

อย่างไรก็ตาม กรีซก็คงต้องยอมก้มหน้าก้มตารับเงื่อนไขทุกอย่างเพื่อประทังความอยู่รอด

ไม่เพียงแต่ความเคลื่อนไหวในกรีซที่สร้างความปั่นป่วนในระยะนี้ โปรตุเกสเองที่เพิ่งเข้ารับความช่วยเหลือจากอียูและไอเอ็มเอฟก็กำลังต้องการเงินเพื่อเสริมสภาพคล่องอย่างเร่งด่วน ตลอดจนไอร์แลนด์แม้จะเงียบๆ หน่อยเพราะขนาดเศรษฐกิจค่อนข้างเล็กแต่ก็ยังไม่หลุดพ้นจากปัญหาสภาพคล่อง

และที่สร้างความวิตกกังวลค่อนข้างมากมาจากข่าวที่สถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ หรือเอสแอนด์พี (Standard & Poor’s: S & P) ประกาศลดแนวโน้มความน่าเชื่อถือของอิตาลีลงสู่ระดับ “เชิงลบ” จากเดิมที่ระดับ “มีเสถียรภาพ” และเตือนว่าเอสแอนด์พีอาจจะปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของอิตาลีหากรัฐบาลยังไม่สามารถลดยอดการกู้ยืมและใช้มาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพ แม้อีกสองสถาบันใหญ่จะยังไม่ทบทวนในเรื่องดังกล่าว แต่ก็สร้างความกังวลให้กับตลาดการเงินพอสมควร

สถานการณ์หนี้สาธารณะของยุโรปทำให้ตลาดหุ้นร่วงทั่วโลก รวมทั้งตลาดหุ้นไทย ซึ่งปัญหาหนี้สาธารณะยุโรปคงไม่จบในเร็วๆ นี้ แต่มีแนวโน้มว่าจะลุกลามเป็นสึนามิเศรษฐกิจต่อจากวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ที่สร้างความปั่นป่วนมาจนถึงวันนี้

ประชาชนคนไทยเองคงต้องเรียนรู้ “บทเรียน” จากวิกฤตการณ์ในประเทศแถบยูโรโซน (Euro Zone) เพราะประเทศเหล่านี้ต่างใช้นโยบายรัฐสวัสดิการที่ต้องทุ่มงบประมาณดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน จนประชาชนเริ่ม “เคยตัว” กับความเป็นอยู่ที่สุขสบาย และเงินงบประมาณที่นำมาใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยส่วนใหญ่เป็น “เงินอนาคต” ที่มาจากการกู้ยืม

และเมื่อถึงจุดหนึ่งที่ไม่มีปัญญาจ่ายคืนหนี้ ก็ต้องมาตัดลดงบประมาณความเป็นอยู่ สร้างความเดือดร้อนกับประชาชน และทำให้ชาวบ้านขาดวินัยในการบริหารเงิน โดยเฉพาะการใช้จ่ายอย่างไม่รับผิดชอบ เพราะคิดว่ารัฐบาลจะมาช่วยรับภาระให้ ซึ่งในที่สุดเมื่อภาครัฐไม่สามารถแบกรับภาระได้ ก็จะต้องผลักภาระคืนให้ประชาชนและก่อให้เกิดปัญหาสังคมในที่สุด

นโยบายประชานิยมที่พรรคการเมืองนำมา “หาเสียง” ในขณะนี้ คงต้องคิดดีๆ ว่าจะสร้างปัญหากับสังคมไทยในอนาคตหรือไม่  

 

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน